การตามดูอาการ ต้องดูที่แนวโน้ม (trend) อย่าดูวันต่อวัน

ภาพวันนี้ / รังแตน ไม่ได้แหย่ แค่ถ่ายรูป

สวัสดีครับอาจารย์

มาส่งการบ้านครับหลังจากปรับพฤติกรรมการกินใหม่ เข้าเดือนที่7แลัว ได้ไปเจาะเลือดตรวจ LDL ลดเหลือ 84 ยังไม่ถึงเป้าที่ตั้งใจคือต่ำกว่า70 ก็เป็นไปตามเหตุและผลของการกินครับ เหตุเพราะการทานอาหารนอกบ้านยังทานอาหารที่มีน้ำมัน และ อาหารที่มีส่วนผสมของไข่ อย่างบะหมี่ ก็พยายามปรับต่อไปครับ ส่วนเรื่องอาการเจ็บหน้าอก ดีขึ้นครับ เวลาไม่ออกแรงอะไรก็ไม่มีอาการ เวลาเชียร์ลูกชายแข่งบาส ถ้าลุ้นการแข่งขันจากเดิมเจ็บประะมาณระดับ5 ก็เหลือ ประมาณ 3  ส่วนอาการเจ็บหน้าอกเวลาออกกำลังกายด้วยการวิ่งสลับเดิน ตอนนี้อาการเจ็บลดลง ถ้าให้เดิมประมาณ 7 ก็ลดลง ราวๆ 6

ผมมีคำถาม 2 ข้อ ขออนุญาตถามอาจารย์ ครับ

1.. ควรงดทานไข่ขาว ด้วยหรือไม่ ตอนนี้พยายามเลี่ยง ถ้าจำไม่ผิดอาจารย์เคยบอกให้งดไข่ทั้งใบ แต่ลืมถามแยกในส่วนไข่ขาวว่ามีผลอย่างไร

2.. อาการเจ็บหน้าอกเวลาออกกำลังกายด้วยการวิ่งก่อนสลับเป็นเดินนั้น บางวันดีบางวันแย่  เช่นสัปดาห์ก่อน วันจันทร์ อังคาร พุธ เจ็บลดลง (ระดับ 6) พอมาวัน พฤหัส กลับมาเจ็บ ระดับ 7 วันศุกร์ เจ็บ ระดับ 8 (วันนั้นจะเดินมากกว่าวิ่ง)  พัก 2 วัน วันนี้วันจันทร์ ดีขึ้น เจ็บระดับ 6 เดือนที่แล้วผมเป็นโควิค อยู่บ้านรักษาตัวเองทานฟ้าทะลายโจร หยุดวิ่งราวๆสิบกว่าวัน วันแรกที่กลับมาวิ่ง เจ็บหน้าอกลดลงมาก ให้ระดับความเจ็บ 3 วันนั้นดีใจมากคิดว่าใกล้หายแล้ว  วันต่อมาก็เจ็บเพิ่ม เป็น 4,5,6 แล้วก็เจ็บเท่าเดิม  ทำไมอาการมันเป็นแบบนี้ครับ

ด้วยความเคารพรัก
…………………………………………….

ตอบครับ

1.. ถามว่ากินไข่ขาวไม่กินไข่แดงจะมีผลต่อโรคหลอดเลือดไหม ตอบว่ายังไม่มีหลักฐานแม้แต่ชิ้นเดียวนะครับที่บ่งชี้ว่าไข่ขาวจะเป็นภัยต่อโรคหลอดเลือดดังนั้นคุณอยากกินก็กินได้เลยครับ ต่างจากไข่แดงซึ่งมีหลักฐานอย่างน้อยก็อ้อมๆว่าเพิ่มความเสี่ยงของโรค (ไขมันในไข่แดงเพิ่ม LDL ในเลือด ซึ่งสัมพันธ์กับการเป็นโรคหลอดเลือด)

ข้อดีของไข่ขาวคือนอกจากมีโปรตีนแล้วมันยังมีวิตามินบี12 ซึ่งผู้กินมังสวิรัติมักจะขาด ดังนั้นในแง่ของสุขภาพผมเห็นว่าการคิดจะเป็นมนุษย์พันธ์ “มังกินไข่ขาว” ก็ไม่เลวนะ  

2.. ถามว่าทั้งๆที่ทำตัวดีแต่ทำไมบางวันอาการเจ็บหน้าอกดีขึ้นบางวันแย่ลง ตอบว่าในเชิงอาการวิทยา อาการผิดปกติของร่างกายทุกชนิดมีขึ้นๆลงๆรายวันโดยไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยนี่มันเป็นธรรมดา ดังนั้นในการติดตามอาการเพื่อประเมินการดำเนินของโรคแพทย์จึงมักใช้วิธีไปดูที่แนวโน้ม (trend) ในกรอบเวลานับกันเป็นคราวละเดือนหรือหลายๆเดือน แทนที่จะดูอาการอย่างละเอียดแบบวันต่อวัน

สาเหตุที่อาการของโรคมีขึ้นๆลงๆในแต่ละวันเป็นเพราะปัจจัยที่มีผลต่ออาการในร่างกายมีเป็นร้อยปัจจัย โดยปัจจัยใหญ่ที่คนเราคิดไม่ถึงคือความเครียดหรือแม้กระทั่งความคิดของเราเอง คือเครียดทีหรือกลัวอะไรขึ้นมาทีก็จะเปลี่ยนสารเคมีในกระแสเลือดได้ราว 500-700 ตัว กลไกนี้มันไปผ่านการเปลี่ยนการแสดงออกของยีน (epigenetic) ไม่ได้เปลี่ยนตัวยีนนะ แค่เปลี่ยนการแสดงออกของยีนซึ่งเป็นเรื่องชั่วคราวแต่ก็ทำให้ร่างกายเป๋ได้ การเปลี่ยนนี้เป็นผลจากปฏิกริยาทางเคมีระหว่างโมเลกุลที่ถูกปล่อยออมาในกระแสเลือดโดยความเครียดกับโมเลกุล DNA ซึ่งคุมระหัสพันธุกรรมในยีน ดังนั้นในการจัดการโรคเรื้อรังทุกโรคไม่ว่าโรคอะไร ให้ถือเอาการจัดการความเครียดหรือการวางความคิดเป็นเครื่องมือหลักในการจัดการโรคร่วมไปด้วยเสมอ

3.. ถามว่าการเป็นโควิดจะทำให้อาการขึ้นๆลงๆคาดเดาไม่ได้ ได้หรือไหม ตอบว่าได้แน่นอนครับ เพราะสำหรับวิชาแพทย์ ณ วันนี้ อาการทุกอย่างอธิบายได้ด้วยโควิด ไม่ด้วยโควิดสั้นก็ด้วยโควิดยาว ถ้าเป็นโควิดยาวจะทำให้มีอาการค้างคาไปได้นานเป็นปี นี่ไม่นับเฉพาะคนเป็นโควิดมานะ ข้อมูลวิจัยที่เผยแพร่โดยศูนย์ควบคุมโรคสหรัฐฯ (CDC) พบว่าถึงไม่เคยเป็นโควิดมาเลยแต่หากมีอาการประหลาดๆเกิดขึ้นในยุคสมัยที่โควิดระบาด ก็เอาการที่ได้อยู่ในยุคสมัยโควิดไปอธิบายอาการประหลาดๆที่เกิดกับร่างกายได้ด้วย นี่..มันเป็นยังงี้ซะด้วยซิคะท่านสารวัตร ดังนั้นอย่าเพิ่งไปคิดทำการรักษาโรคเรื้อรังใดๆด้วยวิธีการรุกล้ำรุนแรงในยุคสมัยของโควิด รอให้ยุคโควิดมันผ่านไปก่อนแล้วค่อยว่ากัน

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

แจ้งข่าวด่วน หมอสันต์ตัวปลอมกำลังระบาดหนัก

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว

เลิกเสียทีได้ไหม ชีวิตที่ต้องมีอะไรมาจ่อคิวต่อรอให้ทำอยู่ตลอดเวลา

ไปเที่ยวเมืองจีนขึ้นที่สูงแล้วกลับมาป่วยยาว (โรค HAPE)

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)

งานวิจัยในคนพบว่ากินอาหารมีฟลาโวนอยด์มากจะตายช้า มาเจาะลึกเรื่องฟลาโวนอยด์กันหน่อยก็ดี

ปวดหลัง กินยา Arcoxia และ Norgesic และ Voltaren