ซ่อมลิ้นหัวใจด้วยลวดเย็บกระดาษ (TMVR with MitraClip)

 สวัสดีค่ะ คุณหมอสันต์ 

ได้ติดตามอ่านบทความที่คุณหมอเขียนให้ความรู้ต่างๆมาระยะนึงแล้ว และได้อ่านที่คุณหมอเขียนไว้เกี่ยวกับการผ่าตัด ลิ้นหัวใจรั่ว มาบ้างแล้วค่ะ  แต่ตอนนี้พบเจอปัญหาด้วยตนเอง คุณแม่อายุ 87 ปี มีปัญหาลิ้นหัวใจรั่ว พึ่งจะ Echo มาเมื่อวาน คุณหมอแจ้งผลให้ทราบว่า ลิ้นหัวใจรั่วมาก มีทางเลือกให้ทั้งหมด 3 ทาง ให้ครอบครัวปรึกษากันดูก่อนเนื่องจากคุณแม่อายุมาก และมีโรคประจำตัว เบาหวาน ไต ไขมัน ปัญหาเรื่องหลอดเลือดดำที่ขา ระหว่างวันเวลานั่งจะยกขาสูง และเลือดจางค่ะ (Hct เคยอยู่ที่ 26 มาหลายเดือน และเริ่มฉีด Darbepoetin วันที่ 10/8/2563) วิธีที่ 1 ผ่าตัดถ้าแก้ไขได้ก็แก้ ถ้าไม่ได้คือตัดแล้วเปลี่ยนใส่ลิ้นหัวใจเทียม  วิธีที่ 2 ใส่คลิปไปที่ขา เพื่อให้คลิปไปหนีบจับบริเวณของลิ้นหัวใจที่มีรอยรั่ว วิธีที่  3 คือไม่ทำอะไรเลย แต่วิธีนี้คุณหมอบอกว่าท้ายที่สุดก็จะจบที่น้ำท่วมปอดซึ่งตอบไม่ได้ว่าจะเมื่อไหร่   คุณหมอจึงให้เวลาลองกลับไปคิดดูก่อน และไปพบคุณหมออีกทีเดือนหน้าว่าทางครอบครัวจะตัดสินใจอย่างไร เท่าที่ฟังดูก็พอจะทราบว่าคุณหมอค่อนข้างจะเชียร์ให้ใส่คลิปค่ะ เพราะสามารถทำได้ในคนสูงอายุ ใช้เวลา 1-2 วัน ก็กลับบ้านได้ ไม่มีแผล แต่ก่อนจะทำต้องให้ไปส่องกล้องเพื่อประเมินความเป็นไปได้ทั้งหมดอีกครั้งค่ะ ก่อนกลับคุณหมอว่าถ้างั้นให้ยาขับน้ำ Furosemide 40 mg วันละ 1/2 เม็ดไปกินก่อน  เลยรีบถามกลับว่า ถ้ากินแล้วจะมีผลกับเรื่องไตมากน้อยแค่ไหน คุณหมอเลยว่ามันก็มีผลกับไต ถ้ากังวลก็ให้รอมีอาการเช่นน้ำหนักตัวเพิ่มผิดปกติ แล้วค่อยเริ่มกินได้ค่ะ  อาการปัจจุบันของคุณแม่ น้ำหนัก 42 kg ส่วนสูง 146 cm  ทุกๆเช้าจะเดินออกกำลังกายรอบๆบ้าน สายๆก็ดูซีรี่ย์เกาหลี อันนี้ติดหนักมากค่ะ 😅 และยังทำกับข้าวทำขนมเล็กๆน้อยๆได้อยู่ทุกวัน นอนราบได้ ไม่ไอ ไม่มีอาการหอบเหนื่อย หน้ามืด เป็นลม หรือหายใจไม่ออก   จึงอยากจะขอคำปรึกษาจากคุณหมอว่าควรจะตัดสินใจหรือมีแนวทางอย่างไรดี  ผลดีผลเสียของการใส่คลิปมากน้อยเพียงใด และถ้าเลือกวิธีที่ 3 จะมีวิธีอย่างไรบ้างที่จะพอประคับประคองให้ได้นานที่สุดค่ะ  

ขอบพระคุณคุณหมอมากค่ะ

.........................................................

ตอบครับ

     ผมจะวิเคราะห์ไปตามข้อมูลที่คุณให้มานะ ซึ่งมีแค่ผลการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียง (echo) และผลการตรวจเลือด

     ประเด็นที่ 1 รู้จัก TMVR ก่อน สิ่งที่คุณหมอแนะนำให้ทำนั้นเรียกว่าการซ่อมลิ้นหัวใจไมทรัลผ่านสายสวน (TMVR - ย่อจาก transcatheter mitral valve repair) ซึ่งมีหลายเทคนิค แต่เทคนิคที่จะใช้กับคุณแม่ของคุณคือเอาคลิปโลหะ (MitraClip) ไปหนีบยึดใบ (leaflet) ของลิ้นหัวใจใบหน้ากับใบหลังให้ติดกลายเป็นใบเดียวกัน เพื่อให้มันรั่วน้อยลง (แน่นอนว่ามันก็จะพลอยตีบมากขึ้นด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้) แต่โหลงโจ้งแล้วก็ยังดีกว่าปล่อยให้มันรั่วอย่างบักโกรก

     ประเด็นที่ 2 ข้อบ่งชี้ของการทำ TMVR ปกติการรักษาแบบนี้จะสงวนไว้ทำในผู้ป่วยลิ้นหัวใจไมทรัลรั่วระดับรุนแรงบักโกรก (gr III-IV) ซึ่งมีความเสี่ยงมากหากจะทำผ่าตัดซ่อมแซมลิ้นหัวใจตามปกติ (OMVR) คุณแม่ของคุณผมดูจากการประเมินลำ (jet) ของเลือดที่รั่วก็เรียกได้ว่ารั่วบักโกรกคือ grade IV แล้ว การที่คุณหมอท่านแนะนำให้ทำก็ถือเป็นการแนะนำตามข้อบ่งชี้ปกติ

     ประเด็นที่ 3. ความเสี่ยงของการทำ TMVR ผมเห็นด้วยกับคุณหมอของคุณว่าการทำ TMVR ให้คุณแม่คุณครั้งนี้มีความเสี่ยงน้อยกว่าการทำผ่าตัดเปิดซ่อมแบบปกติ (OMVR) ที่ว่าน้อยนี้ก็คืออัตราตายในโรงพยาบาลไม่เกิน 6% ผมใส่คำว่าไม่เกินไว้ด้วยเพื่อให้มันดูน่าศรัทธายิ่งขึ้น แต่ข้อบ่งห้ามจากข้อมูลของบริษัทผู้ผลิตเองบอกว่าในกรณีที่คิดแค่จะซ่อมลิ้น (ไม่ได้เปลี่ยนลิ้น) ห้ามเลือกเอาผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงตายจากการผ่าตัดแบบปกติ (OMVR) ต่ำกว่า 6% มาทำ TMVR แสดงว่าอัตราตายของ TMVR ที่แท้จริงคือ 6% เป๊ะนั่นแหละ

     ประเด็นที่ 4. ประโยชน์ที่จะได้จากการทำ TMVR เมื่อเราพูดถึงประโยชน์ของการรักษาด้วยวิธีใดๆ เราพูดในสองประเด็นเท่านั้น คือความยืนยาวของชีวิต กับคุณภาพชีวิต

     ในแง่ของความยืนยาวของชีวิต การทำ TMVR ให้คุณแม่คุณครั้งนี้จะไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย นี่ผมไม่ได้พูดเองนะ แต่มันเขียนไว้ที่ฉลากข้างซองของ MitraClip เลยแหละว่ายังไม่มีหลักฐานว่ามันเพิ่มความยืนยาวของชีวิตคนไข้ได้

     ในแง่คุณภาพชีวิต ข้อมูลสถิติทั่วไปคือหากการติดคลิปประสบความสำเร็จสามารถลดการรั่วจากเกรด IV ลงมาเหลือเกรด II ได้ก็จะทำให้อาการหัวใจล้มเหลวของผู้ป่วยดีขึ้น แต่ผมดูหลักฐานทั้งหมดที่คุณส่งมาให้แล้วคุณแม่ของคุณไม่ได้มีอาการหัวใจล้มเหลว และคุณภาพชีวิตของท่านตอนนี้เต็มร้อย คือยังเดินออกกำลังกายรอบๆบ้านได้ทุกเช้า ยังทำกับข้าวทำขนมเล็กๆน้อยๆได้อยู่ทุกวัน นอนราบได้ ไม่ไอ ไม่มีอาการหอบเหนื่อย ส่วนที่ต้องนั่งยกขาสูงเพราะเท้าบวมนั้นไม่เกี่ยวอะไรกับหัวใจข้างซ้าย อาจจะไม่เกี่ยวกับหัวใจเลย (คืออาจจะบวมเพราะโลหิตจางหรือขาดอาหารก็ได้) คนที่มีคุณภาพชีวิต 100% อยู่แล้วคุณจะไปเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ท่านอีกได้อย่างไรละครับ 

     ถึงจะมองเรื่องหัวใจล้มเหลวจากข้อมูลเทคนิคที่ได้จากการทำ echo ที่คุณให้มาก็ไม่มีอะไรบ่งชี้ว่าท่านหัวใจล้มเหลว การทำงานของหัวใจห้องล่างซ้ายดีมาก (LVEF 72%) และขนาดของหัวใจบนซ้าย (LA) ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ทางอ้อมว่าลิ้นหัวใจรั่วมากขนาดไหนก็ไม่ได้โตมากถึงกับระเบิดระเบ้อ (54.32 mm)แต่อย่างใด กล่าวโดยสรุปมองในแง่เทคนิคหัวใจของท่านยังฟิตดีมาก

     ส่วนคอนเซ็พท์ที่ว่าจะทำ TMVR เพื่อป้องกันการเกิดหัวใจล้มเหลว (น้ำท่วมปอด) ที่อาจจะเกิดในอนาคตนั้น หิ หิ นั่นเป็นข้อพิจารณาที่คุณต้องตรึกตรองเองให้ดีนะครับ แต่หมอสันต์เองจะไม่จับคนไข้ทำอะไรที่มีอัตราตายถึง 6% เพียงเพื่อจะป้องกันสิ่งที่คาดหมายว่ามันอาจจะเกิดขึ้นในอนาคตดอก เพราะสิ่งนั้นมันจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ยังไม่รู้ หากมันเกิดมันจะเกิดขึ้นในอัตรากี่เปอร์เซ็นต์ให้ห้าปีข้างหน้าที่ท่านยังมีอายุขัยอยู่ก็ไม่รู้ แต่การตาย 6% นี่แหงๆเห็นกันจะๆแน่ๆใน 30 วันนับตั้งแต่วันทำผ่าตัด (operative mortality นับการตายใดๆใน 30 วันนับจากวันผ่าตัด) 

     กล่าวโดยสรุป ประโยชน์ของการผ่าตัดมีน้อยมาก ชั่งน้ำหนักแล้วไม่คุ้มกับความเสี่ยง การจะตัดสินใจประการใดต่อไปก็แล้วแต่คุณ ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด หิ หิ

     อ้อ เดี๋ยว อย่าเพิ่งจบ ลืมไป เพิ่งนึกได้ คุณแม่มีปัญหาหลักคือโลหิตจาง ซึ่งอาจเป็นที่มาของอาการที่ชักนำไปหาหมอ แถมเป็นโลหิตจางชนิดเม็ดเลือดแดงโต (MCV 99.4)อีกต่างหาก ดังนั้น ให้คุณเช็คดูหน่อยว่าท่านขาดวิตามินบี.12 หรือเปล่า เพราะคนสูงอายุไม่ว่าจะกินอาหารแบบไหนมักมีวิตามินบี.12 ต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ ถ้าขาดและแก้เสียก็อาจจะทำให้โลหิตจางดีขึ้น

      โอเค. จบละครับ

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์


โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

แจ้งข่าวด่วน หมอสันต์ตัวปลอมกำลังระบาดหนัก

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

ทะเลาะกันเรื่องฝุ่น PM 2.5 บ้าจี้ เพ้อเจ้อ หรือว่าไม่รับผิดชอบ

เจ็ดใครหนอ

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

เลิกเสียทีได้ไหม ชีวิตที่ต้องมีอะไรมาจ่อคิวต่อรอให้ทำอยู่ตลอดเวลา

ไปเที่ยวเมืองจีนขึ้นที่สูงแล้วกลับมาป่วยยาว (โรค HAPE)

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)