รักษาโรคนอนกรนด้วย CPAP จะผิดธรรมชาติหรือเปล่า

 กราบเรียนคุณหมอสันต์ที่นับถือ

    ดิฉันอยากเรียนสอบถามความคิดเห็นต่อเรื่อง sleep apnea แนวทางการวินิจฉัย  การรักษาซึ่งดูแล้วมันขัดกับวิถีทางตามธรรมชาติ การใส่เครื่องมือ ไม่แน่ใจว่าเรียก CPAP ใช่หรือไม่ค่ะ ครอบจมูก มีสายรัดให้กระชับกับศีรษะ ว่าจะรบกวนความนอนสบายๆแบบธรรมชาติค่ะ  เห็นเพื่อนใส่ บอกว่าข่วงแรกลำบากมาก นอนหลับไม่สนิทเป็นเดือนค่ะ

ขอแสดงความนับถือเป็นอย่างสูงค่
---------------------
ส่งจาก iPhone ของฉัน


ตอบครับ

    1. ถามว่าการวินิจฉัยโรคนอนกรน (Obstructive Sleep Apnea - OSA) ทำอย่างไร ตอบว่ามาตรฐานทั่วไปก็ต้องทำการตรวจใน sleep lab ซึ่งหมายถึงให้เข้าไปนอนหลับในห้องนั้นหนึ่งคืนแล้ววัดความถี่ของดัชนีรบกวนการนอนหลับ (respiratory disturbance index - RDI) หากพบว่าเกิดมากกว่า15 ครั้ง/ชั่วโมงขึ้นไปในกรณีทั่วไป หรือ 5 ครั้ง/ชั่วโมงขึ้นไปในกรณีที่มีอาการกรนหรือง่วงกลางวันหรือมีโรคที่เป็นสาเหตุร่วม ก็วินิจฉัยว่าเป็นโรคนอนกรนได้ครับ

    2. ถามว่าการรักษาโรคนอนกรนด้วยการให้ใส่งวงช้าง (continuous positive airway pressure - CPAP) จะไม่ขัดกับธรรมชาติหรือ ตอบว่า สมมุติว่าคุณเป็นต้อกระจกอ่านหนังสือพิมพ์ไม่ได้แล้วหมอเขาผ่าตัดเอาเลนส์เทียมใส่ให้แล้วอ่านได้ มันเป็นการรักษาแบบผิดธรรมชาติหรือเปล่าละครับ

    การเป็นโรคนอนกรน แปลว่าร่างกายทำงานผิดไปจากสะเป๊คดั้งเดิมของมัน กล่าวคือเดิมลมหายใจวิ่งเข้าออกได้สะดวก แต่ต่อมาจะด้วยอ้วนเกินไปหรือจะด้วยอะไรก็แล้วแต่ลมหายใจมันเกิดวิ่งเข้าออกไม่สะดวกเพราะเนื้อเยื่อช่วงบนของปากและลำคอมันยวบลงมาอุดกั้นทางเดินลมหายใจ นี่เป็นเรื่องผิดธรรมชาติแล้ว การรักษาก็ต้องพยายามแก้ให้ลมหายใจมันวิ่งเข้าออกได้อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งมีหลายวิธีทั้งลดความอ้วน ทั้งฝึกการนอนแบบตะแคง ทั้งทำผ่าตัด ทั้งใส่อุปกรณ์ยัดเข้าไป ทั้งใช้ CPAP ทั้งหมดนี้วิธีใช้ CPAP เป็นวิธีที่ได้ผลดีที่สุด

    3. ถามว่าจมูกเค้าโล่งอยู่ดีๆเอา CPAP ไปครอบไว้มันจะยิ่งทำให้หายใจไม่ออกไม่ใช่หรือ ตอบว่าไม่ใช่หรอกครับ การหายใจนี้ร่างกายทำขึ้นเพื่อให้ออกซิเจนเข้าไปในเลือดได้มากพอ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับการแลกเปลี่ยนออกซิเจนที่ถุงลมในปอด (alveoli) การแลกเปลี่ยนนี้เกิดขึ้นตลอดเวลาทั้งช่วงหายใจเข้าและช่วงหายใจออก ช่วงหายใจออกหากระบบการหายใจไม่แข็งแรงถุงลมในปอดจะแฟบทำให้แลกเปลี่ยนก้าซได้น้อย แต่หากช่วยเพิ่มความดันในลมหายใจออกขึ้นไปสักหน่อย (เช่นการหายใจเข้าลึกๆแล้วทำปากจู๋ค่อยๆเป่าลมออกจากปากอย่างที่นักกีฬาชอบทำกันเวลาเหนื่อยมาก) ถุงลมจะพองอยู่นานขึ้นและเกิดการแลกเปลี่ยนก้าซได้มากขึ้น ตัวเครื่อง CPAP มันแค่ทำหน้าที่ช่วยเราทำปากจู๋ค่อยๆเป่าลมออกจากปากเวลาเรานอนหลับด้วยการอัดความดันอากาศขนาดเบาะๆ (1-5 ซม.น้ำ)เข้าไปในทางเดินลมหายใจ เป็นวิธีเลียนแบบธรรมชาติ แต่เมื่อใส่ CPAP ใหม่ๆจะรู้สึกแน่นอึดอัดทนไม่ได้ ทำให้ผู้ซื้อ CPAP มาแล้วราว 80% ซืัอมาแล้วไม่ได้ใช้ นี่ยังไม่นับพวกที่เลิกใช้เพราะเมียตกใจเมื่อตื่นมาพบมนุษย์ต่างดาวนอนอยู่ข้างๆ (หิ..หิ พูดเล่น) ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่น่าเสียดายเพราะ CPAP เป็นตัวช่วยหลักของคนเป็นโรคนอนกรนที่ไม่สามารถลดน้ำหนักและปรับนิสัยการนอนของตัวเองได้ 

ดังนั้นหากคุณเป็นโรคนอนกรน ให้ญาติดีกับ CPAP ให้ได้ ทู่ซี้ใช้มันไป มันจะอัดลมเข้ามาขัดขวางการหายใจออกของเราก็ช่างมัน ปล่อยให้มันอัดเข้ามา อย่าไปหายใจออกไล่สู้ จะเปลืองแรงเปล่าๆ เพราะความดันลมที่อัดเข้ามานั้นจิ๊บจ๊อยไม่ผิดธรรมชาติและไม่ก่อความเสียหายอะไรแน่นอน มีแต่ได้กับได้

ในกรณีที่คุณญาติดีกับ CPAP ไม่ได้เลย คุณก็ต้องหันมาทุ่มเทกับการเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อรักษาโรคนอนกรน ซึ่งต้องรวมถึง (1) การลดน้ำหนักอย่างเอาเป็นเอาตาย (2) การฝึกนอนตะแคง ไม่นอนหงาย (3) การปรับสุขศาสตร์การนอนหลับ เช่น ออกกำลังกายให้หนัก ตากแดดทุกวัน จัดเวลานอนให้พอ เข้านอนเป็นเวลา ตื่นเป็นเวลา ทำสมาธิวางความคิดให้สนิทก่อนนอน เป็นต้น เพราะสาเหตุของการสะดุ้งตื่นกลางดึกส่วนหนึ่งเกิดจากสมองไม่ยอมหยุดคิด ซึ่งหา่กคุณลองปฏิบัติจริงจังดูสักพัก คุณเองก็อาจจะเปลี่ยนทัศนคติว่า..เออใส่ CPAP ง่ายกว่าแยะ

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์ 

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

แจ้งข่าวด่วน หมอสันต์ตัวปลอมกำลังระบาดหนัก

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

ทะเลาะกันเรื่องฝุ่น PM 2.5 บ้าจี้ เพ้อเจ้อ หรือว่าไม่รับผิดชอบ

เจ็ดใครหนอ

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

เลิกเสียทีได้ไหม ชีวิตที่ต้องมีอะไรมาจ่อคิวต่อรอให้ทำอยู่ตลอดเวลา

ไปเที่ยวเมืองจีนขึ้นที่สูงแล้วกลับมาป่วยยาว (โรค HAPE)

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)