หมอสันต์ตอบคำถามเรื่องกัญชา

กราบเรียนคุณหมอสันต์

คุณแม่อายุ 85 ปีบ่นอยากจะกินกัญชาผมควรจะหาให้ท่านกินไหมครับ ท่านมีอาการนอนไม่หลับและชอบบ่นปวดเมื่อยตามตัว และรบให้หากัญชาหรือน้ำมันกัญชามาให้ท่านรับประทาน เพราะเพื่อนของท่านบอกว่ากินกัญชาแล้วนอนหลับดี กัญชารักษาโรคนอนไม่หลับจริงหรือเปล่า และที่เขาว่ากัญชารักษามะเร็งได้นั้นจริงไหม กัญชามีข้อดีข้อเสียอะไรบ้างครับ

...........................................................

ตอบครับ

1. ถามว่าคุณแม่อายุ 85 ปีอยากกินกัญชาจะหาให้ดีไหม ตอบว่าท่านอายุปูนนี้แล้วอยากกินอยากสูบอะไรก็หาให้ท่านเถอะครับ แต่คุณหลบตำรวจเอาเองนะ ผมไม่เกี่ยว

2. ถามว่ากัญชารักษาอาการนอนไม่หลับได้หรือเปล่า ตอบว่างานวิจัยการใช้กัญชาช่วยการนอนหลับยังอยู่ในขั้นอนุบาล ผลที่ได้ตอนนี้ยังสะเปะสะปะสรุปอะไรเป็นตุเป็นตะยังไม่ได้ เท่าที่ผมประเมินภาพรวมจากหลักฐานวิจัยที่มีบ่งชี้ไปทางว่ากัญชาทำให้หลับได้เร็วขึ้น 15-30 นาที ทำให้หลับฝัน (REM sleep) น้อยลง และช่วยลดความกังวลซึ่งอาจส่งผลดีต่อการนอนหลับ

3. ถามว่ากัญชาแก้ปวดได้จริงไหม ตอบว่าจริงครับ เพราะผู้ทบทวนงานวิจัยเกี่ยวกับกัญชาครั้งใหญ่ที่สุดคือสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติสหรัฐ (NAS) ซึ่งได้ประเมินผลวิจัยระดับต่างๆเกี่ยวกับกัญชามากกว่า 10,000 งานวิจัย แล้วรายงานสรุปว่ากัญชามีประโยชน์จริงแท้แน่ๆอยู่ข้อเดียวคือใช้บรรเทาอาการปวดเรื้อรังได้ โดยใช้ได้ทั้งใบกัญชา ดอก และน้ำมัน ทั้งนี้เป็นเพราะสารออกฤทธิ์กลุ่มหนึ่งในกัญชาที่ชื่อ canabinoid

4. ถามว่ากัญชาใช้รักษามะเร็งได้ไหม ตอบว่ายังไม่มีหลักฐานว่ากัญชารักษามะเร็งได้ผลแต่อย่างใด และไม่เคยมีประเทศไหนอนุมัติให้ใช้กัญชาเป็นยารักษามะเร็ง แต่เนื่องจากกัญชามีคุณสมบัติบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียนในผู้ป่วยที่ได้เคมีบำบัด ลดความกังวล ทำให้นอนหลับง่าย จึงมีหมอจำนวนหนึ่งเอากัญชามาใช้รักษาผลข้างเคียงของยาเคมีบำบัดและผลข้างเคียงของโรคในคนไข้โรคมะเร็ง แต่ไม่ใช่เอามารักษามะเร็งให้หาย

     ทั้งนี้อย่าสับสนกับข้อมูลเบื้องต้นที่ว่ากัญชาอาจระงับการเติบโตของเซลมะเร็งบางชนิดในจานเพาะเลี้ยงได้ เพราะงานวิจัยในห้องทดลองไม่ใช่ข้อมูลที่จะนำมาใช้ในคนได้ทันที ยกตัวอย่างเช่นสารที่ระงับการเติบโตของมะเร็งในจานเพาะเลี้ยงนี้มีมากมายหลายชนิดรวมทั้งเปลือกมังคุดและข้าวสีม่วง  แม้กระทั่ง (ขอประทานโทษ) ฉี่ของคนเรานี่ก็ระงับเซลมะเร็งในจานเพาะเลี้ยงได้ แต่ว่าสิ่งเหล่านั้นกลับไม่มีฤทธิ์ระงับเซลมะเร็งในร่างกายคนได้แต่อย่างใด

5. ถามว่ากัญชาใช้รักษาอะไรได้อีกบ้าง ตอบว่าเท่าที่มีหลักฐานว่ากัญชาใช้รักษาได้คือ

5.1 งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน journal Clinical Psychology Review บ่งชี้ว่ากัญชาใช้รักษาการติดสุราเรื้อรังและการติดยาเสพย์ติดได้ นั่นสำหรับคนที่ติดยาเสพย์ติดแล้วนะ เอากัญชาไปทดแทนให้เลิกยาได้ แต่สำหรับคนที่ไม่เคยติดยาเสพย์ติด ข้อมูลของ NAS พบว่ากัญชาเป็นปากทางนำไปสู่การใช้ยาเสพย์ติดทุกชนิดรวมทั้งโคเคนฝิ่นและเฮโรอีนมากขึ้น

5.2 การทบทวนงานวิจัยที่ตีพิมพ์ไว้ในวารสาร Clinical Psychology Review บ่งชี้ไปทางว่ากัญชาใช้รักษาโรคซึมเศร้า โรคความเครียดหลังการบาดเจ็บ (PTSD) และโรคกลัวสังคมได้ แต่ขณะเดียวกันงานวิจัยของ NAS ระบุว่าการใช้กัญชาในคนที่ไม่ได้เป็นโรคทางจิตประสาทมาก่อนจะทำให้เป็นโรคกล้วสังคมมากขึ้น อนึ่ง กัญชานี้แสลงกับโรคจิตประสาทในกลุ่มโรคจิตสองขั้ว (bipolar disorder) และโรคจิตแบบบ้า (psychosis) เพราะอาจทำให้โรครุนแรงขึ้น

5.3 กัญชา (ในชื่อ Epidiolex) ได้รับอนุม้ติจากอย.สหรัฐ (FDA) ให้ใช้รักษาโรคลมชักชนิดรุนแรงในเด็กได้ เพราะลดอาการชักได้มากกว่ายาหลอก 39%

5.4 กัญชาลดการหดตัวแบบสปาสซั่มของกล้ามเนื้อในโรคปลอกประสาทอักเสบ (Multiple sclerosis) ได้เล็กน้อย

5.5 กัญชาทำให้เกิดความรื่นเริงบันเทิงใจ (euphoria) ทำให้วางความคิดลงได้ชั่วคราว พูดแบบบ้านๆก็คือกัญชาทำให้บรรลุธรรมได้ชั่วคราวสัก 1-2 ชั่วโมง นี่เป็นเหตุให้กัญชาป๊อบปูล่ามาแต่ดึกดำบรรพ์ แต่สองชั่วโมงเองนะ หลังจากนั้นก็จะตามด้วยอาการแฮงค์คือปวดหัวมึนหัวซึมเซา

5.6 กัญชาเพิ่มความอยากอาหาร สมัยผมเป็นจิ๊กโก๋อยู่เชียงใหม่เมื่อสี่สิบกว่าปีก่อน เป็นลูกค้าประจำของร้านก๋วยเตี๋ยวกัญชาแถววัดพระสิงห์...อร่อยมาก

6. ผลเสียของกัญชามีอะไรบ้าง ตอบว่า

6.1 กัญชาทำให้อาการโรคจิตสองขั้วและโรคจิตเภทกำเริบ

ุุ6.2 กัญชาทำให้มีความคิดฆ่าตัวตาย

ุ6.3 กัญชาเพิ่มความเสี่ยงที่จะเป็นบ้า (psychosis รวมทั้งชนิด schizophrenia) แม้จะเพิ่มเพียงเล็กน้อย แต่ก็เป็นการเพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ แต่ว่าในทางกลับกัน งานวิจัยดูคนที่เป็นบ้าไปเรียบร้อยแล้วลองให้เสพย์กัญชาดู กลับพบว่ากัญชาทำให้คนบ้าเหล่านั้นมีการเรียนรู้จดจำดีขึ้น

6.4 ข้อมูลของ NAS พบว่ากัญชามีความสัมพันธ์กับการเป็นมะเร็งอัณฑะชนิด seminoma มากขึ้น

ุ6.5 การสูบกัญชาประจำเพิ่มอาการไอเรื้อรัง

6.6 แม้จะยังไม่มีหลักฐานความสัมพ้นธ์ระหว่างมะเร็งปอดกับการสูบกัญชา แต่ควันกัญชาก็มีสารก่อมะเร็งหลายสิบชนิด รวมทั้ง nitrosamine ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งตัวเอ้ด้วย

     กล่าวโดยสรุปหลักฐานวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับประโยชน์ของกัญชาในทางการแพทย์ยังมีน้อยมาก แต่ความบ้ากัญชามีมากกว่า แล้วอย่าหลงรอด้วยความหวังว่าหลักฐานวิทยาศาสตร์จะมีมากขึ้นในเวลาอันรวดเร็วนะจะรอเก้อเปล่าๆ เพราะงานวิจัยกัญชาถูกคุมกำเนิดอย่างเข้มงวด เนื่องจากกัญชาเป็นสารต้องห้ามระดับหนึ่ง (Schedule I controlled substance) ขององค์การปราบปรามยาเสพย์ติดสหรัฐ (DEA) ซึ่งคุมการใช้กัญชาในงานวิจัยอย่างเข้มงวด จึงเป็นการยากมากที่ผลวิจัยเจ๋งๆใหม่ๆจะเกิดขึ้นได้ในเร็ววันนี้ ชีวิตจริงเราต้องอยู่กับข้อมูลแค่นี้ไปอีกนานหลายปี ดังนั้นชาวไทยใครใคร่ค้ากัญชาก็จงรีบค้า เพราะความคลุมเครือของข้อมูลจะเอื้อประโยชน์ให้ทำมาค้าคล่องไปอีกนานคุ้มการลงทุน ใครใคร่กินกัญชาก็จงรีบกิน กินในช่วงนี้อย่างน้อยนอกจากจะบรรเทาปวดช่วยนอนหลับและคลายกังวลได้ระดับหนึ่งแล้วก็ยังอาจจะได้ประโยชน์เพิ่มจากผลของความเชื่อ (placebo effect) ในโรคอื่นๆอีกด้วย ขอแต่คอยหลบตำรวจเอาเองก็แล้วกัน หิ หิ

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

บรรณานุกรม

1. Adams IB, Martin BR: Cannabis: pharmacology and toxicology in animals and humans. Addiction 91 (11): 1585-614, 1996.
2. Abrams DI: Integrating cannabis into clinical cancer care. Curr Oncol 23 (2): S8-S14, 2016.
3. Sallan SE, Cronin C, Zelen M, et al.: Antiemetics in patients receiving chemotherapy for cancer: a randomized comparison of delta-9-tetrahydrocannabinol and prochlorperazine. N Engl J Med 302 (3): 135-8, 1980.
4. Feinberg I, Jones R, Walker J, Cavness C, Floyd T. Effects of marijuana extract and tetrahydrocannabinol on electroencephalographic sleep patterns. Clin Pharmacol Ther. 1976;19(6):782–94.
5. Babson KA, Boden MT, Bonn-Miller MO. The impact of perceived sleep quality and sleep efficiency/duration on cannabis use during a self-guided quit attempt. Addict Behav. 2013;38(11):2707–13.
6. Roitman P, Mechoulam R, Cooper-Kazaz R, Shalev A. Preliminary, open-label, pilot study of add-on oral Delta9-tetrahydrocannabinol in chronic post-traumatic stress disorder. Clin Drug Investig. 2014;34(8):587–91. 49.
7. Jetly R, Heber A, Fraser G, Boisvert D. The efficacy of nabilone, a synthetic cannabinoid, in the treatment of PTSD-associated nightmares: a preliminary randomized, double-blind, placebo-controlled cross-over design study. Psychoneuroendocrinology. 2015;51:585–8.
8. Ware MA, Fitzcharles MA, Joseph L, Shir Y. The effects of nabilone on sleep in fibromyalgia: results of a randomized controlled trial. Anesth Analg. 2010;110(2):604–10.
PubMedCrossRefGoogle Scholar
9. Weaver TE, Calik MW, Farabi SS, Fink AM, Galang-Boquiren MT, Kapella MC, et al. Innovative treatments for adults with obstructive sleep apnea. Nat Sci Sleep. 2014;6:137–47.
10. Lynch ME, Ware MA. Cannabinoids for the treatment of chronic non-cancer pain: an updated systematic review of randomized controlled trials. J NeuroImmune Pharmacol. 2015;10(2):293–301. This article provided a literature review of research investigating the use of cannabinoids in treating chronic pain.
11. Russo EB, Guy GW, Robson PJ. Cannabis, pain, and sleep: lessons from therapeutic clinical trials of Sativex, a cannabis-based medicine. Chem Biodivers. 2007;4(8):1729–43.
PubMedCrossRefGoogle Scholar
12. Ferguson G, Ware M. Review article: sleep, pain and cannabis. Journal of Sleep Disorders & Therapy. 2015;4(2):191.
13. Meier MH, Caspi A, Ambler A, et al. Persistent cannabis users show neuropsychological decline from childhood to midlife. Proc Natl Acad Sci U S A. 2012;109(40):E2657-E2664. doi:10.1073/pnas.1206820109.
14. Jackson NJ, Isen JD, Khoddam R, et al. Impact of adolescent marijuana use on intelligence: Results from two longitudinal twin studies. Proc Natl Acad Sci U S A.2016;113(5):E500-E508. doi:10.1073/pnas.1516648113.
15. National Academies of Sciences, Engineering, and Medicine. The Health Effects of Cannabis and Cannabinoids: Current State of Evidence and Recommendations for Research. Washington, DC: The National Academies Press; 2017.
16. Young-Wolff KC, Tucker L-Y, Alexeeff S, et al. Trends in Self-reported and Biochemically Tested Marijuana Use Among Pregnant Females in California From 2009-2016. JAMA. 2017;318(24):2490. doi:10.1001/jama.2017.17225

    โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

    สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

    ยาลดน้ำหนักที่ FDA อนุมัติให้ใช้ในปี 2026

    สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

    ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)

    เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

    การโกนขนอวัยวะเพศ (pubic hair)

    ปวดหลัง กินยา Arcoxia และ Norgesic และ Voltaren

    งานวิจัยในคนพบว่ากินอาหารมีฟลาโวนอยด์มากจะตายช้า มาเจาะลึกเรื่องฟลาโวนอยด์กันหน่อยก็ดี

    สวัสดีปีใหม่ พ.ศ. 2569 กับ 9 วิธีที่จะรู้ตัว

    ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว