ผลของการออกกำลังกายและปรับโภชนาการ

กราบสวัสดีอาจารย์หมอสันต์ ที่เคารพค่ะ

ขอนุญาตฝากตัวเป็นลูกศิษย์นะคะ เพราะอ่าน blog อาจารย์แล้วได้รับความรู้ความเข้าใจเรื่องสุขภาพมากกกกกก และได้รับประโยชน์จริง คือนำไปปฎิบัติทันที...ดังนี้ค่ะ แนะนำตัวนะคะ หญิงไทยอายุ 48 ปี นน. 45 kgs. 150 cm. BMI=20 ดู OK. แต่ไม่ค่อยมีคุณภาพเพราะ กล้ามเนื้อน้อยมาก และมีไขมันส่วนเกินไม่น้อย ตรวจสุขภาพต่อเนื่องที่ศูนย์มะเร็งลพบุรี มา 4 ครั้งค่ะ 2 ครั้งแรกผลดีมากค่ะ แต่เริ่มมีปัญหา Cholesterol ดังนี้ค่ะ

11/12/2552 Cholesterol 212 mg/dl, Triglyceride 68 mg/dl (HDL,LDL ยังไม่มีการตรวจค่ะ)

19/01/2554 Cholesterol 214 mg/dl, HDL 75 mg/dl, LDL 135 mg/dl, Triglyceride 66 mg/dl

ได้รับผลการตรวจประมาณปลาย กพ.2554 รู้สึกกังวลมาก จึงปรับเปลี่ยนทันที ...ลดอาหารประเภททอด,เนื้อหมู,ไก่ ซึ่งปกติรับประทานน้อยอยู่แล้วคิดเองว่า อาจเป็นเพราะกาแฟ (3in1วันละ 2 ซอง) จึงเลิกดื่มกาแฟทันที (ตามดูอาการปวดศีรษะอยู่ 3 สัปดาห์) งดเบเกอรี่ ชอบทานพั๊พค่ะประมาณ 1-2 ชิ้น/สัปดาห์เอง เป็นอันยกเลิกไปพร้อมกาแฟ แค่นี้คงไม่พอ น่าจะต้องออกกำลังกายด้วย จึงได้โอกาส ปั่นจักรยานยิม (หลังจากใช้แขวนผ้ามาหลายปี) ทุกเช้าวันละ 30 นาทีค่ะ แล้วก็รับประทานอาหารเสริมด้วย แฮะ! แฮะ! ประจวบเหมาะกับลงเรียนโยคะไว้กับครูถือศิลทุกวันเสาร์ 2 ชม. 10 ครั้ง ปฏิบัติต่อเนื่องอยู่ 2 เดือน มีอุบัติเหตุเล็กน้อยมีแผลที่หลังเท้าเย็บ 3 เข็ม จึงหยุดในส่วนจักรยานยิมประมาณ 8 สัปดาห์ (อันที่จริง 1สัปดาห์ก็พอ) เมื่อ
26/06/2554 ตรวจ Cholesterol ที่ร้านแล็บใกล้บ้าน ได้ผล 176 mg% หลังตรวจมาอ่านเจอบล็อกอาจารย์เสียดายที่ไม่ได้ตรวจ HDL,LDL แต่อ่านต่อไปอีกอาจารย์บอกว่าไม่ต้องขยันตรวจให้ขยัยออกกำลังกาย เลยคิดว่าไว้รอตวจสุขภาพประจำปี ...คิดถูกมั๊ยเนี่ย... หลังตามอ่านบทความอาจารย์ก็อยู่ไม่ได้แล้วรีบออกกำลังกายอย่างเอาเป็นเอาตาย คือ หลังตื่นนอน เล่นโยคะแบบจัดเต็ม 30-45 นาที ต่อด้วย จักรยานยิม 30-40 นาที ก่อนนอน ฝึกโยคะบางอาสนะ เริ่มเมื่อกลางเดือนกค.นี้ค่ะ แล้วก็พยายามชวนเพื่อนๆออกกำลังกายด้วย ได้ผลแล้ว 1ค่ะ กำลังพยายามต่อไป อ้อแล้วงดอาหารที่มีไขมันทรานส์ด้วยนะคะ แล้วก็พยายามปชส. แต่ยังไม่ค่อยได้ผลน่ะค่ะ ขอถามดีกว่า

1. แล็บแต่ละที่มาตรฐานเดียวกันหรือเปล่าคะ
2. ทำไมเวลาขี่จักรยายานแล้วแฮนดจะรู้สึกชาที่มือ
3. การออกกำลังกายจะทำให้ผล CBC OK.มากขึ้นมั๊ยคะ HCT= 36.9 RBC=4.07
4. ถ้าปั่นจักรยานโดยตั้งไว้ฝืดๆ เป็น fitness ด้วยหรือเปล่าคะ
5. จะ motivate คุณพ่อคุณแม่ให้ออกกำลังกาย เริ่มด้วยท่าไม้พลองป้าบุญมีจะ OK.มั๊ย อาจารย์ช่วยแนะนำด้วยค่ะ เคยพยายามหลายครั้ง ไม่คอยสำเร็จท่านทั้งสองชอบหาหมอและชอบทานยามากกกกกกกกก ตอนนี้มียาคนละกระเป๋า คุณพ่อ มียาความดัน ต่อมลูกหมาก แก้ปวดเกี่ยวกล้ามเนือและกระดูกเคยผ่ตัดใส่เหล็กที่หลังแก้ไขกระดูกทับเส้น และน่าจะมียานอนหลับด้วย เพราค่อนข้างอ้อนหมอ แล้วก็ยาหยอดตา ต้อหิน เคยผ่าตัดต้อกระจก.....คุณแม่มียาความดัน Vit B1-6-12 แล้วก็น่าจะมียาขยายหลอดเลือดเพราะเคยมีหลอดเลือดสมองตีบ และยาแก้ปวด (หัวเข่า)
6. ทานแคลเซี่ยมเม็ดอยู่น่ะค่ะ เป็น calcium with magnesium,vit.C, zinc ,mangese,copper, vit.E,vit.D ไม่OK. ใช่ป่ะ?
7. อาจารย์หมอมีคอรส หรือบรรยาย ที่เปิดรับบุคคลทั่วไปหรือเปล่าคะ

อาจารย์กรุณาแนะนำด้วยนะคะ ยินดีน้อมรับนำไปปฏิบัติ และจะแนะนำต่อด้วยค่ะ...จะได้สุขภาพดีถ้วนหน้า

กราบขอบคุณในความเมตตาของอาจารย์ค่ะ

..........................................

ตอบครับ

มีลูกศิษย์เอาถ่านแบบคุณบ้างก็ดีนะครับ

1. แล็บแต่ละที่มาตรฐานไม่เท่ากัน แต่ไม่ได้ต่างกันมากจนถึงขนาดให้ผลผิดแบบหน้ามือเป็นหลังมือครับ ในกรณีของคุณผลแล็บสอดคล้องกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ไม่ต้องไปสงสัยความถูกต้องของผลแล็บหรอกครับ จะมากเรื่องเปล่าๆ

2. การเกิดความรู้สึกชาที่มือเวลาขี่จักรยานเป็นเรื่องธรรมดา พวกนักขี่จักรยานเขารู้กันทุกคน คุณสังเกตไหมว่าเครื่องแบบของพวกขี่จักรยานนอกจากหมวกจานบิน เสื้อคับ กางเกงยัดกระจับฟองน้ำแล้ว ต้องมีถุงมือที่หนาๆตรงฝ่ามือด้วย

3. การออกกำลังกายจะทำให้ภาวะโลหิตจาง (HCT= 36.9) ดีขึ้นไหม ตอบว่าดีขึ้นแน่นอนครับถ้าโภชนาการถูกต้องด้วย เว้นเสียแต่ว่าคุณมีองค์ประกอบอย่างอื่นที่ทำให้เป็นโลหิตจางอ่อนๆอยู่เป็นธรรมชาติประจำตัว เช่นมียีนแฝงทาลาสซีเมีย กรณีเช่นนั้นการออกกำลังกายอาจไม่ทำให้ภาวะโลหิตจางอ่อนๆหายไปก็ได้

4. การปั่นจักรยานเป็นการออกกำลังกายแบบต่อเนื่อง หรือ aerobic หรือที่ในฟิตเนสเขาเรียกว่าแบบ cardio ถ้าตั้งจักรยานให้ฝืดๆก็จะทำช่วยฝึกความแข็งแร็งของกล้ามเนื้อขา เป็นการออกกำลังกายแบบ strength training ของกล้ามเนื้อขาไปด้วย แต่ไม่ควรให้ฝืดมากเพราะหากตั้งฝืดมากจะทำให้ปั่นทุกวันไม่ได้ เพราะถ้าฝืดมากจนกล้ามเนื้อขาล้า ก็จะต้องมีวันพักให้เขา นี่เป็นหลักพื้นฐานของ strength training คือต้องมีการพักและฟื้น (rest and recovery) จะฝึกกล้ามเนื้อจนล้าทุกวันไม่ให้ได้พักซ่อมแซมเลยนั้นไม่ดี

5. การชักจูงให้คุณพ่อคุณแม่ออกกำลังกายด้วยท่าไม้พลองป้าบุญมี ถ้าทำได้ก็ดีแน่ครับ ยังมีวิธีออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุแบบอื่นๆที่ดีๆอีกเช่น การรำมวยจีน การเดินเร็ว (brisk walk) ก็ดีเช่นกัน ผู้สูงอายุนิยมหาหมอกินยาแต่ไม่นิยมออกกำลังกาย อันนี้เป็นเพราะท่านได้รับข้อมูลในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมาว่าให้ทำอย่างนั้น เป็นอะไรให้ไปหาหมอ หมอดูแลให้ หาย เพี้ยง แต่สมัยนี้เราต้องพยายามบอกความจริงใหม่ ว่าสุขภาพจะดีอยู่ที่ไลฟ์สไตล์หรือวิธีใช้ชีวิตของตัวเอง หมอช่วยอะไรได้น้อยมาก และยาไม่ใช่ทางออกของปัญหาสุขภาพระยะยาวที่ดี ก็ต้องค่อยๆให้ข้อมูลความจริงท่านไป คุณทำได้ก็จะได้เป็นลูกตัญญู

6. การที่คนสมัยใหม่อย่างคุณชอบทานสารพัดวิตามิน นั้นไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะคนสมัยใหม่ชอบดูแลตัวเอง การเลือกใช้วิตามินเกลือแร่ซึ่งเป็นอาหารอยู่ในเขตอำนาจที่ตนเองจะตัดสินใจได้โดยไม่มีหมอมาก้าวก่าย คนสมัยใหม่ก็เลยชอบ ถามว่าโอเค.ไหม ผมก็ไม่ต่อต้านนะครับ แต่ถามผมว่ามันจำเป็นไหม หลักการแพทย์แผนปัจจุบันที่สรุปจากข้อมูลที่มีอยู่ถึงทุกวันนี้ตอบได้เลยว่ามันไม่จำเป็น

7. เรื่องคอร์สสุขภาพครั้งละสองสามวันตามรีสอร์ท หรือบรรยายตามห้องประชุม ผมก็มีอยู่เกือบทุกเดือนนะครับ แต่ส่วนใหญ่เขาจะจัดให้กลุ่มคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ เช่นกลุ่มพนักงานแบงค์ชาติที่กำลังจะเกษียณ เป็นต้น ผมยังไม่มีเวลาจัดให้กับคนทั่วไป ถ้าทำจะแจ้งข่าวให้ทราบทางบล็อกนะครับ แต่สามเดือนข้างหน้านี้คงไม่มี เพราะหลวมตัวไปยุ่งกับทีวีจึงแทบหาเวลาว่างไม่ได้เลย

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

แจ้งข่าวด่วน หมอสันต์ตัวปลอมกำลังระบาดหนัก

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

ทะเลาะกันเรื่องฝุ่น PM 2.5 บ้าจี้ เพ้อเจ้อ หรือว่าไม่รับผิดชอบ

เจ็ดใครหนอ

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

เลิกเสียทีได้ไหม ชีวิตที่ต้องมีอะไรมาจ่อคิวต่อรอให้ทำอยู่ตลอดเวลา

ไปเที่ยวเมืองจีนขึ้นที่สูงแล้วกลับมาป่วยยาว (โรค HAPE)

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)