20 กุมภาพันธ์ 2560

เพศสัมพันธ์, จุดสุดยอด (orgasm), คิด, รู้

ดิฉันอายุ 53 ร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว ออกกำลังกายเป็นประจำ รักสุขภาพ เพิ่งหมดประจำเดือนได้ 2 เดือนค่ะ ไม่มีอาการวัยทอง เป็นแต่ฝ้า

ปัญหาของดิฉันคือ ไม่ถึงจุดสุดยอดเมื่อมีเพศสัมพันธ์ แต่.... สำเร็จได้ด้วยการช่วยตัวเอง คือยังมีความรู้สึกต้องการทางเพศอยู่มาก

ดิฉันห่างเรื่องเพศมาประมาณ 5 ปี ปัจจุบันมีคนรัก รักกันมาเกือบปี เค้าเป็นคนเก่งเรื่องบนเตียง เค้าพยายามช่วยรวมถึงออรัล แต่ก็ได้แค่เกือบๆสำเร็จค่ะ เคยลองกินไวอากร้าครึ่งเม็ดก็ไม่มีผลอะไร

ดิฉันจึงอยากรบกวนขอคำปรึกษาด้วยค่ะ ต้องการรักษาค่ะ อยากกลับมาเป็นปกติค่ะ ดิฉันสูง. 162 หนัก 48.5ผอมบาง

ขอบพระคุณค่ะ

.......................................................

ตอบครับ

     หมอสันต์หยิบจดหมายไร้สาระมาตอบอีกแล้ว ต้องอยู่ในโหมดขี้เกียจแน่ๆเลย หิ หิ ก็ไม่เชิง เรากำลังหนียุงมานะครับ ช่วงเวลาสั้นๆจึงหยิบจดหมายง่ายๆมาตอบ
ถังเก็บน้ำชั่วคราว ข้างๆปั๊มน้ำชั่วคราว

     ที่ว่าหนียุงนั้นเรื่องมันยาว เรื่องมีอยู่ว่าวันหนึ่งสมาชิกในบ้านรายงานว่าน้ำประปาในบ้านมันขุ่น เมื่อสอบสวนด้วยการเปิดฝาถังเก็บน้้ำใต้ดินแล้วเอาไฟฉายส่องดูก็พบว่าน้ำในถังขุ่นจริง แถมยังเห็นรากไม้แทงทะลุจากข้างถังเข้ามาแตกสาขาดูดน้ำในถังไปใช้อย่างสบายใจเฉิบ แปลเป็นภาษาบ้านๆว่าถังรั่ว โอ้ ไหนว่าถังตรา... รับประกันว่าถ้าไมรั่วก็ไม่ซึมไงละ นี่เพิ่งผ่านไปได้สิบห้าปีเอง

     แต่เมื่อรั่วแล้วก็ต้องแก้ จะแก้โดยการเรียกผู้รับเหมามาจัดการก็คงจะโกโซบิ๊กไปกันใหญ่แบบว่ามาตั้งแค้มป์เอารถบัคโฮมาขุดกันเละตุ้มเป๊ะ อย่ากระน้้นเลย ทำเวอร์ชั่นชั่วคราวขึ้นมาใช้สไตล์หมอสันต์ก็แล้วกัน เพราะหมอสันต์เป็นสายอังกฤษ นิยมอะไรที่ชั่วคราว คุณไม่รู้หรือ กฎหมายไปรษณีย์ชั่วคราวของอังกฤษใช้งานมาได้ตั้ง 150 ปีนะ เพิ่งมาเปลี่ยนเป็นฉบับถาวรไปไม่นานมานี้เอง เมื่อวางแผนแล้วก็ลงมือสำรวจหลังบ้าน พบว่ามีที่ว่างเท่าแมวดิ้นอยู่ตรงปั๊มน้ำฉบับหนีน้ำท่วมชั่วคราวครั้งน้ำท่วมกรุงเทพหลายปีก่อน ตอนนั้นผมเองยกปั๊มน้ำขึ้นอย่างฉุกละหุกโดยเอากระถางต้นไม้มาทำแท่นเป็นการชั่วคราว มันก็ชั่วคราวมาจนถึงวันนี้ อย่ากระนั้นเลย เราตั้งถังเก็บน้ำชั่วคราวตรงข้างๆปั๊มน้ำชั่วคราวนี้ก็แล้วกัน ตอนนั้นมันบ่ายคล้อยแล้ว ผมไปหาซื้อถังที่ร้านไทวัสดุที่ปากซอย แล้วบอกคนขายว่าเอาไปส่งให้ผมเดี๋ยวนี้เลย เขาติดต่อแผนกส่งแล้วยืนยันกำหนดส่งกลับมาว่าอย่างเร็วส่งได้ในเวลาสามวันครับ ผมบอกหนุ่มคนขายว่าจะบ้าเรอะ ผมอาจจะมีชีวิตอยู่ไม่นานถึงขนาดนั้นก็ได้ จึงตัดสินใจให้เอาถังยัดหลังรถผมมา รถผมเป็นรถฮอนด้าเอ็ชอาร์วี.คันกระจุ๊ดนึง แต่ด้วยความช่วยเหลือของหนุ่มในร้านเราก็เอาถังยัดรถขับปุเลงมาบ้านได้สำเร็จ ผมซื้อยางมะตอยคลุกหินติดมาด้วยสองถุง มาถึงก็เรียกลูกชายมาช่วยเอาถังลงจากรถ ผมบริหารงานภายนอกคือการเอายางมะตอยทำฐานรากปูเศษพลาสติกหนาทับเพื่อรองรับก้นถัง ลูกชายบริหารงานภายในคือล้างถังและต่อระบบลูกลอย แล้วเราก็ตั้งถังได้สำเร็จเอาตอนที่ยุงกรุงเทพเริ่มออกทำงานแล้ว ยังไม่ทันต่อท่อ ก็ต้องหนีเข้าบ้านมานั่งตอบจดหมายฉบับนี้

     หยุดพล่ามเรื่องไร้สาระมาตอบจดหมายไร้สาระ เอ๊ย..ไม่ใช่ จดหมายวัยรุ่น เอ๊ย..ไม่ใช่อีก เพราะเหลือบดูอายุที่แจ้งมาเธอว่าเธอ 53 แล้วนะจ๊ะ ตอบจดหมายให้สุภาพสตรีวัยทองท่านนี้ดีกว่า

     ถามว่าอยู่กับแฟนไม่อาจถึงจุดสุดยอดหรือออร์แกสซั่ม (orgasm)ได้ แต่อยู่กับตัวเองช่วยตัวเองถึงออร์แกสซั่มได้ จะทำอย่างไรจึงจะถึงออร์แกสซั่มได้ในขณะอยู่กับแฟน ตอบว่า ก็อยู่กับแฟนไปด้วยและช่วยตัวเองไปด้วยสิครับ ส่วนแฟนนั้นก็ให้เขาทำอะไรข้างๆคูๆ (foreplay) ไปด้วยอย่าอยู่เฉย เมื่อคุณถึงออร์แกสซั่มแล้วค่อยให้แฟนเขาเดินหน้าเรื่องของเขาโดยคุณเป็นฝ่ายร่วมมือ หัดทำไปเดี๋ยวก็ได้จังหวะจะโคนเข้าขากันเอง ไม่ต้องห่วงแฟนเขามากดอก เพราะผู้ชายทั่วเขาไม่มีปัญหาเรื่องการถึงไม่ถึง จะมีบ้างก็ปัญหาถึงช้าถึงเร็ว ซึ่งนั่นมันก็เป็นเรื่องของเขา ตอนนี้เอาเรื่องของคุณก่อน

       คุณอายุ 53 แล้ว เรามาทำความรู้จักออร์แกสซั่มกันให้ลึกซึ้งสักหน่อยดีไหม มันคือโมเม้นต์ที่เราได้ออกจากความคิด (thought) อันเปรียบเสมือนวังน้ำวน ไปอยู่ในความรู้ตัว (awareness) อันเปรียบเสมือนมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต มันเป็นประสบการณ์กับสิ่งที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ หรือได้ก็แบบอ้อมๆแอ้มๆ ประมาณว่ามันเป็นความว่างเวิ้งว้างไร้ขอบเขตอย่างยิ่ง เป็นความตื่น เป็นความรับรู้แบบบริสุทธิที่ไม่มีความคิดมาคอยสะกิดหรือตีความให้วุ่นวาย และเป็นความเบิกบานที่ไม่เคยมีโอกาสได้พบพานในชีวิตปกติซึ่งมีความคิดตีครอบอยู่ตลอดเวลา แม้ว่ามันจะเป็นช่วงเวลาแป๊บ..บเดียว แต่มันก็เป็นความพึงพอใจที่คุณตีค่าไว้สูง

     การที่คุณอยากไปถึงตรงนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก ผู้คนล้วนแสวงหามรรควิธีที่จะไปถึงตรงนี้กัน สมัยประมาณยุค 60 ช่วงที่พวกฮิปปี้ไปชุมนุมต่อต้านสงครามเวียดนามที่ซานฟรานซิสโก มีร้านกาแฟขึ้นป้ายหน้าร้านว่า

    "Nirvana 60 Dollars"

    (ไปนิพพาน 60 เหรียญ)

     หมายความว่าถ้าคุณอยากไปถึงนิพพาน เรามีบริการให้นะจ๊ะ จ่ายมาก่อน 60 เหรียญ บริการที่ว่านั้นก็คือการฉีดยาแอลเอสดี.ซึ่งเลื่องชื่อในหมู่ฮิปปี้ว่าพาออกนอกวังน้ำวนของความคิดไปสู่มหาสมุทรแห่งนิพพานอันกว้างใหญ่ได้เด็ดสะระตี่ดีนัก เท็จจริงอย่างไรผมไม่ทราบ เพราะผมไม่เคยลอง
   
     ถึงพวกที่ไปปีนเขาปีนหน้าผาสูงชันหรือไต่เชือกที่มัดอยู่ระหว่างยอดตึกหรือขับรถแข่งด้วยความเร็วสูงก็แสวงหาสิ่งเดียวกัน คือการทำอะไรก็ตามที่พลาดนิดเดียวก็ถึงตายได้ มันบังคับให้คุณต้องทิ้งความคิด เมื่อคุณทิ้งความคิด คุณก็จะได้เข้าไปสู่ความรู้ตัว ซึ่งเป็นความสุขที่เป็นสมบัติดั้งเดิมประจำตัวของทุกๆคนแต่เราทุกคนไม่เคยหาพบ เพราะเรามัวไปหาที่ข้างนอก

     ดังนั้นหากคุณอยากถึงนิพพาน เอ๊ย..ไม่ใช่ ขอโทษ พูดผิด พูดใหม่ หากคุณอยากถึงจุดสุดยอด คุณต้องปูพื้นหรือ prime ตัวเองก่อน ด้วยการปล่อยทิ้งความคิดไป ปล่อยกรอบกฎกติกาในใจที่เป็นสมมุติบัญญัติไปให้หมด ยอมรับสิ่งที่มีอยู่เป็นอยู่ในปัจจุบันให้ได้ 100% ก่อน คือต้องตั้งต้นที่สนามหลวง ปลดตัวถ่วงออกให้หมด คุณจึงจะไปถึงได้ ความคาดหวังก็เป็นความคิดนะ..อย่าลืม แถมเป็นความคิดอย่างร้ายอีกด้วยเพราะความคาดหวังก็คือ "ความอยาก" นั่นเอง มันเป็นความคิดชนิดที่จะทำให้คุณติดค้างอยู่ในวังน้ำวนไปตลอดกาลนาน เพราะโดยนิยามของความอยากก็คือ "I want more" ดังนั้นคุณหนีไปไหนไม่ได้เลย เพราะ more มันนิยามตัวมันเองอยู่แล้วว่ามันคือที่ที่คุณไม่มีทางไปถึง พูดง่ายว่าเรื่องการถึงจุดสุดยอดนี้ ถ้าคุณอยากถึง คุณจะไปไม่ถึง

      กลับมาพูดถึงความรู้ตัวที่ผมมักจะพูดถึงบ่อย คนฟังก็มักจะไม่เข้าใจ เพราะคำว่า "ความรู้ตัว" นี้มันสื่อได้ไม่ตรง แต่ผมก็ไม่รู้จะหาศัพท์คำไทยคำไหนมาแทนคำนี้ แม้ในคำภาษาอังกฤษเองก็ต้องใช้หลายคำ ตั้งแต่ awareness, consciousness, spirit, soul เป็นต้น ในภาษาบาลีก็ใช้หลายคำ รวมทั้งคำว่า วิญญาณ และ จิต ทุกคำล้วนสื่อได้เพียงเสี้ยวเดียวของของจริง ซึ่งมันเป็นทั้งความว่าง ความตื่น ความรู้ ความเบิกบาน ความเป็นเดี๋ยวนี้ ฯลฯ เอาแค่กับคำว่าเป็นความ "รู้" เพียงอย่างเดียว ก็เข้าใจยากแล้ว เมื่อวานผมไปสอนแค้มป์ฝึกสติรักษาโรค (MBT) ตกเย็นพอสอนจบแล้วมีผู้เรียนคนหนึ่งเป็นผู้หญิงสูงอายุแอบรอผมอยู่นานจนคนอื่นกลับหมดแล้วจึงมาขอคุยด้วย เธอขอบคุณทุกอย่างที่ผมสอน แต่เธอไม่เข้าใจที่ผมว่าความรู้ตัวเป็นการ "รู้ (aware)" มันหมายความว่าอย่างไร มันต่างจากการ "คิด" อย่างไร เพราะตามความเข้าใจของเธอ "คิด" กับ "รู้" มันเหมือนกัน

     ตอนนั้นผมกำลังถือฆ้อนไม้สำหรับตีฆ้องอยู่ในมือ คือเวลาสอน MBT มีบางเวอร์คช็อพที่ผมต้องตีฆ้องให้สัญญาณเป็นพักๆ ผมถามเธอว่า

     "ถ้าผมเอาฆ้อนไม้นี้ตีหัวคุณโป๊ก..ก คุณจะเจ็บไหม"

    เธอนิ่งไปพักแล้วตอบว่า

     "เจ็บคะ" ผมอธิบายว่า

     "สิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นในใจของคุณคือความคิด ความคิดแรกคือคิดทวนคำถาม ความคิดที่สองคิดว่าจะตอบผมว่าอย่างไรดี ความคิดที่สามคิดว่าตอบว่าเจ็บก็แล้วกัน คุณเห็นด้วยไหมว่าก่อนที่จะตอบคุณคิด"

    เธอพยักหน้าช้าๆ

    กำลังที่เธอเผลอคิดตามคำพูดของผมอยู่นั้นเอง ผมก็เอาฆ้อนไม้เคาะหน้าผากเธอดังป๊อก เบาๆ

    แล้วบอกเธอว่า

    "สิ่งที่เกิดขึ้นในใจคุณตอนนี้คือความ "รู้" แล้วผมก็ถามเธอต่อว่า

     "แล้วคุณว่าเมื่อก่อนหน้านี้ที่คุณ "คิด" ว่าเจ็บกับตอนหลังนี้ที่คุณ "รู้" มันเหมือนกันไหม" เธอส่ายหน้าตอบว่า

     "ไม่เหมือน" 

     "ถูกแล้ว ไม่เหมือน ตอนที่คุณคิดคุณพอจะอธิบายได้ว่าคุณคิดอะไร แต่การ "รู้" นี้อธิบายด้วยคำพูดไม่ได้ เป็นไปไม่ได้ที่จะเอาคำพูดซึ่งเป็นความคิด ไปอธิบายลักษณะของการ "รู้" ซึ่งเป็นความรู้ตัวขณะปลอดความคิด"  แล้วผมก็เอาฆ้อมเคาะหน้าผากตัวผมเองป๊อกหนึ่ง แล้วถามเธอว่า

     "แล้วคุณคิดว่า "รู้" ของคุณ กับ "รู้" ของผม มันเหมือนกันแมะ" เธอส่ายหน้าตอบว่า

     "ไม่เหมือน" ผมจึงอธิบายเพิ่มเติมว่า

     "ใช่ ไม่เหมือน เพราะมันของใครของมัน ต่างคนก็ต่างรู้ของตัวเอง ผมชี้ทางคุณได้แค่นี้ การจะเข้าถึงความสุขสงบเย็นจากภายใน คุณต้องออกจากความคิดไป "รู้" ทุกอย่างในธรรมชาติรอบตัวคุณ ผิดถูก ชั่วดีถี่ห่าง บาปบุญ คุณโทษ สวรรค์นรก กตัญญูเนรคุณ ร่ำรวยยากจน ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นความคิด ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่มีอยู่จริง แต่ความรู้ตัวเป็นของที่มีอยู่จริง ให้คุณทิ้งของที่ไม่จริงไปอยู่กับของที่มีอยู่จริง ทิ้งวังน้ำวนออกไปอยู่ในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ แค่นี้นะ ที่เหลือคุณหาทางไปของคุณเอาเองต่อก็แล้วกัน"

     เธออึ้งกิมกี่ไปพักหนึ่งจนผมต้องเป็นฝ่ายบอกศาลากับเธอก่อนเพราะจะต้องรีบไปทำกิจอื่นต่อ

     ว่าแต่ เอ.. นี่เราคุยกันหลงทางมาไกลแล้วนะเนี่ย เรากำลังคุยกันเรื่องออร์กัสซั่มหรือการถึงจุดสุดยอดขณะมีเพศสัมพันธ์อยู่นะ ไหงมาถึงเรื่อง "คิด" กับ "รู้" ได้ไงเนี่ย มันห่างกันเหลือเกิน เลยสรุปไม่ลงเลย เอาเป็นว่าไม่สรุปดีกว่า


นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์