ไหนละครับทั่นรัฐมนตรี๊ วัคซีนที่ว่าน่ะ


เรียนคุณหมอสันต์
ดิฉันอายุได้ 66 ปี เคยเป็นมะเร็งปากมดลูกมาแล้ว ผ่านช่วงที่แย่ที่สุดของชีวิตอยู่หลายปี เสียเงินเสียทองไปสองล้านกว่าบาท ดิฉันมีหลานสาวหลายคน ได้อ่านคำตอบของคุณหมอเรื่องวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก คุณหมอว่าเป็นวัคซีนที่มีประโยชน์มากและมีความจำเป็น แต่คุณหมอบอกว่ารัฐบาลไม่ฉีดให้ประชาชนเพราะรัฐบาลไม่มีเงิน เป็นอย่างนั้นจริงหรือคะ ดิฉันหมายถึงว่า วัคซีนนี้มีความจำเป็นหรือมีความคุ้มค่าจริงหรือไม่ ถ้ามีความคุ้มค่าจริง ทำไม่ไม่มีการหยิบยกขึ้นมาให้รัฐบาลพิจารณาว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเป็นประโยชน์ของประชาชน เป็นรัฐบาลประชานิยม รัฐบาลก็น่าจะเอาด้วยอยู่แล้ว หรือว่าวัคซีนมันแพง ราคาจริงๆมันเท่าไหร่คะ ขอข้อมูลคุณหมอด้วย ดิฉันจะได้พูดกับสส.ที่ดิฉันคุ้นเคย


.....................................................


ตอบครับ


มาอีกละ จดหมายแหย่ให้บล็อกของผมถูกปิด แต่ไม่เป็นไรครับ ผมไม่กลัวหรอก เพราะผมมีสันดานเป็นคนปากโป้งอยู่แล้ว ผมจะตอบคำถามของคุณให้ตามเนื้อผ้า ถ้าเหยียบตาปลานายกยิ่งลักษณ์หรือท่านรัฐมนตรีท่านใดก็ขออำไพ


     ประเด็นที่ 1. วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก (HPV vaccine) มีความคุ้มค่าจริงหรือไม่ ตอบว่าของแยกเป็นสองส่วนนะครับ คือข้อมูลต่างชาติ กับข้อมูลเมืองไทย


     1.1 ในส่วนของข้อมูลต่างชาตินั้นเขาสรุปกันไปแต่ปีมะโว้แล้วว่าคุ้มที่สุด มีรายงานวิจัยในเรื่องนี้แยะมาก ทุกประเทศที่พัฒนาแล้วและบางประเทศที่กำลังพัฒนา เขาเอาวัคซีนนี้เป็นวัคซีนพื้นฐานฉีดให้ประชาชนฟรีกันหมดแล้ว รวมทั้งประเทศมาเลเซียเพื่อนรักของเราด้วย องค์การอนามัยโลกก็ออกคำแนะนำให้รัฐบาลทุกประเทศบรรจุวัคซีนนี้เป็นวัคซีนพื้นฐานให้ประชาชน

     1.2 ในส่วนของข้อมูลในประเทศ ยังไม่เคยมีการวิจัยความคุ้มค่าของวัคซีนนี้ในคนไทย แต่ข้อมูลดิบที่เมืองไทยมีอยู่ตอนนี้ก็คือว่ามะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่มีอุบัติการณ์มากเป็นลำดับ 2 แต่มีอัตราการตายสูงเป็นลำดับ 1 สำหรับหญิงไทย แต่ละปีมีผู้ป่วยรายใหม่ทั้งประเทศประมาณ 10,000 คน เสียชีวิตปีละประมาณ 5,200 คน หรือ วันละประมาณ 14 คน ที่ยังไม่ตายก็สะสมพอกพูนจำนวนคนป่วยสมทบกันไปปีต่อไปทุกปีๆ บางคนต้องรักษาติดต่อกันนานนับสิบปีกว่าจะจบสิ้นกระบวนความ ค่าใช้จ่ายในการรักษาคนป่วยเหล่านี้เป็นจำนวนเท่าใดยังไม่มีงานวิจัยไว้แน่ชัด รู้แต่ว่ามากโขอยู่
     เพื่อให้ท่านเห็นภาพผมจะลองนั่งเทียนมั่วตัวเลขให้ดูนะ ว่าค่าใช้จ่ายในโรคนี้มีประมาณสามส่วนใหญ่ๆ
     ส่วนที่ 1. ผมประมาณว่าปีหนึ่งๆมีคนไข้สะสมให้รักษาประมาณหนึ่งแสนคน ต้นทุนค่ารักษารวมเฉลี่ยคนหนึ่งประมาณ 80,000 บาทต่อปี ก็เป็นเงินปีละ 8,000 ล้านบาทเข้าไปแล้ว
     ส่วนที่ 2. ค่าที่คนเป็นมะเร็งเหล่านี้ต้องพักงานไปโรงหมออีกละ ตีเสียว่าหยุดงานไปคนละหนึ่งเดือนในหนึ่งปี ค่าจ้างตามอัตราพรรคเพื่อไทยตกวันละ 300 บาท ก็เป็นเงินอีก 900 ล้านบาท
     ส่วนที่ 3. ค่าใช้จ่ายที่เป็นผลสืบเนื่องจากการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยการทำแป๊บ กล่าวคือปัจจุบันสังคมไทยไปโฟกัสที่การตรวจคัดกรองด้วยการทำแป๊บ ซึ่งเป็นการตรวจค้นหาคนที่มีความผิดปกติของเซลระดับ ASC-US (atypical squamous cells of undertermined significance) ขึ้นไป หมายความว่าค้นหาคนที่ติดเชื้อไวรัส HPV ไปแล้วและไวรัสทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลให้เห็นแล้ว ถ้าค้นพบก็เอาคนพวกนี้ไปส่องกล้องตรวจมดลูก (colposcopy) ซึ่งมักตามมาด้วยการตัดชิ้นเนื้อเพื่อการวินิจฉัยและรักษากันต่อไป การส่องกล้องตรวจมดลูกนี้จะเรียกว่าเป็นงานหลักอย่างหนึ่งของสูตินรีแพทย์ก็ว่าได้ คือต้องทำกันทุกวันมือเป็นระวิง การฉีดวัคซีน HPV จะป้องกันการติดเชื้อ HPV และลดจำนวนผู้ป่วยที่จะต้องถูกคัดกรองไปส่องกล้องตรวจปากมดลูกลงได้อย่างน้อยก็ 70% หรือมากกว่า ปีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ไม่มีใครรู้ว่าเท่าไหร่ ผมประมาณเอาแบบมั่วๆว่าปีหนึ่งมีการส่องกล้องประมาณ 60,000 ครั้ง ครั้งหนึ่งเป็นเงินประมาณ 5500 บาท รวมเป็นเงิน 330 ล้าน ถ้าฉีดวัคซีนจะประหยัดส่วนนี้ไป 70% ก็เป็นเงิน 231 ล้านบาท
     รวมเงินทั้งสามก้อนซึ่งรัฐต้องจ่ายเพื่อรักษาโรคนี้คือ  9,131 ล้านบาท ต่อปี ถ้าใช้วิธีฉีดวัคซีนจะลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไปประมาณ 70% ก็คือลดไปได้ 6,391 ล้านบาท เทียบกับต้นทุนวัคซีน เข็มหนึ่งถ้ารัฐซื้ออย่างมากก็ไม่เกิน 200 บาท เพราะวงในเขารู้กันทั่วว่าถ้ารัฐบาลจะซื้อจริงๆเข็มละร้อยกว่าบาทเขาขายให้ได้ สามเข็มตีเสีย 600 บาท ก็จะเอาเงินนี้มาฉีดวัคซีนได้ถึงมากกว่า 10 ล้านคน เหลือเฟือที่จะฉีดให้กับผู้หญิงที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงทุกคน แล้ววัคซีนนี้ข้อมูลปัจจุบันบ่งชี้ว่ามันป้องกันได้เกิน 10 ปี เผลอๆอาจป้องกันได้ตลอดชีวิต เรียกว่าลงทุนน้อยกว่าเงินที่ใช้รักษาโรคในหนึ่งปี แต่คุ้มไปตั้งหลายสิบปี กำไรหลายสิบเท่า ไม่เรียกว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้มก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้วครับท่านรัฐมนตรี


     ประเด็นที่ 2. ที่คุณมีจิตอาสาจะพูดกับท่านสส.ที่คุณรู้จักผมก็เห็นดีเห็นงามด้วย ความจริงคุณไม่ต้องไปชักแม่น้ำหรือแจงสี่เบี้ยให้ท่านหรอกครับ แค่ไปทวงสัญญาก็พอ เพราะพรรคเพื่อไทยเองได้เคยเปิดเผยต่อสื่อมวลชนกลางตลาดว่าถ้าได้รับเลือกตั้งมีนโยบายจะฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกให้คนไทยฟรี ดังคำกล่าวของนายวิชาญ มีนชัยนันท์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พูดในการเสวนาฟอรั่มกรุงเทพธุรกิจ เมื่อวันที่ 9 พค. 2554 ว่า
    
      “..นอกจากนี้ พรรคยังให้ความสำคัญต่อการป้องกันโรค ไม่ใช่แค่การรักษา โดยพรรคมีนโยบายที่อยู่ระหว่างเสนอ คือการให้วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกในเด็กผู้หญิงต่ำกว่าอายุ 15 ปี เพื่อลดการแพร่ระบาด เป็นต้น..”
    
    ดังนั้นคุณไม่ต้องทำอะไรมาก เอาแค่ช่วยผมทวนความจำของท่านเท่านั้นว่า ไหนละครับทั่นรัฐมนตรี๊ วัคซีนที่ว่าน่ะ..อะจ๊าก..ก


นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

บรรณานุกรม
1.      นักวิชาการชี้ 3 พรรคใหญ่แข่งประชานิยมสุขภาพขาดรูปธรรม. Accessed on February 28, 2012 at http://www.suthichaiyoon.com/detail/9867

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

ยาลดน้ำหนักที่ FDA อนุมัติให้ใช้ในปี 2026

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

การโกนขนอวัยวะเพศ (pubic hair)

ปวดหลัง กินยา Arcoxia และ Norgesic และ Voltaren

งานวิจัยในคนพบว่ากินอาหารมีฟลาโวนอยด์มากจะตายช้า มาเจาะลึกเรื่องฟลาโวนอยด์กันหน่อยก็ดี

สวัสดีปีใหม่ พ.ศ. 2569 กับ 9 วิธีที่จะรู้ตัว

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว