เล่าความคืบหน้า Senior Co-Housing

     วันนี้งดตอบคำถามคนป่วยสักวันนะครับ เพื่อเล่าเรื่องความคืบหน้าและปัญหาของการทำ senior co-housing ตามที่เคยสัญญาไว้ว่าจะเล่าให้ฟังเป็นระยะๆ


คอนเซ็พท์ของซีเนียร์โคโฮ (Senior Co-Housing)

     ซีเนียร์โคโฮ คือรูปแบบของชุมชนที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุที่มีขนาดเล็กประมาณโคโฮละไม่เกิน 35 หน่วย อาจจะเป็นบ้านเดี่ยว หรือบ้านกลุ่ม หรืออาคารชุด ก็ได้ โดยมีคอนเซ็พท์ของแต่ละโคโฮว่า

1. ทุกคนรู้จักกัน ดูแลกันและกัน (co-care)
2.  ทุกคนมั่นหมายจะอยู่ที่โคโฮนี้จนแก่และจะตายที่นี่ (age in place)
3.  ช่วยกันคิดช่วยกันทำ (co-decision) ทุกคนเป็นกรรมการโคโฮ คิดจะทำอะไรใหม่ๆนอกเหนือจากที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่ตั้งโคโฮ ต้องได้มติเอกฉันท์
4. มีรั้วปิดล้อมเฉพาะชุมชนไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าไป (gated community)
5.  ทุกคนมีบ้านของตัวเอง แต่ก็มีพื้นที่ร่วม (privacy & shared facilities) โดยแชร์สิ่งที่ใช้ร่วมกันได้เพื่อการประหยัด สิ่งที่ใช้ร่วมกันอย่างน้อยที่สุดมี 5 อย่าง คือ
5.1 รั้วเดียวกันล้อมรอบโคโฮ
5.2 ระบบกันขโมยและกล้องวงจรปิดระบบเดียวกัน
5.3 ระบบเรียกฉุกเฉิน (nurse call system) ระบบเดียวกัน
5.4 บ้านพักคนสวนหลังเดียวกัน มีคนสวนและคนเฝ้าที่เป็นคนเดียวกัน และคนคนเดียวนี้ทั้งเฝ้ายาม ทั้งตัดหญ้า และทั้งดูแลโคโฮ
5.5 ระบบจ่ายน้ำร่วมกัน

การเริ่มต้นเกิด Coho-1

     Coho-1 เป็น senior co housing แห่งแรกที่ผมทำขึ้น มีเนื้อที่รวม 8 ไร่ เป็นโฉนดแยกกันเป็นแปลงย่อยอยู่แล้ว 11 แปลง เจ้าของที่เดิมมีสองคน ผู้ที่จะมาอยู่ใน coho-1 ได้ซื้อที่ดินมาจากเจ้าของที่เดิม แล้วมาร่วมกันทำชุมชน coho-1 ขึ้น ได้ซื้อขายที่ดินกันเมื่อต้นปี 2514 สมาชิกทั้งหมดได้มาทำความรู้จักกัน ร่วมตัดสินใจร่วมกันเช่นรั้วของชุมชนจะเป็นรั้วแบบไหน แล้วก็เข้าสู่ระยะการก่อสร้าง ซึ่งกำหนดเวลาไว้ 3 ปี แต่ละคนก็สร้างบ้านของตัวเอง โดยมีข้อตกลงกันว่าไม่มีรั้วภายในนะ ความสูงบ้านไม่เกิน 8.5 เมตร เป็นทรงจั่วนะ หลังคาใช้กระเบื้อง shingle เหมือนกันหมดนะ

ปัญหาในชีวิตจริง 

     พอเริ่มเข้าสู่ระยะก่อสร้าง ก็พบว่าสมาชิกแต่ละท่านต่างมีความต้องการพิเศษบางเรื่องแตกต่างออกไปจากที่เคยตกลงกันไว้บ้าง เช่นบางท่านไปซื้อบ้านเก่ามาวาง แบบและรูปทรงของบ้านก็ไม่ได้สะเป๊คกลาง วางลงไปแล้วเพื่อนบ้านก็รู้สึกว่าเฮ้ยทำไมมันสูงและทึบอย่างนี้ บางท่านก็เป็นแนว minimalist คือไม่ชอบอะไรที่เป็นจั่วๆ แต่ชอบอะไรที่เป็นเล็กๆเป็นกล่องๆตัดๆเรียบๆง่ายๆมากกว่า บางท่านก็ไม่ชอบหลังคา shingle บางท่านก็อยากมีรั้วเตี้ยพอก้าวข้ามได้รอบที่ของตัวเองจะได้รู้ว่าเขตที่ตัวเองอยู่ตรงไหน  ความแตกต่างในความคิดและความต้องการของสมาชิกแต่ละรายเหล่านี้ดูไปก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่ก็ทำให้สมาชิกบางท่านเกิดคำถามขึ้นว่าเอ..นี่ถ้าสมาชิกปัจจุบันคนใดคนหนึ่งขายที่ดินของตัวเองไป หรือตกทอดเป็นมรดกไป หากเจ้าของที่ดินคนใหม่เกิดไม่รู้ไม่ชี้ทำอะไรโดยไม่สนใจข้อตกลงเดิม เพื่อนบ้านจะไมแย่กันไปหมดหรือ บางท่านก็มีประสบการณ์เจ็บกับการถูกคดโกงมาแล้ว โดยผู้รับเหมาบ้าง โดยคู่ค้าบ้าง ก็กังวลไปถึงการจ้ดการดูแลเงินกลางของ coho ซึ่งเป็นเงินหลายล้าน

เป็นนิติบุคคลจะแก้ปัญหาได้ไหม

     เมื่อสมาชิกกังวล ก็เอาเรื่องมาเข้าที่ประชุม coho1 ที่ประชุมก็มีข้อสรุปว่าเพื่อลดความกังวลนี้ จะช่วยกันหาลู่ทางให้มีนิติบุคคลขึ้นมาเป็นตัวแทนของ coho มีระบบบัญน้ำบัญชีที่ได้มาตรฐาน และบังคับให้แนวคิด senior co housing นี้เป็นสิ่งที่สมาชิกผู้มาเป็นเจ้าของที่ดินทุกคนต้องทำตาม แล้วก็ฝากสมาชิกที่เป็นนักกฎหมายบ้าง ที่มีญาติมีเพื่อนเป็นนักกฎหมายบ้าง กระจายกันไปช่วยหาลู่ทาง

      แต่ดูแล้วจนบัดนี้ก็ยังหาทางไม่เจอ เพราะการตั้งเป็นบริษัทก็ดี เป็นสมาคมก็ดี จะได้ความเป็นนิติบุคคลก็จริง แต่จะไปบังคับสมาชิกไม่ให้ทำอะไรบนที่ดินซึ่งเป็นทรัพย์ส่วนตัวของเขาก็ไม่ได้ คงบังคับได้แต่เรื่องที่เป็นกิจการโดยตรงของนิติบุคคลฯเท่านั้นเช่นการต้องจ่ายค่าสมาชิกเป็นต้น จะให้เอาที่ดินมารวมกันเป็นที่ดินของบริษัทหมดแล้วออกหุ้นให้ก็คงไม่มีใครยอมเพราะเขาตั้งใจซื้อที่ดินไว้เป็นทรัพย์ ไม่ได้ตั้งใจซื้อหุ้นบริษัท ครั้นจะไปใช้กฎหมายจัดสรรที่ดินก็ไม่ได้ เพราะที่ดินนี้ซื้อมาแบบทรัพย์ทั่วไปจากผู้ขายสองคน ซื้อแล้วเอามารวมกันเป็นชุมชน senior co housing ไม่ใช่ซื้อมาแบบที่จัดสรร จึงใช้กฎหมายจัดสรรที่ดินไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ถึงใช้ได้ กฎหมายก็ทำได้แค่บีบให้สมาชิกชำระหนี้ค่าบำรุงให้ครบเท่านั้น วิธีบีบก็คือสมาชิกเจ้าไหนเบี้ยวค่าส่วนกลางก็แจ้งขอให้ทางราชการบล็อกการขายที่ดินเพื่อเก็บหนี้ให้ได้ก่อน ซึ่งอำนาจแค่นี้หากเจอคนหัวไม้ไม่ยอมทำตามหมู่คณะและไม่ขายที่ดินด้วยก็บังคับไม่ได้อยู่ดี ตัวอย่างก็มีให้เห็นแล้วตามหมู่บ้านจัดสรรหรือคอนโดต่างๆ แทบทุกแห่่งจะมีคนหัวไม้แบบนี้อยู่ 10-20% คือ เงินหนะมี แต่ไม่หนี ไม่จ่าย โดยที่นิติบุคคลฯก็จนปัญญาจะไปทำอะไรได้ อย่างดีก็ทำได้แค่ติดป้ายประจาน

หมอสันต์จะแก้ปัญหานี้อย่างไร

     มีสมาชิกท่านหนึ่งกระซิบถามผมเป็นส่วนตัวว่าผมกังวลปัญหานี้ไหม ผมตอบว่าผมไม่กังวลครับ การจะสร้างชุมชนโดยตั้งโจทย์ worst case scenario ไว้เผื่ออนาคตแล้วหาทางคุมประพฤติสมาชิกให้อยู่หมัดล่วงหน้า ถ้าทำได้มันก็ดีอยู่ ผมก็โอเค. โนพร็อบเบลม แต่ผมมีความเห็นส่วนตัวว่าเราไม่จำเป็นต้องไปปวดหัวขบปัญหาในอนาคตมากดอก เราอยู่กับปัจจุบัน แก้ปัญหาในปัจจุบันกันไปทีละเปลาะก็พอแล้ว อะไรที่มีความเห็นแตกต่างกันก็จูนเข้าหากัน โดยใช้ common sense ว่าเรื่องเล็กควรอะลุ่มอล่วย เรื่องใหญ่ควรยืนหยัดหลักการ แต่ ณ ขณะนี้เรื่องใหญ่ที่เป็นหัวใจของ senior co-housing ห้าประการที่ตกลงกันไว้คือ

(1) co-care
(2) age in place
(3) co-decision
(4) gated community
(5) privacy & shared facilities

     ในเรื่องใหญ่ทั้งห้าเรื่องนี้ยังไม่มีเรื่องไหนมีปัญหาเลยสักเรื่องเดียว เพราะเรายังไม่ได้มาอยู่ด้วยกัน ยังไม่ได้แสดงศักยภาพที่จะช่วยเหลือกันและกันเลย ถ้าเรามามัวเสียเวลากับการวิตกจริตหาทางคุมประพฤติของกันและกันไว้เผื่อปัญหาในวันข้างหน้า ผมว่าเราจะเสีย focus เดิมของเรานะครับ focus เดิมของเราคือจะสร้างสังคมเพื่อนบ้านเกื้อกูล

     ดังนั้น โดยส่วนตัวแล้วแนวทางแก้ปัญหาของผมคือให้เวลาเป็นตัวสร้างความลงตัวโดยอัตโนมัติ ปี 2560 พอบ้านสร้างเสร็จ สมาชิกเริ่มเข้ามาอยู่ ความเป็นชุมชนก็เกิดขึ้น ศักยภาพของ senior co housing ในแง่ของการเป็นชุมชนช่วยเหลือเกื้อกูลกันมันจะเบ่งบานเอง ถึงตอนนั้น เมื่อได้รู้จักกันดี ได้พึ่งพาอาศัยกันไปมา มิตรภาพที่แท้ก็เกิด ความอยากจะคุมประพฤติของคนอื่นก็อาจจะลดความสำคัญลง

จะเดินหน้า coho 2,3,4,5 หรือจะรอดู coho-1 ก่อน

     ตอนนี้ coho 2,3,4 ก็เดินมาพิมพ์เดียวกับ coho1 เด๊ะเลย คือจะซื้อที่ดินมาจากเจ้าของที่ดิน แล้วเอามารวมกันตั้งเป็นชุมชน ไม่มีการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ตอนนี้ดูที่กันไปแล้ว มีคนจองที่ไปแล้วประมาณ 50%

     ถามว่าจะมีอะไรเป็นหลักประกัน (เชิงกฎหมาย) ว่าเจ้าของที่ดินใหม่จะถูกบังคับให้ทำตามข้อตกลงร่วมกันนี้ตลอดไป คำตอบก็คือ..ไม่มี  พอได้รับคำยืนยันเช่นนี้ คนที่จองซื้อที่ดินเพื่อทำ coho 2,3,4,5 หหลายคนก็รู้สึกหนาวขึ้นมาแบบอัตโนมัติ

     ถามว่าความเชื่อของหมอสันต์ที่ว่าเมื่อชุมชนเกิดขึ้นแล้ว จิตวิญญาณของการเป็นชุมชนแบบเพื่อนบ้านเกื้อกูลจะเกิดขึ้น แล้วปัญหาการขาดกฎหมายคุมประพฤติเพื่อนบ้านจะหมดไปเอง จะเป็นจริงได้หรือ ตอบว่า...ต้องรอดู coho-1 ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2560 เป็นต้นไป

     ดังนั้นมันก็น่าจะมีเหตุผลนะถ้าจะชลอโครงการ coho2,3,4,5 ออกไปก่อน รอจนเห็นตัวอย่างจาก coho-1 ว่ามันเวอร์คแน่แล้ว จึงจะค่อยเดินหน้าก็ไม่สาย คิดได้อย่างนี้แล้วผมก็หารือกับผู้ที่จอง coho2,3,4,5 ไว้ แล้วก็ตัดสินใจขอเลิกการจอง coho 2,3,4,5 คืนเงินค่าจองกับทุกท่านไปจนหมดแล้ว

     สรุปว่าผมขอยกเลิก coho 2,3,4,5 และจะไม่มีการสร้าง coho ใหม่เพิ่มเติมจนกว่าจะล่วงพ้นปี พ.ศ. 2560 เมื่อ coho-1 สำเร็จเห็นผลเป็นชุมชนตัวอย่างได้แล้วอย่างดี..โดยไม่ต้องอาศัยกฎหมายบังคับสมาชิก
   
     สิ่งที่เรียนรู้จากอดีต และคำถามจากว่าที่สมาชิกซึ่งจะต้องนำมาพิจารณาในการทำ coho-2 ในอนาคตคือ

       1. สถานที่ตั้ง coho-2 จะต้องอยู่ในชุมชนที่มีกลไกควบคุมการใช้ที่ดินอย่างชงัดและเชื่อถือได้ เช่นการอยู่ในชุมชนที่มีการจัดตั้งนิติบุคคลบ้านจัดสรรเรียบร้อยแล้ว เพื่อป้องกันที่ดินข้างเคียงทำอะไรแผลงๆในอนาคต แบบว่าตั้งคอกหมูหรือคอกวัวส่งกลิ่นให้ดม เป็นตัน

      2. ต้องมีระบบกฏหมายช่วยบังคับเจตนาการอยู่ร่วมกันให้อยู่ยั้งยืนยงด้วย คือถ้าไม่จัดตั้งกันเป็นบริษัทที่มีสมาชิกเป็นผู้ถือหุ้น ก็ต้องทำภายใต้กฎหมายบ้านจัดสรรมีนิติบุคคลบ้านจัดสรร หรือไม่ก็ต้องทำเป็นอาคารชุดที่ทุกคนประกอบกันเป็นนิติบุคคลอาคารชุด เป็นต้น

     3. ว่าที่สมาชิกหลายท่านต้องการหน่วยที่พักแบบว่าปิดกุญแจทิ้งไว้แล้วไปเมืองนอกหกเดือนแล้วกลับมาเปิดปัดกวาดเช็ดถูแป๊บเดียวก็อยู่ต่อได้เลย นั่นหมายความว่ารูปแบบอาคารชุดเป็นรูปแบบที่เหมาะสำหรับกลุ่มนี้มากที่สุด

     4. ยังมีว่าที่สมาชิกอีกจำนวนหนึ่งถามคำถามที่ซีเรียสมาก คือถามว่าถ้าเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว เมื่ออายุมากแล้ว ช่วยต้วเองไม่ได้ในบางเรื่องเช่นอาบน้ำ ขึ้นเตียงลงเตียง จะมีระบบนำผู้ช่วยดูแลเข้ามาเป็นบางเวลาเพื่อให้อยู่ในบ้านตัวเองจนวาระสุดท้ายได้อย่างไร

     และยิ่งไปกว่านั้นคือบางท่านถามว่าถ้าเป็นอัมพาตต้องหยอดข้าวหยอดน้ำช่วยเหลือตัวเองไม่ได้อย่างสิ้นเชิง จะอยู่ได้อย่างไรจนวาระสุดท้ายโดยไม่ต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น ซึ่งนี่เป็นคำถามที่คมมาก เพราะตัวผมเองวันหนึ่งก็ต้องทุพลภาพเหมือนกัน และเมื่อถึงเวลานั้นผมก็อยากจะนอนแบ็บอยู่ในบ้านของผม ไม่ต้องการไปนอนแบ็บอยู่ในที่อื่นซึ่งไม่ใช่บ้านของตัวเอง

     5. ตัวผมเองนั้นมีข้อจำกัดว่า coho-2 จะต้องอยู่มวกเหล็กวาลเลย์นี้แหละ เพราะบ้านผมอยู่ที่นี่ผมและอยู่มานานสิบกว่าปีจนติดที่แล้ว ผมจึงจะไม่ไปทำงานที่ไหนไกล ประเด็นนี้ผมไม่ห่วงนัก เพราะในหุบเขานี้ปัจจุบันเป็นหมู่บ้านรกร้าง มีที่อยู่ถึง 400 กว่าไร่ ยังไงก็คงหาที่ว่่างๆได้แหละ
   
     ทั้งหมดนั้นเป็นโจทย์ที่ผมจะต้องตีให้แตกก่อนที่จะคิดทำ coho-2 ว่าที่สมาชิกท่านใดมีความเห็นเพิ่มเติมในระหว่างที่ยังไม่ถึง มค. 2560 นี้ ก็เขียนมาบอกเล่ากันได้นะครับ

ถ้าใจถึง จะมาอยู่ใกล้กันแบบ stand alone ก็ได้นะ 

     สองสามเดือนมานี้ มีเพื่อนใหม่ของผมคนหนึ่งเพิ่งเกษียณแล้วเข้ามาซื้อบ้านเก่าหลังหนึ่งในมวกเหล็กวาลเลย์ ไม่ไกลจาก coho-1 เท่าไหร่ ท่านมาอยู่แบบ stand alone คือซื้อบ้านเอง อยู่คนเดียว แต่ความที่รู้จักมักคุ้นกับผมมาก่อนจึงได้มีโอกาสนั่งดื่มไวน์สนทนาธรรมกันที่ระเบียงบ้านของท่านบ้าง ที่ลานบ้านของผมบ้าง เป็นครั้งคราว มีอะไรก็วิ่งหากัน คือแค่เพื่อนกันมาอยู่ใกล้กันมันก็เกิดเป็นสังคมเพื่อนบ้านเกื้อกูลขึ้นมาได้แล้ว ท่านที่ชอบแนวนี้จะเอาแบบเพื่อนคนนี้ก็ได้นะครับ โดยทั้งนี้ต้องยอมรับว่าจะต้องผจญปัญหาของการอยู่คนเดียวเอาเอง ไม่ว่าจะเป็นน้ำบาดาลเจาะตรงไหนอย่างไร น้ำบาดาลแห่งสูบไม่ขึ้นจะทำอย่างไร จะจ้างใครมาเฝ้าบ้าน จะผจญขโมยขโจรอย่างไร ฯลฯ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ว่าจริงๆแล้วมันก็เป็นชีวิตปกติสำหรับคนที่อยู่บ้านนอกทั่วๆไป ที่เขาจะต้องเจออยู่แล้ว


นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์
(last updated 21 กค. 58)

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

แจ้งข่าวด่วน หมอสันต์ตัวปลอมกำลังระบาดหนัก

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

ทะเลาะกันเรื่องฝุ่น PM 2.5 บ้าจี้ เพ้อเจ้อ หรือว่าไม่รับผิดชอบ

เจ็ดใครหนอ

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

เลิกเสียทีได้ไหม ชีวิตที่ต้องมีอะไรมาจ่อคิวต่อรอให้ทำอยู่ตลอดเวลา

ไปเที่ยวเมืองจีนขึ้นที่สูงแล้วกลับมาป่วยยาว (โรค HAPE)

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)