มีด้วยหรือเอ็นไซม์หัวใจ trop-T/CKMB สูงแต่ไม่ได้เป็นกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน

คุณหมอคะ
หนูขอถามเรื่องคนไข้ อายุ 45 ปี เป็นโรคหัวใจขาดเลือด ตรวจสวนหัวใจไปแล้วก่อนหน้านี้ 4 ครั้ง บางครั้งก็ใส่สะเต้นท์ บางครั้งก็ไม่ใส่ ครั้งที่ 5 เมื่อ ... เข้ารพ.สวนหัวใจใส่สะเต้นท์อีก หลังจากนั้นหนึ่งเดือนก็แน่นหน้าอกหายใจไม่อิ่มจึงรีบไปโรงพยาบาลทำ ekg ได้ผลปกติ แต่เจาะเลือดดู Troponin T และ CKMB ได้ผลสูงผิดปกติทั้งคู่ จึงได้รับการตรวจสวนหัวใจอีกเป็นครั้งที่ 6 แต่คราวนี้ไม่พบความผิดปกติที่หลอดเลือด แพทย์จึงสรุปว่าผลตรวจเอ็นไซม์เป็นผลบวกปลอม หนูสงสัยว่า Troponin T นี้เป็นมาตรฐานในการวินิจฉัยโรค acute MI ไม่ใช่หรือ มีด้วยหรือที่ Troponin T สูงแต่ไม่ได้เป็น acute MI ถ้ามี มีกรณีไหนบ้าง แล้วการตรวจควบสองอย่าง Troponin T กับ CKMB นี้เป็นการยืนยันแน่ชัดว่าเกิด acute MI แน่ไม่ใช่หรือ ทำไมเอ็นไซม์ทั้งสองตัวสูงแล้วสวนหัวใจกลับได้ผลปกติ

................................................

ตอบครับ

     คุณถามให้คนไข้ ผมตอบแบบพูดกับคนไข้โดยตรงเลยนะ

     1. ถามว่าโทรโปนิน (เอ็นไซม์ที่อยู่ในเซลกล้ามเนื้อหัวใจ) เป็นเครื่องมือมาตรฐานในการวินิจฉัยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันไม่ใช่หรือ ตอบว่าใช่ครับ ที่ประชุมร่วมหมอหัวใจยุโรปและอเมริกา (ESC/ACC joint committee) ตั้งมาตรฐานว่าเมื่อใดที่โทรโปนินออกมาในเลือดมากผิดปกติบวกกับมีอาการ (เจ็บหน้าอก) และอาการแสดง (คลื่นไฟฟ้าหัวใจเปลี่ยน) ของหัวใจขาดเลือด ให้วินิจฉัยว่าเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน แต่มาตรฐานก็คือมาตรฐานนะครับคุณพี่ มันยังมีส่วนที่เล็ดออกไปนอกมาตรฐาน ภาษาเหนือเขาเรียกว่าพวก "ลอดมอก" คือวินิจฉัยว่าเป็นโรคนี้ตามมาตรฐานแล้ว แต่คนไข้กลับไม่ได้เป็นโรคนี้ หิ หิ วิชาแพทย์ก็งี้แหละ คือมันดิ้นได้ วันหนึ่งเมื่อวิชาแพทย์แน่นอนตายตัวดิ้นไม่ได้เมื่อใด เมื่อนั้นหมอสันต์ต้องเลิกอาชีพไปขายเต้าฮวย เพราะแพทย์จะถูกหุ่นยนต์เอไอ.แทนที่หมด

    2. ถามว่ากรณีไหนบ้างที่ไม่ได้เป็นกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันแต่เอ็นไซม์โทรโปนินสูงผิดปกติ ตอบว่ามีหลายกรณีมากและเป็นเรื่องที่วงการแพทย์รู้กันดี ภาษาหมอเรียกว่าการวินิจฉัยแยกโรค เช่น

     2.1. โรคไตวายเรื้อรัง (CKD) วงการแพทย์ยังหาสาเหตุไม่ได้ว่าทำไมโทรโปนินจึงสูงในโรคไตเรื้อรัง หมอสันต์เดาเอาว่าคงเป็นเพราะไตขับขยะในเลือดทิ้งได้น้อยลง ทำให้โทรโปนินที่เกิดจากการทะยอยตายของกล้ามเนื้อหัวใจวันละเล็กวันละน้อยตามปกติเกิดสะสมขึ้นในเลือด นี่เป็นแค่การเดา เด่า เด้า เด๊า เด๋า นะ

     2.2. มีการบาดเจ็บต่อหัวใจ เช่นเอาหน้าอกไปแอ่นรับลูกบอล ผมเองเคยเห็นคนไข้แบบนี้มาแล้วในหนุ่มนักฟุตบอล แถมตอนเข้าโรงพยาบาลยังได้รับการตรวจสวนหัวใจแล้วใส่ขดลวดถ่าง (stent) อีกด้วย

     2.3. ภาวะหัวใจล้มเหลว (โดยที่ไม่มีกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันเลย)

     2.4. อุบัติการหลอดเลือดในสมอง เออ..สมองก็สมอง มันมาเกี่ยวกับหัวใจได้ไงเนี่ย ยังไงไม่รู้ละ มันเกี่ยวก็แล้วกัน มีผู้เสนอกลไกไว้แยะมากแต่พิสูจน์ไม่ได้สักคน หมอสันต์ก็เสนอกับเขาเหมือนกัน ว่าคงเป็นเพราะสมองมีปัญหาแล้วระบบประสาทอัตโนมัติเร่งให้หัวใจเต้นเร็วเกินไปจนเซลหัวใจตายไปบ้างมั้ง นี่เป็นมั้งศาสตร์นะ ฮี่ ฮี่

     2.5. ภาวะลิ่มเลือดอุดหลอดเลือดในปอด (PE)

     2.6. โรคทางเดินลมหายใจอุดกั้นเรื้อรัง

     2.7. ป่วยเป็นโรคอะไรก็ได้ ขอให้หนักถึงเข้าไอซียู. ก็โทรโปนินสูงได้ทั้งนั้น

     2.8. การออกกำลังกายหนัก เขียนมาถึงข้อนี้คิดถึงความหลังขึ้นมาได้ ขอนอกเรื่องหน่อยนะ สมัยผมยังเป็นหมอหนุ่มๆอยู่ที่เมืองโอ๊คแลนด์ มีนักรักบี้หนุ่มเจ็บหน้าอกมาตรวจพบเอ็นไซม์โทรโปนินสูงทุกคนก็เห็นพ้องกันหมดว่าต้องรีบสวนหัวใจ แต่มีหมอกะเหรี่ยงคนเดียวท้วงว่าโทรโปนินมันสูงเพราะเขาออกกำลังกายหนักไปมั้ง หมอทุกคนต่างหันมามองหน้าหมอกะเหรี่ยงเชิงตำหนิว่าตัวเองเป็นกะเหรี่ยงแล้วทำไมต้องชอบพูดอะไรที่ไม่มีหลักฐานวิจัยรองรับด้วยนะ จนหมอสันต์ต้องเผลอก้มหน้าต่ำสำนึกผิด แต่นักรักบี้คนนั้นสวนหัวใจแล้วหลอดเลือดเป็นปกติ ไม่มีใครรู้ว่าเขาเจ็บหน้าอกจากอะไร และไม่มีใครพูดถึงข้อสันนิษฐานไร้สาระของหมอกะเหรี่ยงที่ว่าเป็นเพราะเขาออกกำลังกายหนักเลย แต่เดี๋ยวนี้มีหลักฐานวิทยาศาสตร์ชัดเจนแล้วว่าการออกกำลังกายหนักทำให้เอ็นไซม์โทรโปนินสูงผิดปกติได้ถึง 78% ทั้งๆที่หัวใจก็ดีๆอยู่ ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นก็ไม่มีใครรู้อีกนั่นแหละ ได้แต่ใช้เวอร์บทูเดา ผมเดาเอาว่าคงเป็นเพราะการออกกำลังกายหนักหัวใจต้องเร่งสร้างเซลกล้ามเนื้อใหม่และทิ้งเซลกล้ามเนื้อเก่าเร็วขึ้น เซลเก่าที่ถูกทิ้งหรือตายลงก็จะปล่อยโทรโปนินออกมาในเลือด นี่เป็นเวอร์บทูเดานะ อย่าลืม

     2.9. มีการอักเสบของเยื่อหุ้มหัวใจหรือกล้ามเนื้อหัวใจ จะด้วยเหตุอะไรก็ตาม แม้กระทั่งติดเชื้อไวรัสกระจอกๆอย่างไข้หวัดใหญ่

     2.10. มีเหตุให้หัวใจเต้นเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีหัวใจเต้นเร็วแบบ SVT บ้าง แบบ AF บ้าง

     2.11. เป็นความคลาดเคลื่อนของกระบวนการทางแล็บเอง เช่นมีแอนตี้บอดี้อยู่ในเลือดมาก (เช่นเป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเองเช่นข้ออักเสบรูมาตอยด์ หรือได้รับการถ่ายเลือดคนอื่นมา) ก็ทำให้ค่าโทรโปนินสูงกว่าปกติได้ มีเศษไฟบรินลอยอยู่ในตัวอย่างเลือดมากก็ทำให้ผลแล็บเพี้ยนได้

     3. ถามว่าการควบการเจาะตรวจเอ็นไซม์โทรโปนินกับ CKMB (เอ็นไซม์ในเซลกล้ามเนื้อหัวใจอีกตัวหนึ่ง) หากพบระดับสูงผิดปกติทั้งคู่ยิ่งยืนยันว่าเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันแน่นอนไม่ใช่หรือ ตอบว่าไม่ใช่ครับ หากเอ็นไซม์โทรโปนินสูงตัวเดียวโดยที่ CKMB ไม่สูง บ่งชี้ว่าเป็นผลบวกปลอมค่อนข้างแน่ แต่หากเอ็นไซม์ทั้งสองตัวสูงก็มีความหมายว่าความจำเพาะเจาะจงของการวินิจฉัยว่าน่าจะเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันมากขึ้น แต่ไม่เสมอไป ยังมีหลายกรณีที่เอ็นไซม์ทั้งสองตัวสูงผิดปกติแต่ไม่ได้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน เช่นการเป็นโรคไตเรื้อรัง เป็นต้น แม้กระทั้งการออกกำลังกายหนักๆนอกจากจะเป็นเหตุให้โทรโปนินสูงได้แล้ว ก็ยังเป็นเหตุให้ CKMB สูงได้ด้วย

     ผมตอบคำถามของคุณหมดแล้วนะ ต้องขอโทษที่คำตอบของผมไม่มีอะไรสร้างสรรค์ให้คุณเท่าไหร่ ผมเห็นใจคุณที่คุณเจ็บหน้าอกบ่อย ต้องถูกสวนหัวใจใส่สะเต้นท์ซ้ำซากจนในอายุหนุ่มๆขนาดนี้คุณก็จวนจะได้เป็นแชมป์ผู้สวนหัวใจบ่อยที่สุดแล้ว ให้ผมแนะนำอะไรแก่คุณแบบไม่เกี่ยวกับหลักวิชาแพทย์สักหน่อยได้ไหม ถ้าคุณเห็นเป็นเรื่องไร้สาระก็ไขหูเสียก็ได้ คือการที่คุณถูกสวนหัวใจซ้ำซากนี้มันมีอยู่สองส่วนนะ คือส่วนที่เกี่ยวกับตัวคุณเอง กับส่วนที่เกี่ยวกับหมอ ส่วนที่เกี่ยวกับหมอนั้นผมไม่มีอะไรจะพูดถึงเพราะหมอเขาก็รักษาคุณไปตามมาตรฐานหลักวิชา ตรวจเจอนั่นก็ต้องทำนี่ เป็นธรรมดา แต่ผมอยากจะพูดถึงส่วนที่เกี่ยวกับตัวคุณเอง คือตัวคุณเองวินิจฉัยตัวเองว่าคุณเจ็บหน้าอกแบบด่วน (acute MI) แล้วจึงรีบไปโรงพยาบาล การวินิจฉัยว่าเจ็บหน้าอกแบบด่วนหรือไม่ด่วนนี้วงการแพทย์แนะนำให้ใช้นาฬิกา คือหากพัก 20 นาทีแล้วไม่หายก็ให้ถือว่าด่วน ที่ผมจะพูดกับคุณก็คือการพักรอดูเชิง 20 นาทีนี้มันมีอยู่สองแบบ คือแบบที่หนึ่งหากคุณรอดูแบบกระต๊ากตื่นตูมคิดถึงแต่เรื่องลบๆคิดถึงหน้าแม่ยายหรือลูกหนี้ที่คงจะรอดมือคุณไปได้หากคุณต้องตายลง มีโอกาสมากที่คุณอาจจะเจ็บหน้าอกนานเกินยี่สิบนาทีทั้งๆที่คุณไม่ได้เป็นกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน แต่ถ้าหากคุณสังเกตอาการเจ็บหน้าอกอย่างมีเชิง หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกช้าๆพร้อมกับผ่อนคลายกล้ามเนื้อทั่วร่างกายลง วางความคิดไปให้หมด รับรู้อาการของร่างกายแบบยอมรับอย่างไม่มีเงื่อนไข ไม่ลุ้น ไม่ขับไล่ไสส่ง ยอมรับ และอย่ากลัว อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด ยอมรับได้หมด ตายก็รับได้ คิดเสียว่าตายก็ดี จะได้ถือโอกาสนิพพานตั้งแต่วัยหนุ่มซะเลย ระหว่างที่รอไม่มีอะไรทำก็ดื่มน้ำเปล่าแก้เซ็งไปก่อน ทำแบบนี้มีโอกาสมากที่แป๊บเดียวอาการเจ็บหน้าอกก็จะหาย แล้วคุณก็จะได้ไม่ต้องไปโรงพยาบาล เพราะถ้ามันหายเจ็บในเวลาไม่ถึง 20 นาทีมันก็ไม่ใช่ acute MI ไม่ใช่กรณีที่จะต้องรีบไปโรงพยาบาล คุณก็จะได้ไม่ถูกสวนหัวใจซ้ำซาก ใส่สะเต้นท์ซ้ำซาก

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

บรรณานุกรม

1. Francis GS, Tang WH. Cardiac troponins in renal insufficiency and other non-ischemic cardiac conditions. Prog Cardiovasc Dis. 2004;47(3):196–206. [PubMed] [Google Scholar]
2. McLaurin MD, Apple FS, Voss EM, et al. Cardiac troponin I, cardiac troponin T and CKMB in dialysis patients without ischemic heart disease: evidence of cardiac troponin T expression in skeletal muscle. Clin Chem. 1997;43(6 Pt 1):976–982. [PubMed] [Google Scholar]
3. Manzano-Fernandez S, Boronat-Garcia M, Albaladejo-Oton MD, et al. Complementary prognostic value of Cystatin C, N-terminal pro-B-type natriuretic peptide and cardiac troponin T in patients with acute heart failure. Am J Cardiol. 2009;103(12):1753–1759.
4. Naidech AM, Kreiter K, Janjua N, et al. Cardiac troponin elevation, cardiovascular morbidity and outcome after subarachnoid hemorrhage. Circulation. 2005;112(18):2851–2856.
5. Chalela JA, Ezzeddine MA, Davis L, Warach S. Myocardial injury in acute stroke: a troponin I study. Neurocrit Care. 2004;1(3):343–346.
6. Ay H, Arsava EM, Saribaş O. CKMB elevation after stroke is not cardiac in origin: comparison with c TnT levels. Stroke. 2002;33(1):286–289.
7. Mehta NJ, Jani K, Khan IA. Clinical usefulness and prognostic value of elevated cardiac troponin 1 levels in acute pulmonary embolism. Am Heart J. 2003;145(5):821–825.
8. Baillard C, Boussarsar M, Girou E, et al. Cardiac troponin I in patients with severe exacerbation of COPD. Intensive Care Med. 2003;29(4):584–589.
9. Gunnewiek JM, Van Der Hoeven JG. Cardiac troponin elevations among critically ill patients. Curr Opin Crit Care. 2004;10(5):342–346.
10. Shave R, George KP, Atkinson G, et al. Exercise-induced cardiac troponin T release: a meta-analysis. Med Sci Sports Exerc. 2007;39(12):2099–2106.
11. Rahnama N, Faramarzi M, AA Gaeini. Effects of Intermittent Exercise on Cardiac Troponin I and Creatine Kinase-MB. Int J Prev Med. 2011 Jan-Mar; 2(1): 20–23.
12. Middleton N, George K, Whyte G, Gaze D, Collinsom P, Shave R. Cardiac troponin T release is stimulated by endurance exercise in healthy humans. J Am Coll Cardiol. 2008;52(22):1813–1814.
13. Regwan S, Hulten EA, Martinho S, et al. Marathon running as a cause of troponin elevation: a systematic review and meta-analysis. J Interv Cardiol. 2010;23(5):443–450.
14. Velhamos GC, Karaiskakis M, Salim A, et al. Normal electrocardiography and serum troponin 1 levels preclude the presence of clinically significant blunt cardiac injury. J Trauma. 2003;54(1):45–50.
15. Imizao M, Demichelis B, Cecchi E, et al. Cardiac troponin I in acute pericarditis. J Am Coll Cardiol. 2003;42(12):2144–2148.
16. Dec GW, Jr, Waldman H, Southern J, et al. Viral myocarditis mimicking acute myocardial infarction. J Am Coll Cardiol. 1992;20(1):85–89. [PubMed] [Google Scholar]
17. Redfearn DP, Ratib K, Marshall HJ, Griffith MJ. Supraventricular tachycardia promotes release of troponin I in patients with normal coronary arteries. Int J Cardiol. 2005;102(3):521–522.
18. Patane S, Marte F, Di Bella G. Abnormal troponin I levels after supraventricular tachycardia. Int J Cardiol. 2009;132(2):e57–e59.
19. Neumayr G, Hagn C, Ganzer H, et al. Plasma levels of cardiac troponin T after electrical cardioversion of atrial fibrillation and atrial flutter. Am J Cardiol. 1997;80(10):1367–1369. [PubMed] [Google Scholar]
20. Hejl CG, Astier HT, Ramirez JM. Prevention of preanalytical false-positive increases of cardiac troponin I on the Unicel DxI 800 analyzer. Clin Chem Lab Med. 2008;46(12):1789–1790.
21. Makaryus AN, Makaryus MN, Hassid B. Falsely elevated cardiac troponin I levels. Clin Cardiol. 2007;30(2):92–94.
22. Shayanfar N, Bestmann L, Schulthess G, Hersberger M. False-positive cardiac troponin T due to assay interference with heterophilic antibodies. Swiss Med Wkly. 2008;138(31–32):470.
23. van Wijk XMR, Vittinghoff E, Wu AHB, Lynch KL, Riley ED. Clin Biochem. 2017 Sep; 50(13-14):791-793. Epub 2017 Apr 23.

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

แจ้งข่าวด่วน หมอสันต์ตัวปลอมกำลังระบาดหนัก

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว

เลิกเสียทีได้ไหม ชีวิตที่ต้องมีอะไรมาจ่อคิวต่อรอให้ทำอยู่ตลอดเวลา

ไปเที่ยวเมืองจีนขึ้นที่สูงแล้วกลับมาป่วยยาว (โรค HAPE)

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)

งานวิจัยในคนพบว่ากินอาหารมีฟลาโวนอยด์มากจะตายช้า มาเจาะลึกเรื่องฟลาโวนอยด์กันหน่อยก็ดี

ปวดหลัง กินยา Arcoxia และ Norgesic และ Voltaren