นพ.สันต์ร่วมกับดร.พญ.สุวิณา จัดแค้มป์โรคเบาหวานครั้งแรก (DM-1)

1. ความเป็นมา
มันเริ่มจากตัวผมเองเคยป่วยเป็นโรคหัวใจขาดเลือด ความที่อยากหนีจากแนวทางการรักษาแบบโรงพยาบาล (กินยา สวนหัวใจ บอลลูน ผ่าตัดบายพาส) จึงทบทวนงานวิจัยเพื่อหาทางออกอื่นและได้พบว่าการจัดการปัจจัยเสี่ยงของโรคโดยตัวผู้ป่วยเอง ทั้งในเรื่องอาหาร การออกกำลังกาย การจัดการความเครียด การเสริมสร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเอง ทำให้โรคดีขึ้นกว่าการรักษาในโรงพยาบาลเสียอีก จึงลงมือทำกับตัวเอง เมื่อเห็นว่าได้ผลดีจนสามารถพลิกผันโรคให้หายจากเจ็บหน้าอกและเลิกกินยาความดันยาไขมันได้หมด จึงตัดสินใจเลิกอาชีพหมอผ่าตัดหัวใจเปลี่ยนอาชีพมาเป็นหมอส่งเสริมสุขภาพ แต่เมื่อได้นั่งตรวจและสอนคนไข้ทีละคนอยู่ที่โรงพยาบาลก็พบว่ามันใช้เวลามากและช่วยคนไข้ได้เป็นจำนวนน้อย และวิธีนั่งตรวจมันยังแก้ปัญหาสำคัญที่คนไข้ต้องการไม่ได้ นั่นคือการขาดทักษะปฏิบัติการ ผมจึงเปลี่ยนแนวทางมาให้ความรู้กับคนป่วยคราวละหลายๆคน ทั้งในรูปแบบเขียนบล็อกตอบคำถาม และในรูปแบบแค้มป์กินนอนเพื่อเรียนรู้ทักษะในการป้องกันและพลิกผันโรคเรื้อรังต่างๆทุกโรคด้วยตัวเอง (Reverse Disease By Yourself – RDBY) ซึ่งได้ผลดีมาก และทำมาได้ห้าปี 20 รุ่นแล้ว แต่ก็มีความคิดอยู่ตลอดมาว่าหากสามารถทำแค้มป์ให้ผู้ป่วยแยกแต่ละโรคได้ก็น่าจะมีประโยชน์มาก

ต่อมาก็ผมได้พบอาจารย์ พญ.ดร. สุวิณา รัตนชัยวงศ์ ซึ่งเป็นอาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคเบาหวาน มาหลายสิบปีและจบปริญญาเอกที่สหราชอาณาจักรอังกฤษ ได้ทำงานวิจัยวิทยานิพนธิ์ด้านอิมมูโนพันธุกรรมของผู้ป่วยไทรอยด์เป็นพิษ (Graves’ disease) และครอบครัว ในขณะเดียวกันก็ได้ทำการศึกษาค้นคว้าข้อมูลวิจัยพื้นฐานด้านพยาธิสรีระวิทยาและพยาธิกำเนิดของโรคเบาหวานจนเป็นที่เข้าใจทั้งประเภทที่ 1 (Type 1 diabetes) ซึ่งขาดอินซูลิน และประเภทที่ 2 (Type 2 diabetes) ซึ่งดื้อต่ออินซูลิน  จนได้ตระหนักว่าวิธีการรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ด้วยยาลดน้ำตาลในเลือด หาใช่เป็นการรักษาโรคเบาหวานอย่างแท้จริงไม่ มันเป็นเพียงการบรรเทา (ช่วยลดอาการปัสสาวะบ่อย/หิวน้ำบ่อย) ของโรคเบาหวาน ด้วยการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดมิให้สูงจนเกินไปเท่านั้น ผลกระทบต่อการทำงานของผนังเซลล์ในเนื้อเยื่อต่างๆ รวมทั้งผนังเซลล์เยื่อบุหลอดเลือดทุกขนาดจากการที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงมากกว่าปกติยังคงมีอยู่ และดำเนินไปอย่างต่อเนื่องจนเกิดอาการของภาวะแทรกซ้อนเรื้อรังจากโรค เบาหวาน (Chronic complications of diabetes) เช่นเบาหวานขึ้นจอตา ปลายประสาทเสื่อม/มือเท้าชา มีแผลเรื้อรังที่เท้า (Diabetic foot) หลอดเลือดสมองและหัวใจตีบ/อุดตัน  การทำงานของไตเสื่อมถอยจนเกิดไตวายเรื้อรังในที่สุด

อาการต่างๆ ที่กล่าวมาเบื้องต้นนี้เป็นสิ่งที่ป้องกันได้ เพียงแค่รู้จักดำเนินชีวิตประจำวันอย่างมี “สติ” ทั้งนี้เพราะมูลเหตุอันแท้จริงของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 นั้นเกิดจากความไม่รู้หรือ “อวิชชา” ในด้านอาหารโภชนาการ ร่วมกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในการใช้ชีวิตประจำวัน “ขาดซึ่งสติ” ในด้านการบริโภคอาหารและเครื่องดื่ม รวมทั้งการใช้ชีวิตประจำวันที่ไม่เหมาะสมในการบำรุงรักษา “ร่างกาย/สุขภาพกาย” ซึ่งเป็นบ้านหลังเดียวอย่างแท้จริงที่ “จิต/วิญญาณ” เราอาศัยอยู่บนโลกใบนี้ เพียงที่เดียวของเรา ให้เราสามารถทำหน้าที่ตามบริบทที่ธรรมชาติได้ให้มาอยู่รับใช้ทางความคิดของผู้เป็นนายให้ดำรงตนอย่างมีสุขภาพดี ไม่ก่อให้เกิดความถดถอยในการทำงานของเซลล์และเนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่ควบคุมการสร้างอินซูลินของตับอ่อนจนมีปริมาณไม่เพียงพอในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่เกณฑ์ปกติได้ จึงมองเห็นความสำคัญของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านการบริโภคและการใช้ชีวิต ในการจัดการกับโรคเบาหวานเสียใหม่ โดยให้ตัวผู้ป่วยเข้ามาเรียนรู้วิธีการจัดการกับโรคของตัวเองด้วยตัวเองให้มากขึ้น เพื่อลดความรุนแรงและภาวะแทรกซ้อนเรื้อรังของโรคเบาหวาน เกิดภาวะหลอดเลือดแข็งตีบ แตก ตัน ทำให้ขาดเลือดไปเลี้ยงหัวใจ เนื้อสมอง เกิดอัมพฤกษ์ อัมพาต ไตวายเรื้อรัง อันเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตก่อนถึงวัยอันควร ทั้งๆ ที่เป็นโรคที่ป้องกันได้ ผมจึงได้เชิญอาจารย์มาเป็นวิทยากรหลักในการทำแค้มป์เบาหวานครั้งนี้


2. แค้มป์เบาหวานเหมาะสำหรับใครบ้าง


แค้มป์เบาหวานจัดขึ้นสำหรับ

2.1 ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ประสงค์จะลุกขึ้นมาจัดการกับโรคของตัวเองด้วยตัวเองเพื่อลดปริมาณการใช้ยาในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนเรื้อรังอันเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตก่อนถึงวัยอันควร

2.2 ผู้ประสงค์จะป้องกันไม่ให้ตัวเองเป็นโรคเบาหวาน โดยเฉพาะผู้มีความเสี่ยงเป็นเบาหวาน เช่น มีภาวะน้ำหนักเกิน โรคอ้วน โรคอ้วนลงพุง/เมตาโบลิก ซินโดรม (Metabolic syndrome) หรือเป็นว่าที่โรคเบาหวาน (Pre-diabetes) คือผู้มีน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติแต่ยังไม่ถึงระดับเป็นเบาหวาน  ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง หรือมีไขมันในเลือดสูง  เป็นต้น

2.3 ผู้ทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วยเบาหวาน (Care giver) ที่ต้องรับผิดชอบการตระเตรียมอาหารที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วย


         3. ภาพรวมของแค้มป์เบาหวาน

3.1 หลักสูตรนี้เป็นการใช้วิธีการแพทย์แผนปัจจุบัน (modern medicine) ในรูปแบบการแพทย์แบบอิงหลักฐาน (evidence based medicine) โดยมองปัญหาของผู้ป่วยแบบองค์รวม (holistic care) มาช่วยทำให้ผู้ป่วยเบาหวานสามารถจัดการโรคของตนเองด้วยตนเอง

3.2 ในกรณีที่ผู้สมัครเข้าร่วมโปรแกรมนี้มีแพทย์เฉพาะทางเจ้าประจำอยู่แล้ว ป่วยไม่ต้องเลิกจากแพทย์เฉพาะทางที่ดูแลกันมาแต่เดิม การปรึกษาและใช้บริการของแพทย์เฉพาะทางเฉพาะโรคที่ทำมาแต่เดิมนั้นก็ยังทำต่อไปเหมือนเดิม หลักสูตรนี้จะเติมเต็มเฉพาะส่วนที่ผู้ป่วยต้องทำด้วยตนเอง

3.3 ก่อนเริ่มแค้มป์ ผู้สมัครเข้าค่ายอบรมทุกท่านต้องตอบแบบสอบถาม (ผ่าน Google form) เพื่อให้แพทย์ได้ทราบพื้นฐานของการใช้ชีวิตประจำวัน (อาหารและเครื่องดื่มที่บริโภคบ่อย รวมทั้งกิจกรรมในการดำเนินชีวิตที่ยังเป็นอยู่ในปัจจุบัน) จะช่วยวิเคราะห์ให้เห็นถึงพฤติกรรมที่ทำให้การควบคุมระดับน้ำตาล ไขมัน และความดันโลหิต เป็นไปได้ไม่ดีได้ล่วงหน้า

3.4 ในวันแรกที่มาเข้าแค้มป์ ผู้ป่วยจะได้รับการตรวจร่างกายโดยแพทย์ จัดทำฐานข้อมูลสุขภาพ วางแผนสุขภาพ และเก็บรวมรวมผลการตรวจร่างกายและตรวจทางห้องปฏิบัติการและการตรวจพิเศษต่างๆไว้บนเฮลท์แดชบอร์ด (Health Dashboard) ซึ่งทั้งทีมแพทย์, ผู้ช่วยแพทย์ของเวลเนสวีแคร์ และตัวผู้ป่วยเองสามารถเข้าถึงข้อมูลนี้ได้ตลอดเวลา

3.5 ในระหว่างที่อยู่ในแค้มป์ ผู้ป่วยจะได้เรียนความรู้สำคัญเกี่ยวกับโรคเบาหวาน ได้ฝึกทักษะที่จำเป็นในการจัดการโรคเบหวาน ซึ่งรวมถึงทักษะโภชนาการ การทำอาหารแบบพืชเป็นหลัก การออกกำลังกาย การจัดการความเครียด การสร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเองอย่างต่อเนื่อง

อนึ่ง โภชนาการขณะอยู่ในแค้มป์จะเป็นแบบ low fat, plant-based, whole food คือไม่มีเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์เลย

3.6 เมื่อสิ้นสุดแค้มป์ 4 วันแล้ว ผู้ป่วยจะกลับไปอยู่บ้านโดยนำสิ่งที่เรียนรู้จากแค้มป์ไปปฏิบัติที่บ้าน โดยสื่อสารกับทีมแพทย์และพยาบาลของเวลเนสวีแคร์ผ่านเฮลท์ Wecare App ทางอินเตอร์เน็ท ผู้ป่วยสามารถติดต่อสอบถามเรื่องต่างๆรวมทั้งการปรับลดขนาดเมื่อตัวชี้วัดเปลี่ยนไปด้วย โดยคาดหมายว่าภายในหนึ่งปีผู้ป่วยจะสามารถดูแลตัวเองต่อไปได้ด้วยตัวเอง
สมาชิกสามารถใช้ Wecare App นี้เป็นที่เก็บข้อมูลผลแล็บใหม่ๆ รวมทั้งภาพและวิดิโอ.ทางการแพทย์ ของตนได้ต่อเนื่อง สมาชิกสามารถเข้าไปเปลี่ยนแปลง ปรับปรุง แก้ไข ข้อมูลสุขภาพของตนได้ทุกรายการ ยกเว้น Doctor’s Summary ซึ่งต้องเขียนสรุปให้โดยแพทย์เท่านั้น
อนึ่ง อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง สมาชิกมีหน้าที่ปรับปรุงข้อมูลดัชนีสุขภาพสำคัญ 7+5 ตัวของตนคือดัชนีสุขภาพทั่วไป 7 ตัวคือ (1) น้ำหนัก  (2) ความดัน (3) น้ำตาล (4) ไขมัน (5) ปริมาณผักผลไม้ที่กินต่อวัน (ข้อนี้อาจใช้พฤติกรรมในการขับถ่ายอุจจาระแทนได้) (6) เวลาที่ใช้ในการเดินและหรือออกกำลังกายต่อสัปดาห์ และ (7) การสูบบุหรี่ 

บวกดัชนีเฉพาะเบาหวานอีก 5 ตัวคือ (1) ส่วนสูง (2) เส้นรอบเอว (3) ปริมาณน้ำเปล่าที่ดื่มต่อวัน (4) ปริมาณเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลหรือแอลกอฮอลเป็นองค์ประกอบ (5) จำนวนครั้งของการลุกขึ้นปัสสาวะหลังเข้านอน เพื่อให้แพทย์ประจำตัวหรือทีมงานผู้ช่วยแพทย์ทำการวิเคราะห์ความเสี่ยงสุขภาพและวางแผนสุขภาพให้และบันทึกไว้บนแดชบอร์ด

3.7 สมาชิกสามารถขอรับคำปรึกษาปัญหาจากแพทย์ประจำตัวของท่านหรือทีมงานผู้ช่วยแพทย์โดยเขียนคำถามผ่านมาทาง Wecare App คำถามของสมาชิกจะได้รับการสนองตอบโดยผู้ช่วยแพทย์ที่เฝ้าแดชบอร์ดอยู่ ซึ่งจะปรึกษาแพทย์ประจำตัวของสมาชิกในกรณีที่เป็นปัญหาที่ต้องแนะนำโดยแพทย์ การตอบคำถามนี้จะมีประสิทธิภาพสูงสุดเพราะขณะตอบแพทย์หรือทีมงานมีข้อมูลสุขภาพของสมาชิกอยู่ตรงหน้าอยู่แล้ว
สมาชิกสามารถสั่งพิมพ์ใบสรุปข้อมูลสุขภาพ (Patient Summary) แบบหน้าเดียวซึ่งเขียนโดยแพทย์ประจำตัวของตน ไปใช้เพื่อเวลาไปรับการตรวจรักษาในสถานพยาบาลต่างๆได้ทุกเมื่อ

3.8 ในกรณีที่เป็นผู้ทุพลภาพหรือช่วยเหลือตนเองไม่ได้ซึ่งตามปกติต้องมีผู้ดูแลประจำตัวอยู่แล้ว ต้องนำผู้ดูแล (Care giver) มาด้วย โดยผู้ดูแลต้องลงทะเบียนเป็นผู้ดูแล ทั้งนี้นอกจากอาหารและที่พักแล้ว ผู้ดูแลยังสามารถเข้าร่วมเรียนรู้และฝึกทักษะต่างๆเพื่อประโยชน์ในการติดตามดูแลผู้ป่วย แต่ผู้ดูแลจะไม่ได้พบแพทย์เพื่อตรวจประเมินปัญหาสุขภาพของตนเอง และจะไม่มีบทสรุปสุขภาพของแพทย์ในแดชบอร์ด ในกรณีที่ประสงค์จะได้รับการตรวจสุขภาพและประเมินปัญหาโดยแพทย์ด้วย ผู้ดูแลจะต้องลงทะเบียนเป็นผู้ป่วยอีกคนหนึ่งแยกจากตัวผู้ป่วยที่ตนดูแล เพื่อให้ได้คิวเวลาที่จะเข้าพบแพทย์ซึ่งจำกัดสิทธิ์ไว้เฉพาะผู้ป่วยเท่านั้น


     4. หลักสูตร (Course Syllabus)


     4.1 วัตถุประสงค์
     4.1.1 วัตถุประสงค์ในด้านความรู้
คาดหวังให้ผู้ป่วยเรียนรู้และเข้าใจสิ่งต่อไปนี้
a. รู้เรื่องโรคเบาหวาน ทั้งพยาธิสรีระวิทยาและพยาธิกำเนิด พยาธิวิทยา อาการวิทยา
b. รู้จักตัวชี้วัดที่ใช้เฝ้าระวังการดำเนินของโรค
c. รู้ทางเลือกวิธีรักษาทุกวิธี และรู้ประโยชน์และความเสี่ยงของแต่ละทางเลือกอย่างละเอียด
d. รู้จักยาทุกตัวที่ตนเองได้รับ ทั้งชื่อ ขนาด วิธีกิน กลุ่มยา ฤทธิ์ยา และผลข้างเคียง
e . รู้วิธีการในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อบรรเทาอาการและบำบัดตนเองให้หายจากโรคโดยอาศัย “สติ” ในการดำเนินชีวิตประจำวัน

f. ในแง่ของโภชนาการ รู้ประโยชน์ของอาหารพืชเป็นหลักแบบไขมันต่ำในรูปแบบใกล้เคียงธรรมชาติ (low fat, plant based, whole food) รู้โทษของเนื้อแดงและเนื้อสัตว์ที่ผ่านกระบวนการปรับแต่งหรือถนอม

g. ในแง่ของการออกกำลังกาย รู้ประโยชน์และวิธีออกกำลังกายทั้งสี่แบบ คือแบบแอโรบิก (aerobic exercise) แบบฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (strength training) การยืดเหยียด (stretching exercise) และแบบเสริมการทรงตัว (balance exercise)

h. ในแง่ของการจัดการความเครียด รู้ประโยชน์และวิธีจัดการความเครียดด้วยเทคนิคต่างๆซึ่งรวมศูนย์อยู่ที่การฝึกวางความคิด

i. ในแง่ของแรงบันดาลใจ รู้จักพลังงานของร่างกาย (internal body) และการใช้พลังงานของร่างกายเป็นแหล่งบ่มเพาะแรงบันดาลใจให้ต่อเนื่อง

k. ในแง่ของการร่วมกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน รู้ประโยชน์และพลังของกลุ่มและรู้วิธีทำกิจกรรมในกลุ่ม

l. ในแง่ของการติดตามดูแลตนเอง รู้วิธีใช้ Health Dashboard ในการป้องกันและพลิกผันโรคด้วยตนเอง

     4.1.2. วัตถุประสงค์ในด้านทักษะ
คาดหวังให้ผู้ป่วยสามารถทำสิ่งต่อไปนี้ด้วยตนเอง
a.       บริหารจัดการโรคของตนเองได้โดยใช้ตัวชี้วัดพื้นฐาน 7 ตัว (1) น้ำหนัก (2) ความดันเลือด (3) ไขมันในเลือด (4) น้ำตาลในเลือด (5) ปริมาณผักผลไม้ที่กินต่อวัน (6) เวลาออกกำลังกายต่อสัปดาห์ (7) การสูบบุหรี่
b.       เลือกอาหารสำเร็จรูปหรือกึ่งสำเร็จรูปในตลาดที่เป็นอาหารพืชแบบไม่สกัดไม่ขัดสีได้
c.       ทำอาหารทานเองที่บ้านได้ เช่น ผัดทอดอาหารโดยใช้น้ำหรือใช้ลมร้อนแทนน้ำมันได้ อบถั่วและนัทไว้เป็นอาหารว่างเองได้ ทำเครื่องดื่มจากผักผลไม้โดยไม่ทิ้งกากด้วยตนเองได้
f.        ประเมินสมรรถนะร่างกายของตนเองด้วยการสังเกตอัตราการหายใจ การนับชีพจรจากเครื่องช่วยนับ และการทำ One mile walk test ให้ตัวเองได้
g.       ออกกำลังกายแบบแอโรบิกได้ด้วยตนเองได้
h.       ออกกำลังกายแบบฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อโดยใช้ท่ากายบริหาร ดัมเบล สายยืด และกระบอง ได้ด้วยตนเอง
i.         ออกกำลังกายแบบเสริมการทรงตัวได้ด้วยตนเอง
j.         สามารถกำกับดูแลท่าร่าง (posture) ในชีวิตประจำวันของตนเองได้
k.       ผ่อนคลายความเครียดเฉียบพลันด้วยเทคนิค relax breathing ได้
l.         จัดการความเครียดในชีวิตประจำวันด้วยการฝึกวางความคิดผ่านเทคนิคต่างๆเช่น นั่งสมาธิ ไทชิ โยคะ ได้
m.     สามารถร่วมกิจกรรมกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน ทั้งในเชิงเป็นผู้เปิดแชร์ความรู้สึกและเป็นผู้ให้การพยุงได้
n. สามารถใช้ Health Dashboard ในการดูแลตนเองต่อเนื่องได้ด้วยตนเอง

4.1.3    วัตถุประสงค์ในด้านเจตคติ
คาดหวังให้ผู้ป่วยเกิดเจตคติต่อไปนี้
a.       มีความมั่นใจว่าตนเองมีอำนาจ (empowered) ที่จะดลบันดาลให้โรคของตัวเองหายได้
b.       มีความมุ่งมั่นในพันธะสัญญา (commitment) ที่จะเป็นผู้ดูแลตนเองไม่ให้เป็นภาระแก่คนอื่น
c.       มีความอยาก (motivated) ที่จะมีชีวิตอย่างมีคุณภาพ มีความสุข

     5. ตารางกิจกรรมขณะอยู่ในแค้มป์

วันที่ 1 (ของ 4 วัน)

ผู้มาเข้าแค้มป์ควรเดินทางมาถึงเวลเนสวีแคร์ก่อน 9.00 น.

9.00-12.00 Registration & Initial assessment by doctor.
(1) ลงทะเบียนเข้าแค้มป์ (2) เช็คอินเข้าห้องพัก (3) วัดดัชนีมวลกาย วัดความดันเลือด ประเมินดัชนี 15 ตัว จัดทำเวชระเบียนส่วนบุคคลผ่าน app ของตนเอง (4) ผลัดกันเข้าพบกับแพทย์เพื่อตรวจร่างกายเป็นรายคน เพื่อให้แพทย์จัดทำสรุปปัญหาสุขภาพเก็บไว้ในเวชระเบียน ทุกท่านต้องมาพบแพทย์ตรงตามเวลานัด เพราะท่านจะไปใช้เวลาของคนอื่นมิได้
13.30-15.00 น.  แนะนำทีมงานและทำความรู้จักซึ่งกันและเรียนรู้จากโรคของกันและกัน

15.00-16.00 น.  ภาพใหญ่ของโภชนาการเพื่อพลิกผันโรคเรื้อรัง และกิจกรรมที่ปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม

และซักถามข้อสงสัย (ถ้ามี) โดยทีมงานหลัก (นพ. ปัณณพัฒน์  ดร.พญ.สุวิณา และนพ.สันต์)

วันที่ 2. (ของ 4 วัน)
07.00 – 08.30 การออกกำลังกายแบบสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (strength training)
08.30 – 10.00  สาธิตสอนแสดงการทำอาหาร / ทานอาหารเช้า / เวลาส่วนตัว
10.00 – 12.00  เหตุและปัจจัยอันใดที่ทำให้ป่วยเป็นโรคเบาหวาน                     (ดร.พญ.สุวิณา รัตนชัยวงศ์)

Tea break included
12.00 -14.00   สาธิตสอนแสดงการทำอาหาร / ทานอาหารกลางวัน / เวลาส่วนตัว
14.00 – 16.00  คำแนะนำโภชนาการขององค์กรวิชาชีพต่างๆ และกิจกรรมจ่ายตลาดฉลาดซื้อ

การอ่านเพื่อทำความเข้าใจกับฉลากอาหารเมื่อซื้อผลิตภัณฑ์แปรรูปและการเลือกซื้อ

17.00 – 19.00  สาธิตสอนแสดงการทำอาหาร / ทานอาหารเย็น

วันที่ 3. (ของ 4 วัน)
7.00 – 8.30 น. การจัดการความเครียดผ่าน โยคะ สมาธิ และไทชิ
8.30 – 10.00   ทานอาหารเช้า / เวลาส่วนตัว
10.00 – 12.00  การจัดการโรคเบาหวานด้วยตนเองโดยอาศัย “สติ” ในการเลือกบริโภคเพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดหลังอาหาร ได้โดยไม่ต้องใช้ยา หรือใช้ยาที่ไม่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะน้ำตาลตกในผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 และเรียนรู้ว่าเหตุใดจึงต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและน้ำตาลสะสมให้ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้?

12.00 -14.00   ทานอาหารกลางวัน / เวลาส่วนตัว
14.00 – 16.00  โรคร่วมกับโรคเบาหวาน (หัวใจ ความดัน ไขมัน โรคไต โรคอ้วน โรคสมองเสื่อม) 
17.00 – 19.00  สาธิตสอนแสดงการทำอาหาร / ทานอาหารเย็น

19.00 – 20.00  แบ่งกลุ่มย่อยให้ผู้เข้าค่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้สนทนาเกี่ยวกับเบาหวานและปัญหาที่มี

วันที่ 4. (ของ 4 วัน)
7.00 – 8.30 น.  การออกกำลังกายแบบเสริมการทรงตัว (balance exercise)
8.30 – 10.00   ทานอาหารเช้า / เวลาส่วนตัว
10.00 – 12.00  อาหารคือยา ฝึกสติในการเลือกบริโภค เพื่อลดการใช้ยา ในผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 การใช้ยาในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เหมาะสมในผู้เป็นเบาหวานที่ขาดอินซูลิน

12.00 -14.00   ทานอาหารกลางวัน / เวลาส่วนตัว

14.00-15.00    ผู้เข้ารับการอบรมให้ข้อมูลย้อนกลับถึงสิ่งที่ได้รับหรืออยากได้เพิ่มเติมในการเข้าค่ายนี้

15.00             ปิดแค้มป์

******************

หมายเหตุ 1. อาจมีการเปลี่ยนแปลงตารางการอบรมบ้างตามความเหมาะสมเพื่อประโยชน์ของผู้เข้ารับการอบรม

   6. วิธีลงทะเบียนเข้าเรียน

6.1 โทรศัพท์ลงทะเบียนกับเวลเนสวีแคร์ที่หมายเลข  063 6394003 หรือ 02 038 5115
6.2 ลงทะเบียนทางไลน์ @wellnesswecare
6.3 ลงทะเบียนทางอีเมล host@wellnesswecare.com
ในทุกกรณีเมื่อได้ที่นั่งแล้ว จะต้องโอนเงินค่าลงทะเบียนเข้าบัญชี ธนาคารกสิกรไทย สาขาสมุทรปราการ ชื่อบัญชี  บริษัท เมก้า วี แคร์ จำกัด เลขที่บัญชี 007-368-5478 ภายใน 24 ชั่วโมงหลังได้สำรองที่เรียนแล้ว หากพ้น 24 ชั่วโมงไปแล้วถือว่าสละสิทธิ์ ที่นั่งที่สำรองไว้ให้ท่านจะถูกจัดสรรไปให้ผู้อื่นโดยอัตโนม้ติ

            7. ราคาค่าลงทะเบียน

ค่าลงทะเบียนสำหรับตลอดคอร์ส (เข้าแค้มป์ 4 วัน 3 คืน ติดตามทางเฮลท์แดชบอร์ด อย่างน้อยหนึ่งปี) คนละ 15,000 บาท ค่าลงทะเบียนนี้รวมถึงใช้จ่ายในการเข้าแค้มป์ ค่าอาหารวันละ 3 มื้อ ค่าที่พัก 4 วัน 3 คืน การติดตามทางเฮลท์ แดชบอร์ด นานหนึ่งปี ค่าวิทยากร ค่าอุปกรณ์การฝึกทักษะ ค่าตรวจร่างกายโดยแพทย์ ค่าเจาะเลือดฉุกเฉินกรณีที่แพทย์สั่งให้เจาะ ค่าใช้จ่ายในการติดตามโดยแพทย์และพยาบาลทางเฮลท์แดชบอร์ดหลังจากออกจากแค้มป์กลับไปอยู่บ้านแล้ว
แต่ราคานี้ไม่ครอบคลุมถึงค่าเดินทางไปและกลับระหว่างบ้านของท่านกับเวลเนสวีแคร์ (ผู้ป่วยไปเองกลับเอง) ไม่ครอบคลุมค่ายาและค่ารักษาพยาบาลส่วนบุคคลของแต่ละท่าน

กรณีเป็นผู้ติดตาม ผู้ดูแลหรือ caregiver จะต้องลงทะเบียนเป็นผู้ติดตามซึ่งมีค่าลงทะเบียนคนละ 12,000 บาท ราคานี้รวมค่ากิน ค่าอยู่ ค่าที่พักห้องเดียวกับผู้ป่วยของตน ค่าเข้าร่วมเรียนและร่วมทำกิจกรรมทุกอย่างในแค้มป์ แต่ไม่ได้เข้าพบแพทย์เพื่อรับการตรวจร่างกายและไม่ได้ร้บการประเมินปัญหาสุขภาพของตนโดยแพทย์ และไม่มีรายงานสรุปปัญหาสุขภาพโดยแพทย์ในเฮลท์แดชบอร์ด

     8. การตรวจสอบตารางแค้มป์

สามารถตรวจสอบตารางแค้มป์ล่วงหน้าได้โดยวิธีสอบถามทางโทรศัพท์ที่หมายเลข  0636394003 หรือทางไลน์ @wellnesswecare หรือทางอีเมล host@wellnesswecare.com

     9. ระยะก่อนเข้าแค้มป์ (Pre-camping preparation) 

9.1 ผู้ป่วยทุกท่านที่ได้รับเข้าโปรแกรมแล้ว จะต้องกรอกแบบฟอร์มเกี่ยวกับโรคของตนซึ่งพยาบาลจะประสานงานส่งไปให้

9.2 ทุกท่านควรเดินทางมาถึงเวลเนสวีแคร์ในเช้าวันแรกก่อน 9.00 น.

9.3 พยาบาลประจำโปรแกรมนี้คือคุณสายชล (โอ๋) ซึ่งสมาชิกสามารถติดต่อได้ทางโทรศัพท์ 065 586 2660 หรืออีเมล  totenmophph@gmail.com

     10. สถานที่เรียน

คือ เวลเนสวีแคร์เซ็นตเตอร์ (มวกเหล็ก-เขาใหญ่) กรณีมารถยนต์สามารถใช้กูเกิลแม็พ Wellness We Care Center Saraburi

11. วันเวลาสำหรับแค้มป์ DM-1

วันที่ 12-15 พค. 65

12. จำนวนที่รับเข้าแค้มป์ DM-1

รับจำนวนจำกัด 15 คน

…………………………………………………………………

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

แจ้งข่าวด่วน หมอสันต์ตัวปลอมกำลังระบาดหนัก

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

ทะเลาะกันเรื่องฝุ่น PM 2.5 บ้าจี้ เพ้อเจ้อ หรือว่าไม่รับผิดชอบ

เจ็ดใครหนอ

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

เลิกเสียทีได้ไหม ชีวิตที่ต้องมีอะไรมาจ่อคิวต่อรอให้ทำอยู่ตลอดเวลา

ไปเที่ยวเมืองจีนขึ้นที่สูงแล้วกลับมาป่วยยาว (โรค HAPE)

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)