02 เมษายน 2560

งานนี้มันช่วยให้หนูบรรลุธรรมเร็วขึ้นนะเนี่ย

สวัสดีค่ะคุณหมอ

เมื่อวันที่ ... หนูนัดเจอเพื่อนชาว .... ที่พึ่งรู้จักกันได้ไม่นาน หนูมีแฟนอยู่แล้วและเขาก็รู้ หนูจึงไม่คิดอะไรจึงขึ้นไปบนห้องพักของเขา เขาเข้ามาจูบหนู ตอนนั้นเหมือนอารมณ์พาไป มันไม่รู้ผิดถูก เขาเอาอวัยวะเพศของเขาซึ่งมีน้ำมาถูไถบริเวณอวัยวะเพศของหนู แต่มีช่วงหนึ่งที่มันเผลอหลุดเข้าไปในช่องคลอดนิดนึงแล้วเขาก็รีบเอาออกมา ตกเย็นแฟนหนูมาบ้าน หนูไม่กล้าบอกแฟน เรามีเพศสัมพันธ์กันในวันเดียวกันแบบใส่ถุงยาง แต่แฟนมีการทำออรัลให้ คำถามหนูมีดังนี้ค่ะ

1. ถ้าเพื่อนชาว...คนนั้นเขาติดเชื้อ HIV การสอดใส่เข้าไปนิดเดียวแล้วเอาออกมา หนูถือว่ามีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหนคะ

2. ถ้าหนูติดเขามาจริงๆ ในวันเดียวกัน หนูมีโอกาสจะทำให้แฟนหนูติดเชื้อไปด้วยหรือไม่ ความเสี่ยงของแฟนมากน้อยแค่ไหน

หนูกังวลมาก และเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น หนูเป็นห่วงแฟน จึงสารภาพความจริง และพากันไปรับยาต้านฉุกเฉินประมาณ 46 ชั่วโมงต่อมาค่ะ ตอนนี้ที่หนูกังวลคือยาต้านฉุกเฉินจะได้ผลหรือไม่ เพราะคุณหมอที่คลินิกนิรนามบอกว่าบางรายก็ไม่ได้ผลค่ะ แม่แฟนบอกว่าถ้าลูกชายเขาเป็นเอดส์เขาเอาหนูตายแน่ๆ

ขอบพระคุณคุณหมอมากค่ะ

.......................................................

ตอบครับ

     ไม่ได้ตอบจดหมายวัยรุ่นซึ่งเป็นพลเมืองชั้นสองของบล็อกนี้เสียนาน แต่หมอสันต์ก็ไม่เคยเสียแฟนๆวัยรุ่นไปไหนเลยนะ มีจดหมายถามเรื่องสัปดนเข้ามาทุกวันไม่เคยขาด เพียงแต่ผมไม่ตอบเท่านั้นเอง วันนี้ขอเปลี่ยนบรรยากาศมาตอบซักหนึ่งฉบับ

     1. ถามว่าการไปมีเซ็กซ์กับชาวบ้านที่อาจมีเชื้อ HIV เราจะมีโอกาสติดเชื้อกี่เปอร์เซ็นต์ ตอบว่าตามสถิติของศูนย์ควบคุมโรคสหรัฐ (CDC) ในการมีเซ็กซ์แบบซึ่งๆหน้า (penile-vaginal sex) โอกาสติดเชื้อสำหรับฝ่ายเหย้า (receptive penile vaginal risk) คือ 0.08% คำว่า receptive หรือฝ่ายเหย้า หมายความว่าฝ่ายที่เป็นเจ้าบ้าน ซึ่งในที่นี้ก็คือฝ่ายที่เป็นเจ้าของช่องคลอด (ขอโทษนะ หมอสันต์ไม่ได้คุยกับวัยรุ่นเสียนาน ภาษาวัยรุ่นอาจจะไม่ค่อยแข็งแรง) ส่วนโอกาสที่จะติดเชื้อของฝ่ายเยือน (insertive penile vaginal risk) อันหมายถึงฝ่ายผู้เป็นเจ้าของเจ้าจุ๊ดจู๋ คือ 0.04%  เรียกว่าโอกาสติดเชื้อน้อยกว่ากันเท่าตัว เพราะฝ่ายเหย้ามีพื้นที่รับเชื้อกว้างใหญ่กว่า และมีระยะเวลาสัมผัสเชื้อหลังสำเร็จกิจแล้วเนิ่นนานกว่า แต่ไม่ว่าฝ่ายไหน โปรดสังเกตว่าความเสี่ยงมีเลขศูนย์นำหน้าจุดทศนิยมนะ คือมีโอกาสติดเชื้อน้อยมาก

     2. ถามว่าถ้าหนูแจ๊คพอตจากโอกาส 0.08% ได้รับเชื้อจากเขามาจริง แฟนจะมีโกาสติดไหม ตอบแบบลวกๆว่าไม่ติดหรอกครับ เพราะการมีเซ็กซ์โดยใส่ถุงยางมีชัยลดความเสี่ยงการติดเชื้อลงเหลือใกล้ 0% และการมีเซ็กซ์แบบโอรอล ก็มีความเสี่ยงติดเชื้อระดับใกล้ 0%

     3. ถามว่ามีเซ็กซ์แล้วกินยาต้านฉุกเฉินในเจ็ดวันจะป้องกันโรคได้กี่เปอร์เซ็นต์ ตอบว่าหากใช้ยาต้านฉุกเฉินสูตรสามเซียนจากสวนท้อขององค์การอนามัยโลก ซึ่งคล้ายกับสูตรของสมาคมโรคเอดส์แห่งประเทศไทยใช้ (TDF + FTC + Rilpivirine) จะลดความเสี่ยงของการติดเชื้อลงไปจากเดิม 81%

     อย่าลืมว่าความเสี่ยงเดิมของหนูถ้าไม่กินยาป้องกันฉุกเฉินมันมีความเสี่ยง 0.08% เมื่อหนูกินยามันลดลงไปอีก 81% หรือเหลือ 19% ของ 0.08% มันก็เหลือ 0.015% หรือประมาณหนึ่งในหมื่นเองนะหนู พูดภาษาบ้านๆก็คือเท่ากับโอกาสถูกหวยใต้ดินสามตัวติดกันสิบงวดซ้อนๆไม่เว้นแม้แต่งวดเดียว มันเป็นโอกาสที่มากหรือน้อยละจ๊ะ

     4. ถามว่าแม่แฟนบอกว่าถ้าลูกชายเขาเป็นเอดส์เขาเอาหนูตายแน่ๆ จะทำไงดี

     ตอบว่า โอ้โฮ เรื่องนี้ถึงกับต้องรายงานถึงแม่ ผ. เลยหรือนี่ อามิตตาภะ..พุทธะ ทีหลังเรื่องในมุ้งนี่อย่าให้ถึงแม่ผ.เด็ดขาดนะหนู เพราะมันจะเข้าทางปืนเข้าสะเป๊คของเธอเป๊ะ เธอจะเล่นด้วยแบบไม่ยอมเลิกทันที

     หมอสันต์ว่างี้นะ นี่เป็นโชคดีแล้วที่จะถูกบังคับให้หัดอยู่กับปัจจุบัน เพราะสถานะการณ์เช่นนี้หากมัวคิดถึงแต่อนาคตก็จะบ้าแน่นอน ดังนั้นปัจจุบันเป็นที่ที่ดีที่สุดที่จะอยู่ หนูจงถือโอกาสนี้รีบฝึกการอยู่กับปัจจุบัน งานนี้มันเกิดขึ้นมาเพื่อช่วยให้หนูบรรลุธรรมเร็วขึ้นนะเนี่ย

นพ. สันต์ ใจยอดศิลป์

บรรณานุกรม

1. WHO PROGRESS REPORT 2016 PREVENT HIV, TEST AND TREAT ALL. Accessed on April 2, 2017 at http://apps.who.int/iris/bitstream/10665/251713/1/WHO-HIV-2016.24-eng.pdf
2. New York State Department of Health AIDS Institute. HIV PROPHYLAXIS FOLLOWING NON-OCCUPATIONAL EXPOSURE (October 2014 Update). Accessed July 25, 2015. Available at: http://www.hivguidelines.org/clinical-guidelines/post-exposure-prophylaxis/hiv-prophylaxis-following-non-occupational-exposure/. 
3. สมาคมโรคเอดส์แห่งประเทศไทย.แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557 Accessed April 2, 2017 at : http://www.thaiaidssociety.org/index.php?option=com_content&view=article&id=79&Itemid=86.