ให้คุณทำตัวแบบเด็ก แต่ไม่ได้หมายความว่าให้คุณทำตัวไม่รู้จักโต

(ภาพวันนี้: หอมหมื่่นลี้)

คุณหมอสันต์คะ

คุณหมอเคยสอนหนูเมื่อตอนไป SR ว่าให้หนูทำตัวแบบเด็ก หนูก็อยากทำอย่างนั้นนะ แต่ว่าเมื่อทิ้งงานการไปแล้วลูกน้องครอบครัวลูกเต้าใครจะดูแลแทนเรา การทำตัวแบบเด็กหนูยังไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ตรงไหน

……………………………………………………

ตอบครับ

ผมบอกคุณให้ทำตัวแบบเด็ก แต่ผมไม่ได้หมายความว่าให้คุณทำตัวแบบคนไม่รู้จักโตนะ เมื่อคุณโตขึ้นคุณช่วยเหลือค้ำจุนคนรอบข้างและทำหน้าที่ที่พึงทำในสังคมเพื่อให้อยู่กับคนอื่นในสังคมอย่างสร้างสรรค์ได้ นั่นคือการทำตัวแบบคนรู้จักโตซึ่งคุณก็ทำอยู่แล้ว ผมไม่ได้จะให้เลิกทำในส่วนนี้

ส่วนการทำตัวแบบเด็กนั้นผมหมายความว่า ในการทำตัวเป็นคนรู้จักโตนั้นหากทำไม่เป็นมันจะเกิดความเครียดความกลัว ความยึดถือเกี่ยวพันขึ้น ส่วนนี้จะเป็นส่วนที่ทำให้ความเป็นคนรู้จักโตของคุณด้อยประสิทธิภาพลงด้วยซ้ำ ส่วนนี้คุณต้องใช้การทำตัวแบบเด็กเข้าไปแก้ไข

สิ่งที่คุณเลียนแบบเด็กได้ทันทีคือความง่าย (simplicity) ความสด (freshness) ความใสซื่อ จริงใจ ไม่รู้จักกลัวอะไร ช่างสังเกต สังเกตรับรู้สิ่งรอบตัวตลอดเวลา มองเห็นทุกอย่างรอบตัวเป็นความมหัศจรรย์ wonder ว้าว เปิดใจรับรู้สิ่งรอบตัวโดยไม่มีการปิดกั้นตัวเองและไม่มียะโสโอหังหรือมีตัวตนอะไรทั้งสิ้น และคุณเห็นด้วยกับผมทันทีว่าในการใช้ชีวิตของเด็กนั้นเขาจะจดจ่ออยู่แต่กับเดี๋ยวนี้เท่านั้น

แม้กระทั่งท่าออกกำลังกายของเด็กก็ล้วนเป็นท่าพื้นฐานสำหรับวิชาออกกำลังกายขั้นสูงทั้งมวลไม่ว่าจะเป็นโยคะหรือการเล่นกล้ามก็ล้วนเลียนแบบท่าออกกำลังกายของเด็ก ถ้าคุณแอบดูเวลาเขาทำอะไรเขาจะซิงค์การออกแรงกล้ามเนื้อกับการหายใจของเขาด้วย

เครื่องมือทั้งเจ็ดชิ้นที่ผมแนะนำให้คุณใช้ในการวางความคิด ในการใช้งานจริงคุณก็ต้องใช้แบบเด็ก คือมันไม่มีสะเต็พหรือขั้นตอนว่าต้องใช้ชิ้นไหนก่อนหลัง มันเป็นแขนขาของการมุ่งสู่การวางความคิดซึ่งคุณต้องใช้มันพร้อมๆกันไปหรือสลับสับเปลี่ยนกันไปและพัฒนาทุกอันไปพร้อมๆกัน เหมือนเด็กเกิดมาไม่ได้มีแขนก่อน แล้วค่อยมีขา แล้วค่อยมีตา แต่ทุกองคาพยพเกิดพร้อมกันพัฒนามาพร้อมกัน

แม้ในการเสาะหาครูผู้ชี้ทางชีวิตก็ให้คุณใช้หลักของการทำตัวแบบเด็กเข้าไปตัดสินคัดเลือกได้ นานมาแล้วครูของผมคนหนึ่งซึ่งเป็นโยคีบอกว่าคนที่ไม่ทำตัวแบบเด็ก คนนั้นไม่ใช่โยคีที่แท้จริง ดังนั้น ใครก็ตามที่สงบเย็น ยิ้มง่าย พอใจ เอ็นจอย และยอมรับแต่ละโมเมนต์ของชีวิตอย่างไม่มีเงื่อนไขโดยไม่คร่ำเคร่งอยู่กับคอนเซ็พท์หรือหลักการใดๆ ไม่ว่าเขาหรือเธอจะเป็นใคร ทำอาชีพสูงต่ำแค่ไหน มีการศึกษามากน้อยเพียงใด เขาหรือเธอคนนั้นเป็นครูคุณได้แน่ เพราะมีสิ่งที่คุณไม่มี

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

แจ้งข่าวด่วน หมอสันต์ตัวปลอมกำลังระบาดหนัก

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

ทะเลาะกันเรื่องฝุ่น PM 2.5 บ้าจี้ เพ้อเจ้อ หรือว่าไม่รับผิดชอบ

เจ็ดใครหนอ

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

เลิกเสียทีได้ไหม ชีวิตที่ต้องมีอะไรมาจ่อคิวต่อรอให้ทำอยู่ตลอดเวลา

ไปเที่ยวเมืองจีนขึ้นที่สูงแล้วกลับมาป่วยยาว (โรค HAPE)

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)