หมอสันต์ตอบคำถามเรื่องเปิดประเทศใน 120 วัน

ผู้สื่อข่าว

ทำไมระยะหลังนี้ไม่ยอมตอบคำถามเรื่องโควิด 19

นพ.สันต์

ก็มันไม่มีข้อมูลอะไรที่จะนำมาเป็นพื้นฐานของคำแนะนำ ผมก็ตามอยู่ไม่ใช่ไม่ตาม แต่ข้อมูลที่เป็นงานวิจัยตีพิมพ์เรื่องโควิด19 นี้มันมีน้อยมาก ยกตัวอย่างเช่นแม้กระทั่งผลวิจัยวัคซีนระยะสามของวัคซีนบางตัวที่เอาออกมาใช้กันระเบิดระเบ้อแล้วแต่ข้อมูลจริงยังไม่ได้ตีพิมพ์เลย ยิ่งข้อมูลที่ว่าวัคซีนอะไรดีกว่าอะไร ต้องฉีดสองเข็มหรือสามเข็ม ยิ่งไม่มีข้อมูลใหญ่เพราะยังไม่มีการวิจัยเปรียบเทียบเลยจะรู้ได้อย่างไร ข้อมูลที่พูดกันตอนนี้ส่วนใหญ่เป็นการให้ข่าวของคนทำวัคซีนขายบ้าง ผู้บริหารประเทศต่างๆบ้าง คนขายข่าวบ้าง และหมอที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องบ้าง ข่าวไม่ใช่ข้อมูลวิทยาศาสตร์ที่จะเอามาออกคำแนะนำอะไรได้

ผู้สื่อข่าว

ปัญหาใหญ่ที่สุดของไทยเราในภาพรวมคืออะไร

นพ.สันต์

คือการที่ไทยเราใช้ยุทธศาสตร์กดโรค (suppression) ไม่สำเร็จ

ผู้สื่อข่าว

ไม่ใช่การขาดวัคซีนหรือ

นพ.สันต์

การขาดวัคซีนเป็นปัญหาก็จริงแต่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ที่สุดของไทย เพราะวัคซีนเป็นเพียงการวิ่งตามการกลายพันธ์ (mutation) ของเชื้อโรค ยังไม่รู้ว่าจะต้องวิ่งตามกันไปอีกกี่ปี แต่การใช้ยุทธศาสตร์กดโรคให้สำเร็จเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เพราะอย่าลืมว่าเมืองไทยเรานี้โรคเพิ่งระบาดไปแค่ 0.3% ของประชากรแค่นั้นเอง มีเลขศูนย์นำหน้าจุดทศนิยมด้วยนะ เพราะเรามีกัน 67 ล้าน ติดเชื้อแล้วสองแสนสาม ถ้าเรามาดูพฤติกรรมการระบาดในปีกว่าที่ผ่านมาของโรคนี้หากเราปล่อยจริงก็ต้องดูประเทศที่เขาปล่อยในช่วงแรก อย่างเช่นที่อเมริกามันระบาดไปใน 10% ของประชากร คือมีคน 328 ล้านติดเชื้อ 33 ล้าน ที่อังกฤษ 7.8% คือมีคน 55.9 ล้านติดเชื้อ 4.7 ล้าน ของเรานี้เพิ่งติดเชื้อแค่ 0.3% เองนะ เราก็ร้องกันบ้านแตกว่าจำนวนเตียงไอซียู.และทีมแพทย์พยาบาลจะรับกันไม่ไหวแล้ว ถ้าเราปล่อยให้ติดไปสัก 10% ลองนึกภาพดูว่ามันจะเป็นอย่างไร ดังนั้นการกดโรคเป็นยุทธศาสตร์เดียวที่เราพึงทำตอนนี้ ไม่มีวิธีอื่น หากเรากดโรคไม่สำเร็จก็..จบข่าว

ผู้สื่อข่าว

ทำไมเราจึงกดโรคไม่สำเร็จ

นพ.สันต์

ผมไม่ทราบ มันเป็นการประชุมแห่งเหตุ ได้แต่เดาเอาว่าอาจเป็นเพราะวินัยของผู้คนไม่พอ ความเฉียบขาดของกลไกของรัฐไม่พอ เพราะยุทธศาสตร์กดโรคก็เหมือนยุทธการปราบผู้ก่อการร้ายภายในประเทศของทหาร ถ้าไม่เฉียบขาด มันก็ไม่สำเร็จ จริงๆแล้วมันคงมีหลายสาเหตุหลายปัจจัยที่เกินปัญญาที่ผมจะรู้ได้ แต่ที่ว่าไม่สำเร็จนี้หากเทียบกับประเทศอื่นก็ต้องถือว่าเราทำได้เจ๋งมากแล้ว เพียงแต่ว่ามันไม่เจ๋งพอที่จะให้โรคหมดเกลี้ยงได้ เพราะในเชิงระบาดวิทยา เมื่อเรากดโรคอุบัติใหม่ไว้จนพ้นระยะฟักตัวของโรค อย่างเช่นตอนที่เราทำล็อคดาวน์ครั้งแรกสองสามสัปดาห์ โรคนั้นก็น่าจะหายสาบสูญไปเกลี้ยง ที่เหลือก็จะเป็นแค่การกักกันโรคจากภายนอกไม่ให้เข้ามา

ผู้สื่อข่าว

ถ้ากดไม่สำเร็จก็เปลี่ยนยุทธศาสตร์เปิดประเทศเหมือนอย่างที่รัฐบาลจะทำใน 120 วันก็น่าจะดีใช่ไหม

นพ.สันต์

ผมเป็นหมอ ขอโทษที่ผมเออออห่อหมกกับคุณไม่ได้ เพราะตามหลักวิชา การถอยยุทธศาสตร์การกดโรคไปเป็นการยับยั้งโรค (mitigation) จะทำก็ต่อเมื่อการระบาดได้ข้ามพ้นจากระยะกระจายเป็นหย่อมๆแบบตามที่มาและที่ไปได้ (clusters of cases) ไปเป็นการระบาดในชุมชนแบบไม่รู้ว่าโรคมาจากไหนและจะไปทางไหน(community spreading) แต่นี่เรายังไม่เลวร้ายถึงขั้นนั้น ของเรายังอยู่ในระยะ clusters of cases และการระบาดของโรคก็เพิ่งกระจายไปแค่ 0.3% ของประชากรแค่น้้นเอง การกดโรคจึงเป็นทางไปทางเดียว ทางอื่นไม่มี

ผู้สื่อข่าว

ถ้ารัฐบาลเปิดประเทศจริง อะไรคือปัญหาเฉพาะหน้า

ถ้าถอยไปใช้ยุทธศาสตร์ยับยั้งโรค ปัญหาเฉพาะหน้าคือขีดความสามารถที่จะรับมือของระบบการแพทย์ มันไม่ง่ายแค่นับเตียงว่าเตียงภาครัฐมี 122,470 เตียง ภาคเอกชนมี 34,602 เตียง ในจำนวนนี้ 10% ทำเป็นไอซียู.ได้ มันไม่ง่ายแค่นั้น เพราะเมืองไทยนี้จำนวนแพทย์พยาบาลในภาพรวมอาจจะมีไม่น้อย แต่ที่จะอยู่หน้างานและอยู่ในสาขาที่รู้และชำนาญพอที่จะแก้ปัญหาให้คนไข้โควิด19ได้จริงๆมีน้อย มันก็คงเหมือนกองทัพของหลายๆประเทศละมัง กองทัพใหญ่โตมีนายพลเพียบ แต่พอออกรบจริงๆแล้วแพ้ ลางบอกมันก็มีออกมาให้เห็นแล้ว แค่การระบาดไปได้ 0.3% ของประชากร ก็มีเสียงโอดครวญจากคนทำงานหน้างานแล้วว่ากำลังจะไปต่อไม่ไหวแล้ว

ผู้สื่อข่าว

สรุปว่าหมอสันต์ไม่สนับสนุนให้เปิดประเทศเลย

นพ.สันต์

คุณพูดเองนะ

ผู้สื่อข่าว

แล้วคนไทยทั่วไปควรทำอย่างไร

นพ.สันต์

ก็ต้องทำสองอย่าง คือร่วมมือกับรัฐบาลในการกดโรค และดูแลตัวเองไม่ให้ติดโรค อันได้แก่ ใส่หน้ากาก อยู่ห่าง ล้างมือ เมื่อใดมีวัคซีนมาถึงคิวฉีดก็ไปฉีด ขณะเดียวกันทุกวันก็ต้องขยันฟูมฟักภูมิคุ้มกันของตนเองด้วยการออกกำลังกายทุกวัน กินอาหารที่มีพืชเป็นหลักที่หลากหลายในรูปแบบใกล้เคียงธรรมชาติ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ จัดการความเครียดให้จิตใจผ่อนคลายปลอดความเครียด ถ้ากินอาหารไม่ได้ก็ต้องเสริมวิตามินและเกลือแร่ที่มีผลต่อการสร้างภูมิคุ้มกัน เช่นวิตามินดี. วิตามินซี. และแร่ธาตุเช่นสังกะสี เป็นต้น

นพ. สันต์ ใจยอดศิลป์

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

แจ้งข่าวด่วน หมอสันต์ตัวปลอมกำลังระบาดหนัก

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

ทะเลาะกันเรื่องฝุ่น PM 2.5 บ้าจี้ เพ้อเจ้อ หรือว่าไม่รับผิดชอบ

เจ็ดใครหนอ

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

เลิกเสียทีได้ไหม ชีวิตที่ต้องมีอะไรมาจ่อคิวต่อรอให้ทำอยู่ตลอดเวลา

ไปเที่ยวเมืองจีนขึ้นที่สูงแล้วกลับมาป่วยยาว (โรค HAPE)

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)