เป็นโรคไตเรื้อรังระยะ 2 แต่เป็นโรคปสด.ระยะ 5

(ภาพวันนี้: แค่โชว์ฝีมือเล่นแสงและเงา)

สวัสดีค่ะคุณหมอสันต์

อายุ 57 ปี ส่วนสูง 157 cm. น้ำหนัก 43 kg. ทานอาหารมังสวิรัติแบบ นม ไข่ ปลา ดื่มน้ำ 1.5-2 ลิตรต่อวัน ทานผัก ผลไม้ ถั่ว อัลมอนด์ ดาร์กช็อคโกแลต ทานไข่ต้ม(ไข่ขาว) 2-3 ฟองต่อวัน ทานของทอด ทานแกงกะทิ ทานขนมหวานบ้าง ออกกำลังกายโยคะสัปดาห์ละ 5 วันๆละ 1 ชั่วโมง  เดินสัปดาห์ละ 2 วันๆละ1 ชั่วโมง ระยะทาง 3-5 กม. หนูตรวจพบว่าเป็นโรคถุงน้ำในไตจากการตรวจร่างกายประจำปีโดยการตรวจอัลต้าซาวน์ช่องท้องตั้งแต่ปีพ.ศ. 2549 (16 ปีที่แล้ว) รักษาที่แผนกอายุรกรรม รพ.ศิริราชด้วยการตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะทุก 6 เดือน ไม่มียา ครั้งล่าสุดวันที่  6 ธ.ค. 2565 มีผลตรวจดังนี้ค่ะ ค่าeGFR    88.77 Creatinine .75 Protein       Trace Occult blood  Trace Calcium oxalate crystal 2+ HBA1C   5.6 Cholesterol  250 Triglyceride  38 HDL-CHOL   100 LDL     142.4 ความดัน  107/70  ชีพจร 70 เป็นพาหะธาลัสซีเมีย Hemoglobin  13.3

ผลตรวจครั้งนี้ค่าeGFR ตกลงมาจากตรวจครั้งก่อนๆ 99.24 ,101.49 , 95.52 หนูรู้สึกเครียดมากๆ กลัวมาก จิตตก นอนหลับไม่สนิทตื่นกลางดึกเช้ามาอ่อนเพลียไม่มีสมาธิเลยค่ะ

ขอรบกวนเรียนสอบถามคุณหมอดังนี้ค่ะ

  1. ผลตรวจปัจจุบันจัดว่าเป็นโรคไตวายเรื้อรังระยะที่เท่าไรคะ 

2. มีความเสี่ยงที่จะเป็นไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ต้องฟอกไตประมาณช่วงอายุเท่าไรคะ

3. ค่าeGFR สามารถทำให้ดีขึ้นได้หรือไม่คะ  หนูพยายามหาอ่านเรื่องไตวายเรื้อรังจากถุงน้ำในไตไม่ค่อยพบเลยค่ะ

4. น้ำดื่มแบบ RO สามารถดื่มได้หรือไม่คะ ปรกติหนูดื่มน้ำแบบขวดยี่ห้อเซเว่นเป็นน้ำ RO หนูดูคลิปคุณหมอท่านหนึ่งว่าคนเป็นโรคไตไม่ควรดื่มเพราะน้ำดื่ม RO เป็นกรด ทำให้ไตทำงานหนัก

5. สุดท้ายนี้หนูขอคำแนะนำจากคุณหมอว่าหนูควรปฏิบัติตัวอย่างไร หรือควรพบแพทย์เฉพาะทางโรคไตหรือไม่คะ

กราบขอบพระคุณคุณหมอมากๆค่ะ

(ชื่อ) ………….

หมายเหตุ; หนูไม่มีเฟสบุ๊คค่ะ คุณหมอให้หนูรับคำตอบจากคุณหมอทางใด สามารถแจ้งได้เลยตามที่คุณหมอสะดวกนะคะ  

…………………………………………………………………….

ตอบครับ

1.. ถามว่าเป็นคนมีถุงน้ำที่ไตมานานแล้ว ผลตรวจ GFR ได้ 88.8 เป็นโรคไตเรื้อรังระยะเท่าไร ตอบว่าเป็นโรคไตเรื้อรังระยะที่ 2/5 คือระยะที่ 2 จากทั้งหมด 5 ระยะ แต่ว่าอาจจะเป็นโรคปสด.ระยะที่ 5/5 เสียแล้วหรือเปล่าไม่รู้เนี่ย หิ..หิ

ตรงนี้ขอขยายความให้ท่านผู้อ่านทั่วไปเอาไปใช้ประโยชน์ได้ด้วยว่าค่า GFR คิดขึ้นมาเพื่อให้คนที่ไตทำท่าจะไม่ดีได้ตั้งหลักทัน โดยแบ่งเป็น 5 ระยะ คือ

ระยะที่ 1. เฉพาะคนมีมีพยาธิสภาพที่ไต (เช่นมีซิสต์ เนื้องอก นิ่ว หรืออักเสบที่ไต) แต่ไตทำงานดี (GFR>90)

ระยะที่ 2. เฉพาะคนมีพยาธิสภาพที่ไต (เช่นมีซิสต์ เนื้องอก นิ่ว หรืออักเสบที่ไต) แต่ไตเริ่มทำงานได้ลดลง (GFR 60-89)

ระยะที่ 3. ใครก็ตาม ที่ไตเสียการทำงานไปอย่างมีนัยสำคัญ (GFR 30-59)

ระยะที่ 4. ใครก็ตาม ที่ไตเสียการทำงานไปมากแต่ยังพอมีชีวิตอยู่ได้ (GFR 15-29)

ระยะที่ 5. ใครก็ตาม ที่ไตเสียการทำงานไปมากจนอาจมีชีวิตอย่างปกติสุขต่อไปไม่ได้หากไม่ได้รับการบำบัดทดแทนไต (GFR 0-14)

ดังนั้นเฉพาะคนที่มีพยาธิสภาพที่ไตเท่านั้นจึงจะได้เป็นโรคไตระยะที่ 1 หรือ 2 ส่วนคนทั่วไปที่ไม่มีพยาธิสภาพที่ไตจะเริ่มเป็นโรคไตก็เริ่มเป็นระยะที่ 3 เลย ไม่มีการเป็นระยะ 1 หรือ 2

การเป็นโรคไตเรื้อรังระยะ 2 อย่างคุณนี้หมายความว่าไตยังทำงานพอใช้ได้อยู่ แต่ความที่เรามีโรคของไตอยู่ก่อนแล้วซึ่งในที่นี้ก็คือซีสต์ ทำให้เราต้องระมัดระวังดูแลไตแต่เนิ่นๆให้มากกว่าคนทั่วไปเขา แต่ไม่ได้หมายความว่าไตของคุณเสียการทำงานไปแล้ว ไม่ใช่อย่างนั้น

2. ถามว่าเป็นโรคไตเรื้อรังระยะที่ 2 มีความเสี่ยงที่จะเป็นไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ต้องฟอกไตประมาณช่วงอายุเท่าไรคะ หิ หิ ตอบว่าคำถามนี้มีคนตอบได้คนเดียวคือพระพรหม หรืออีกคนหนึ่งที่อาจตอบได้คือหมอดู หมอสันต์ตอบไม่ได้หรอกครับ เพราะไม่เคยมีงานวิจัยสถิติภาพรวมว่าคนเป็นโรคไตระยะที่ 2 จะมีชีวิตปกติโดยไม่ต้องบำบัดทดแทนไตไปได้เฉลี่ยนานกี่ปี

อย่าลืมว่าเขาคิดค่า GFR มาให้คนที่มีความเสี่ยงที่ไตจะเสียหายให้หันมาใส่ใจดูแลไตตัวเอง ไม่ใช่ให้มานั่งกังวลถึงอนาคตนะจ๊ะหนูจ๋า ให้ใช้ประโยชน์จากตัวชี้วัดทางการแพทย์ให้ถูกทาง หากทำไม่ได้ก็อย่ามายุ่งกับตัวชี้วัดทางการแพทย์เลยดีกว่า ไม่ต้องตรวจไม่ต้องวัดอะไรทั้งสิ้น รอให้ป่วยจนใช้ชีวิตต่อไม่ได้ค่อยเข้าโรงพยาบาลจะดีกว่า ดีกว่าขยันตรวจโน่นนี่นั่นพอได้ผลตรวจมาแล้วมานั่งประสาทกิน เพราะโรคประสาทกินทำลายคุณภาพชีวิตและบั่นทอนความยืนยาวของชีวิตได้มากกว่าโรคอื่นใดทั้งสิ้น

3. ถามว่า ค่า GFR สามารถทำให้ดีขึ้นได้หรือไม่คะ ตอบว่า ได้ครับ งานวิจัยเกี่ยวกับผู้ป่วยถุงน้ำในไตโดยเฉพาะไม่มี แต่งานวิจัยเกี่ยวกับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังโดยภาพรวมพอมี ซึ่งสรุปว่าต้องทำสองอย่างคือ

(1) ไม่ขย่มไตให้โทรมลงไปยิ่งกว่าเดิม ด้วยการ 1.1 กินยาแก้ปวดแก้อักเสบข้อ (NSAID) 1.2 กินยาลดการหลั่งกรดเช่น omeprazole เป็นเวลานานๆ 1.3 กินหรือฉีดยาปฏิชีวนะที่มีพิษต่อไต 1.4 ฉีดสารทึบรังสืในการวินิจฉัยโรค ซึ่งมีพิษต่อไตมากสุดๆ 1.5 กินสมุนไพร อาหารเสริม หรืออะไรก็ไม่รู้ที่ไม่รู้กำพืดที่มา ใครเขาเอาอะไรมาขายให้และบอกว่าดีก็ซื้อกินหมด แบบนั้นไตพังมาแยะแล้ว 1.6 ปล่อยให้ร่างกายอยู่ในภาวะขาดน้ำนานๆ

(2) ปรับวิธีใช้ชีวิต โดยเปลี่ยนมากินอาหารแบบกินพืชเป็นหลัก เพราะงานวิจัยพบว่าคนเป็นโรคไตเรื้อรังที่กินอาหารแบบกินพืชเป็นหลักมีอัตราตายใน 8 ปีต่ำกว่าคนกินเนื้อสัตว์เป็นหลักถึง 5 เท่า นอกจานนี้ก็ควรใช้ชีวิตในวิถีสุขภาพเฉกเช่นคนธรรมดาทั่วไป เช่นออกกำลังกายทุกวัน จัดการความเครียด ดูแลการนอนหลับ มีสัมพันธภาพที่ดีกับคนรอบตัว เป็นต้น

4. ถามว่าน้ำดื่มแบบ RO คนเป็นโรคไตสามารถดื่มได้หรือไม่คะ ตอบว่าดื่มได้สิครับ ตำรวจที่ไหนจะไปจับคุณ RO ก็คือวิธีกรองน้ำให้สะอาดวิธีหนึ่งโดยอาศัยแผ่นกรองที่ละเอียดมาก

เพื่อให้ท่านผู้อ่านเข้าใจเรื่องนี้อย่างถ่องแท้ ผมขอขยายความหน่อยนะ

osmosis เป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติที่เซลล์ร่างกายดูดเอาน้ำจากภายนอกเข้าไปในเซลล์ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นรูพรุนละเอียดอย่างยิ่งชนิดที่เชื้อโรคผ่านไม่ได้แต่โมเลกุลน้ำผ่านได้ (semipermeable membrane) วิธีดูดเข้าก็อาศัยแรงดึงดูด (osmotic pressure) ของโมเลกุลใหญ่ในเซลล์ดูดเอาน้ำเข้าหาตัว

reversed osmoses ความจริงไม่เกี่ยวอะไรกับการใช้แรงดึงดูด แต่ยืมชื่อมาเรียกเท่ๆ แค่เป็นการกรองธรรมดาคือใช้แรงดันอัดเข้าทางฝั่งสกปรกแรงๆเพื่อไล่โมเลกุลน้ำให้มุดผ่านแผ่นกรองซึ่งมีรูพรุนระเอียดระดับใกล้เคียงกับ semipermeable membrane เพื่อให้น้ำสะอาดไปทางโน้น ของสกปรกอยู่ทางนี้

ดังนั้นน้ำที่ได้จากกระบวนการ RO ก็คือน้ำกรองที่สะอาดปราศจากเชื้อโรคนั่นเอง ส่วนว่าน้ำนั้นจะเป็นกรดหรือเป็นด่างนั้นเป็นประเด็นสารดูดสีดูดกลิ่นที่เลือกใช้ร่วมในการกรอง แต่จะเป็นกรดเป็นด่างไม่สำคัญ เพราะเข้าไปในร่างกายแล้วจะถูกระบบถ่วงดุล (buffer system) ของร่างกายเปลี่ยนให้เป็นกลางเหมือนกันหมด จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่คนเป็นโรคไตจะดื่มน้ำ RO ไม่ได้

5. ถามว่าควรทำตัวอย่างไรและควรพบแพทย์เฉพาะทางโรคไตไหม ตอบว่าทำตัวตามข้อ 3 และไม่จำเป็นต้องไปหาหมอโรคไตในขั้นตอนนี้เพราะในเรื่องซีสต์ก็มีหมอติดตามดูอยู่แล้วว่ามันไม่ใช่กรณีที่จะต้องผ่าตัดเอาซีสต์ออกแต่อย่างใด ส่วนในเรื่องการทำงานของไต ไตของคุณยังทำงานอยู่ในเกณฑ์เท่าคนทั่วไปอยู่จึงยังไม่มีอะไรให้หมอโรคไตช่วยดูแลตอนนี้ รอจน GFR ต่ำกว่า 60 โน่นแหละค่อยคิดอ่านไปหาหมอไต

6.. ถามว่าไม่มีเฟซบุ้คจะอ่านหมอสันต์ได้ทางไหน ตอบว่าทาง http://www.drsant.com ไงครับ คนส่วนใหญ่อ่านหมอสันต์ทางใครก็ไม่รู้ร่อนมาทางไลน์บ้าง ทางเฟซบ้าง จึงไม่สามารถติดตามอ่านหมอสันต์ต่อเนื่องได้ต้องอาศัยใบบุญให้คนอื่นร่อนมาให้อ่าน ซึ่งก็เป็นวิธีที่เวิร์คดีเหมือนกัน แต่วิธีหนึ่งที่แน่นอนว่าไม่เวอร์คคือเขียนอีเมลมาหาแล้วรอหมอสันต์ตอบทางอีเมล เพราะชาติหน้าตอนบ่ายๆก็จะยังไม่ได้คำตอบ เพราะหมอสันต์ไม่ตอบคำถามทางเมลส่วนตัว กฎกติกาของการถามหมอสันต์คือทุกคำถามจะตอบทาง public เพื่อให้คนอื่นได้ประโยชน์ด้วยเท่านั้น

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

แจ้งข่าวด่วน หมอสันต์ตัวปลอมกำลังระบาดหนัก

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

ทะเลาะกันเรื่องฝุ่น PM 2.5 บ้าจี้ เพ้อเจ้อ หรือว่าไม่รับผิดชอบ

เจ็ดใครหนอ

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

เลิกเสียทีได้ไหม ชีวิตที่ต้องมีอะไรมาจ่อคิวต่อรอให้ทำอยู่ตลอดเวลา

ไปเที่ยวเมืองจีนขึ้นที่สูงแล้วกลับมาป่วยยาว (โรค HAPE)

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)