15 กันยายน 2559

เรียนรู้การพลิกผันโรคเรื้อรังจากคุณมนสักย์

คุณมนสักย์ ภูวนารถนรานุบาล
คุณมนสักย์อายุ 56 ปี ประสบการณ์ของท่านจะเป็นบทเรียนที่ดีมากสำหรับท่านผู้อ่านทั่วไป ผมขอขอบคุณ คุณมนสักย์ เป็นอย่างมาก ที่อนุญาตให้เผยแพร่บันทึกการคุยกันทางบล็อกนี้ได้  

หมอสันต์:  คุณมนสักย์ช่วยเล่าให้ท่านผู้อ่านทางบล็อกฟังหน่อยสิครับ ว่าปัญหาสุขภาพของท่านมันต้้งต้นอย่างไร

คุณมนสักย์: คือจริงๆแล้วเริ่มต้นเลยก็คือเป็นเบาหวาน พอเป็นเบาหวานเราคุมไม่ดี ก็ทำให้ความดันโลหิตสูง ประกอบกับทานยาเยอะ ยาความดัน ยาเบาหวาน พอเป็นเบาหวานหมอก็ให้ยาลดไขมันอะไรพวกนี้อะครับ ยาตัวนี้ก็จะทำให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น

หมอสันต์:  ที่ว่านานนี้นานกี่ปีครับ

คุณมนสักย์: ก็สิบปีนะ กินยาลดไขมันเนี่ย ประกอบกับว่ามีช่วงหนึ่งเราปล่อยให้น้ำตาลสูงอยู่เป็นเวลานาน ก็มีอาการปลายประสาทอักเสบ

หมอสันต์:  มันสูงประมาณไหนครับ

คุณมนสักย์: สามสี่ร้อย

หมอสันต์:  อันนี้หมายความว่าได้ยาเบาหวานด้วยใช่ไหม

คุณมนสักย์: ได้แล้วนะครับ ก็ยังสามสี่ร้อยเลย

หมอสันต์:  นี่พูดถึงน้ำตาลในเลือดนะ

คุณมนสักย์: ฮะ ก็ประมาณว่า เออ ช่างมันเถอะ กินก่อน ตายทีหลัง ประมาณนั้น

หมอสันต์:  ฮะ ฮะ ฮ่า

คุณมนสักย์: แต่ก็ไม่รู้นะฮะว่ามีโรคไตด้วย จนกระทั่งไอเยอะมาก เป็นไข้ นอนอยู่ในที่นอนสองสามวัน น้ำท่าก็ไม่ค่อยได้กินเพราะไม่อยากลงมาเอาน้ำ นอนซมอยู่บนเตียง จนไม่ไหวแล้ว ไอมาเป็นอาทิตย์แล้ว ก็เลยไปหาหมอ หมอเขาเจาะเลือด พอเจาะเลือดปุ๊บ ค่าไต (Cr) ขึ้นไป 5 เลยนะครับ

หมอสันต์:  อื้อ ฮือ

คุณมนสักย์: หมอบอกโอ้ยไม่ได้แล้ว คุณต้องแอดมิท พอเขาจับแอดมิท เค้าก็ให้กินน้ำเยอะ แล้วหมอก็ให้กลับบ้านได้ และสั่งว่าคุณจะกินน้ำได้ไม่เกิน 800 ซีซี.

หมอสันต์:  อ้าว ตอนนี้จำกัดน้ำ

คุณมนสักย์: ใช่ ผมก็กลับมาทำอย่างที่เขาบอก โอ๊ ไม่ไหวอะ เราไม่มีเรี่ยวไม่มีแรง ไม่กระชุมกระชวยอะไรเลย หมอก็นัดตรวจทุกเดือน ผลเลือดกลับแย่ลง ผมก็เลยลองดูว่าเอ๊ะ ถ้าไตเราวายเพราะเราทานน้ำน้อย เราทำความสะอาดไตซะหน่อยดีไหม ผมก็กินน้ำร้อนเลย กินเอง ทุกคืนก่อนนอน

หมอสันต์:  เยอะไหม

คุณมนสักย์: ก็หนึ่งแก้วกาแฟ ก็กินอย่างนี้ทุกวัน พอกลับไปหาหมอ ค่าไตก็ดีขึ้น ตอนนั้นเราก็ไม่เข้าใจว่าโปตัสเซียมโซเดียมเกี่ยวข้องอย่างไรเราไม่รู้ หมอบอกว่าไม่ควรกินเนื้อสัตว์ ควรเลี่ยงมาเป็นปลาจะย่อยง่ายหน่อย หมูปิ้งห้ามเกินสี่ไม้ ผมก็ลองดูแต่มันก็โหย ผมจึงเปลี่ยนแบบหยุดกินเนื้อสัตว์หมดมาเป็นกินพืชแทนอะไรที่เป็นเนื้อสัตว์ก็เปลี่ยนเป็นพืชแทนหมด แล้วน้ำหนักก็เริ่มลด ค่าไตมันก็ดีขึ้น แต่ผมก็ยังทานน้ำร้อนอยู่นะ แล้วผมดูทีวีเจอว่าหมออะไรก็ไม่รู้บอกว่าซีออยทำให้ไตดี ผมก็ไปซื้อซีออยมากิน เจาะเลือดไม่ค่อยเห็นความแตกต่างหรอก แต่ก็รู้สึกว่ากระปรี้กระเปร่าขึ้นกวาดบ้านถูพื้นล้างรถแล้วไม่เพลีย

แล้วต่อมาเมื่อปีที่แล้วตอนที่ผมติดต่อคุณหมอสันต์นั่นแหละ ผมมีปัญหาเจ็บหน้าอกข้างซ้าย เข้าโรงพยาบาล หมอซึ่งเป็นหมอผู้หญิงวัยรุ่นมากดๆแล้วบอกว่า โอ๊ย ไม่มีอะไรหรอกเป็นกล้ามเนื้ออักเสบ ผมนึกในใจว่าผมไม่ได้ออกกำลังกายมันจะอักเสบได้ไง

หมอสันต์:  ฮ่า ฮ่า ฮ่า

คุณมนสักย์: เป็นหมอผู้หญิงวัยรุ่นนะฮะ เธอว่ากินยาสองสามวันก็หาย ผมก็เอายามากิน วันต่อมาที่ผมต้องเข้าโรงพยาบาลอีกเพราะน้องที่มีแฟนเป็นฝรั่งเขามา เนี่ย ร้องห่มร้องไห้ทะเลาะกับแฟน ผมก็บอก เอ๊า มา ม้า มา ไม่เป็นไร มานั่งคุยกัน ผมก็คุย จนตีหนึ่ง แต่หนูไม่อยากกลับบ้านอะ กลับไปก็ต้องไปเจออีก เอ้า ไม่เป็นไร เดี๋ยวไปกินข้าวต้มก็แล้วกัน ผมก็ขับรถออกมา พอขับรถออกมา เฮ้ย เป็นไรเนี่ย มันหายใจแล้วไม่ได้ออกซิเจนหงะ


หมอสันต์:  ตัวคุณมนสักย์เองเหรอ

คุณมนสักย์: ใช่ครับ ผมก็จอดข้างทางตรงพระรามเก้า ตรงข้ามปิยะเวชพอดี น้องเขาเอาน้ำให้กิน เฮ้ย ยิ่งกินยิ่งหายใจไม่ออกว่ะ น้องเขาบอกว่าเฮ้ยพี่ไปโรงพยาบาลดีไหม ผมก็เออ เออ แล้วเลี้ยวรถกลับเข้าปิยเวชเลย พอนั่งรถเข็นปุ๊บ ผมก็ไม่รู้ตัวเลย หมอเขาใส่เครื่องช่วยหายใจ กำลังสะลึมสะลือหมอเขาจับปั๊มมือเลย คงกลัวผมไม่จ่ายตังค์ อยู่ได้สิบสองชั่วโมงเขาก็ส่งผมไปโรงพยาบาลที่ผมมีประกันสังคม ที่โรงพยาบาล..... เขาเอารถมารับ เข้าซีซียู. จำกัดน้ำ ไม่ให้กินอะไรอยู่สองวัน ก็รู้สึกสบายขึ้น เขาบอกว่าคุณเป็นโรคหัวใจ เขาเอาคลื่นหัวใจมาให้ดูเลยนะครับ

หมอสันต์:  เป็นกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน

คุณมนสักย์: ครับ แล้วก็ไตวายพร้อมกันด้วย มันก็เลยน้ำท่วมปอด พอออกจากโรงพยาบาลได้เขาก็นัดมาคุยกับหมอโรคไตโดยเฉพาะ บอกว่าคุณไตวายอยู่อย่างนี้ไม่ได้แล้วแหละ แต่ตอนนี้ที่สำคัญกว่าคือหัวใจ ต้องทำบอลลูนหรือบายพาส แต่สภาพไตคุณเนี่ยถ้าฉีดสี...วาย..ย แน่นอน ผมก็ จะต้องให้คำตอบเดี๋ยวนี้เลยเหรอ เธอบอกว่าประมาณเดือนหนึ่งก็แล้วกัน แล้วค่อยให้คำตอบก็ได้ ผมถามว่าแล้วถ้าจะผ่าต้องผ่าที่ไหน เธอบอกว่าที่รพ.โรคทรวงอก

ผมก็เลยโทรไปหาเพื่อนรุ่นเดียวกันที่เป็นหมอ เขาบอกว่าหมอตึ๋งเนี่ยเพื่อนกันอยู่รพ.... เขาเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาล ถ้าโทรไปหาเขา..ผ่าแน่นอน ถ้าที่โรคทรวงอก เพื่อนเราเป็นหมอผ่ามือหนึ่งด้วย หมอ... โทรหาคนนี้มึงก็ต้องผ่าเหมือนกัน เพราะมันเป็นหมอผ่าตัดหัวใจโดยเฉพาะ ผมก็ว่าอ้าว เราจะแค่ปรึกษาอะ เขาก็จึงว่าถ้างั้นลองไปคุยกับหมอคนนี้ดีไหม เขาก็ให้รายละเอียดของคุณหมอสันต์มา ผมก็เลยเข้าไปอ่านบล็อกคุณหมอสันต์ แล้วก็เขียนไปหา หมอสันต์ตอบว่ารับคนไข้เพิ่มอีกไม่ไหวแล้ว อีกคนเดียวก็ไม่ได้แล้ว จะตอบคำถามตอนนี้ก็ไม่ได้เพราะอยู่อเมริกา ปัญหามันละเอียดอ่อน ผมยังจำได้เลย ผมก็ยังดีใจนะว่าอยู่ถึงอเมริกายังอุตสาห์ตอบกลับมา แล้วคุณหมอบอกว่าจะมีคอร์สอีกทีเดือนมกรา ผมก็นึกในใจว่าเอ๊ะ แล้วเราจะอยู่ถึงไหมเนี่ย

ผมก็เลยคุยกับเพื่อนที่เป็นเหมือนกัน แต่เขาบายพาสไปแล้ว ผมคุยเพราะอยากรู้เรื่องการกิน เขาก็บอกว่า เขากินมื้อเดียวนะ เพื่อตัดปัญหาโน่นนี่นั่น แล้วเขาก็ไม่ได้ทำตามหมอบอก เพราะเขาก็ทะเลาะกับหมออยู่เหมือนผมเงี้ย ผมก็บอกว่าอ้าวแล้วไงหงะ เขาว่าหมอบางคนก็คอมเมอร์เชี่ยลมากเกินไป แต่เขาว่าที่แน่ๆมึงกินแต่วุ้นเส้นกับเห็ดนะมึงอยู่ได้อยู่แล้ว แล้วเขาก็อธิบายให้ฟัง คือเขาเป็นคนแบบว่าถ้าเขาสงสัยอะไรเขาจะนั่งค้นเน็ทหลังขดหลังแข็งข้ามวันข้ามคืน เขาว่าต้องช่วยหัวใจบ้างโดยกินโคคิวเทนและโอเมก้า 3 อะไรงี้

หมอสันต์:  เดี๋ยวก่อน คนที่แนะนำให้กินโคคิวเทนเนี่ย เขาเป็นเพื่อน แต่ไม่ได้เป็นหมอใช่ไหม เพราะงานวิจัยว่าโคคิวเทนช่วยคนหัวใจล้มเหลวได้เนี่ย ในทางการแพทย์มันสรุปว่าได้ผลแน่นอนอยู่แล้ว

คุณมนสักย์: ไม่ได้เป็นหมอครับ เป็นเพื่อน แต่รายนี้เขาศึกษาอะไรละเอียด เขาละเอียดถึงขั้นรู้ว่าอย่างถ้ามีการอักเสบของกล้ามเนื้อก็ทำให้ค่าครีอาตินินสูงขึ้นได้ อะไรอย่างเงี้ย ผมถามถึงอาหารเสริมของอเมริกาที่เขาใช้ จะซื้อจากเน็ทอยู่แล้ว แต่กดครั้งแรกราคาพันหนึ่ง กดครั้งที่สองราคาสองพัน ผมก็เลยเฮ้ย เปลี่ยนดีกว่า พอดีผมเคยอยู่อังกฤษไงฮะ เคยใช้เฮลท์สะแปน ก็เลยเสิร์ชเฮลท์สะแปน มียาตัวหนึ่งที่เขาขายอยู่ชื่อฮาร์ทซินเนอร์จิก ซึ่งเป็นส่วนผสมของโคคิวเทน โอเมก้า 3 กระเทียมสกัด อะไรพวกเนี้ย ซึ่งก่อนหน้านี้ผมลองมาหมดแล้วพวกสมุนไพรเนี่ย กระเทียมกับมะนาวนี่ก็ลองมาแล้ว จนไม่ไหวแล้ว กินจนลิ้นพองหงะ ผมก็เลยเอางี้ดีกว่า สะดวกดี ก็เลยสั่งมาจากเมืองนอก กล่องหนึ่งแปดร้อยบาท แล้วก็กินเห็ดกับวุ้นเส้นทุกวัน จนกระทั้งผมก็เอียนเหมือนกัน พยายามเปลี่ยนเป็นผัดวุ้นเส้นมั่ง ยำมั่ง สุกี้มั่ง ก็กินอยู่แค่นี้ ครบเดือนแล้วไปหาหมอ หมอเค้าก็บอก เอ๊า..า มันลดลงมาเกือบทุกตัวได้ไงเนี่ย แต่หมอเขาจะให้ผมผ่าอย่างเดียว เขาอยากได้เงินไง เขาบอกว่าถ้าพร้อมผ่าตัดแล้วมาทำเส้นเลยนะ ผมว่าอ้าวทำเส้นทำไมงะ เขาบอกก็จะต้องฟอกไตไง ผมก็นึกในใจว่าเอ้า แล้วคุณเป็นใครคุณจะมาให้ผมฟอกไตตลอดชีวิต วันเว้นวัน คุณมาเจ็บกับผมเหรอ แต่รู้สึกว่าเขาจะเป็นเจ้าของเครื่องฟอกไตที่โรงพยาบาลด้วย

จนกระทั่งหลังจากนั้นผมไปเข้าคอร์สกับคุณหมอสันต์ หมอบอกไม่ให้ใช้น้ำมันทำกับข้าว ผมก็เปลี่ยน ให้ร้านที่หน้าหมู่บ้านเขาทำให้ แต่มันก็เบื่อเหมือนกัน กินผักทุกวัน

หมอสันต์:  แล้วทำไงละ เบื่อแล้วแก้ไขยังไง

คุณมนสักย์: ผมก็ เฮ้ย เราไม่ต้องกินทุกวันก็ได้นี่นา เบื่อเราก็เปลี่ยนกินเนื้อบ้าง แล้วผมก็สังเกตเวลาผมไปหาหมอ เฮ้ยบางเที่ยวโปตัสเซียมมันต่ำ ผมก็ไปเชิร์ชในเน็ทแล้วก๊อปเขาออกมา ถ้าช่วงไหนหมอเจาะเลือดแล้้วโปตัสเซียมมันต่ำ ผมก็กลับมากินผักคะน้าหรือผักอะไรที่มันเป็นสีเขียวมากขึ้น แต่ผักสีขาวพวกกล่ำก็ยังกินอยู่ พอโปตัสเซียมมันปกติผมก็ไปคอนเซนเตรทที่โซเดียม กินเกลือลดโซเดียมอะไรเงี้ยฮะ

แล้วที่หมอสันต์สอนว่าต้องออกกำลังเนี่ย ครั้งแรกๆที่ผมขี่จักรยานรอบๆหมู่บ้านเนี่ย ครั้งแรกๆ ขี่ได้รอบเดียวนี่ผมแน่นหน้าอกไปหมดละ แต่เดี๋ยวนี้ขี่ได้ 7-8 รอบก็ยังไม่รู้สึกอะไร แต่เรื่องไตเนี่ยต้องมาดูบาล้านซ์เคมีในร่างกาย ครั้งนี้เจาะเลือดโปตัสเซียมสูงหรือเปล่า โซเดียมสูงหรือเปล่า ถ้าโซเดียมสูงก็ลดอาหารรสชาติลง ต้องดูละเอียดอย่างนี้เลย นี่กำลังรอไปตรวจครั้งหน้าวันที่ 6 ตุลา อยากรู้เหมือนกัน ตอนนี้ผมทานสมุนไพรจีน ปกติผมเป็นโรคไตปัสสาวะมันจะเหลืองใช่ไหมละ พอกินแล้วมันใสเลย คือตัวนี้เพื่อนที่เป็นคนเบลเยี่ยมเขาแนะนำ ว่าแม่ของเขาอายุ 96 เป็นทั้งเบาหวาน ไต เก้าท์ กินสมุนไพรตัวนี้แล้วเลิกยาได้หมดเลย เฮ้ย พูดเป็นเล่นไปน่า อายุ 96 แล้วเนี่ยนะ เขาบอกว่าตอนนี้แม่ของเขาขุดดินทำสวนได้ละ

หมอสันต์:  ณ วันนี้คุณมนสักย์กินยาอะไรอยู่บ้าง

คุณมนสักย์: คือผมก็กินยาตามหมอสั่งแหละครับ ยาเบาหวานนี่ก็ฉีดเช้าเย็น แต่ยาไขมันเขาสั่งวันละเม็ดแต่ผมไม่กินตามเขาสั่ง ผมกินครึ่งเม็ดวันเว้นวัน แต่ผลเลือดผมก็ปกตินะ ตอนนี้ไขมันเลวอยู่ที่ 97 เองหงะ ยาความดันไม่กิน ตอนนี้ผมลงหมดทุกอย่างละ เหลือไตอย่างเดียวที่ยัง 2.2 อยู่ แต่ผมวัดน้ำตาลทุกวัน หมอบอกไม่ต้องวัดทุกวันก็ได้ แต่ผมอยากรู้ว่ากินอะไรแล้วน้ำตาลเป็นอย่างไร อย่างวานนี้ผมกินทุเรียนไปพูหนึ่งโรตีอีก มาวัดน้ำตาลเช้านี้มันก็ยังต่ำดีอยู่ สมุนไพรจีนตัวนี้อะดี

หมอสันต์:  ไปเข้าแค้มป์รอบหน้าเอาสมุนไพรตัวนี้ไปด้วยสิ ผมจะส่งไปวิเคราะห์ดูหน่อย

คุณมนสักย์: อ๋อ หมอผู้หญิงคนหนึ่งเธอส่งไปวิเคราะห์ให้แล้วว่ามีสะเตียรอยด์หรือเปล่า แล้วผลก็พบว่าไม่มีสะเตียรอยด์ ตอนนี้หมอผู้หญิงคนนั้นกลายเป็นตัวแทนขายสมุนไพรนี้ไปแล้ว

หมอสันต์:  ฮ้า ฮะ ฮ่า

คุณมนสักย์: คือแกก็ไม่เห็นค่อยได้ทำงานหมอเท่าไหร่ คือที่นี่เขาเป็นแบบสหกรณ์ไงฮะ คนแนะนำใครมาซี้อก็จะได้เปอร์เซ็นต์หมดทุกอย่าง อู้ว..ว เดือนๆหนึ่งเขาได้กันเป็นแสน จึงไม่ค่อยซีเรียสกับการเป็นหมอเท่าไหรละ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ผมไม่ได้สนใจนะ ส่วนตัวสมุนไพรนั้นมันเป็นพวกถั่งเช่า พวกโสม พวกเก๋ากี้ อะไรพวกนี้อะฮะ แต่ว่ามีผสมเหล้าประมาณ 5% เพื่อให้ดูดซึมเข้าร่างกายได้เร็ว แต่ก่อนผมนอนไม่ค่อยหลับ สมุนไพรตัวนี้ทำให้หลับสบายถึงเช้าเลย

หมอสันต์:  แล้วทุกวันนี้กินยังไง อยู่อย่างไง

คุณมนสักย์: เช้าก็กาแฟ อาหารเช้าก็ผลไม้ กลางวันก็ให้เขาทำให้ เปลี่ยนเมนูไปเรื่อยๆ มีผักก็ให้เขาทำผัก มีเวลาก็ทำกินเอง เมนูก็แบบที่ผมส่งไปให้ ที่คุณหมออ้อยเอาลงในไลน์ของกลุ่มนั่นแหละ ถ้าทำเองผมไม่ใช้เนื้อ ส่วนมากเป็นปลา ใช้เตาอบ ไม่ใช้น้ำมัน ไม่ได้ไปซื้อเตาทอดด้วยลมร้อนอย่างที่ใช้ในแค้มป์ เพราะเตาอบที่มีมันก็ทำได้คล้ายกันอยู่แล้ว เพียงแต่รูปทรงมันคนละแบบ บ่ายสามโมงก็ทานผลไม้อีกเที่ยวหนึ่ง ผมทานผลไม้ก่อนข้าวเพื่อให้ได้เอ็นไซม์ ห้าโมงเย็นก็ทานอาหารเย็น ก่อนกินข้าวตอนเย็นๆก็ออกไปขี่จักรยาน เจ็ดแปดรอบ รอบหมู่บ้าน ไม่เจ็บหน้าอกเลย จะแน่นหน้าอกบ้างก็หลังทานอาหารแล้วไม่ได้เรอ แบบฮาร์ทเบิร์นงี้ ไม่ได้แบบเจ็บหัวใจ แต่สองเดือนหลังมานี้ผมไม่มีแน่นหน้าอกเลยนะ

หมอสันต์:  น้ำหนักเป็นไงบ้าง

คุณมนสักย์: ตอนก่อนเข้าโรงพยาบาลครั้งแรกเลย 69 ตอนไปเข้าแค้มป์คุณหมอสันต์ครั้งแรกเลย 64 หลังจากนั้นผมลดลงมา ตอนนี้ 59 กก. ขึ้นลงหนึ่งกิโลผมไม่นับนะ เพราะมันแล้วแต่อาหารที่ทาน อย่างวันนี้ทานทุเรียนนี่ผมรู้ละ พรุ่งนี้ขึ้นแน่ ถ้าทานผักก็ลดลง บางวัน 58 ก็มี ผมทำงานปกตินะ ล้างรถก็ทำ ไม่เคยเหนื่อยเหมือนแต่ก่อนที่แค่ขึ้นสะพานลอยก็แย่แล้ว แล้วเรื่องน้ำนี่ผมไม่ได้กิน 800 ซีซี.นะ ผมทานวันละสองลิตร

หมอสันต์:  หมอห้ามไม่สน?

คุณมนสักย์: คือหมอไม่ได้อยู่กับเราอะฮะ คือเราดูว่าเราเป็นไง ถ้าเราทำงานเหงื่อออกแยะเงี้ยะ คือผมทำงานจะไม่เปิดแอร์เลยนะ กวาดบ้านถูบ้านซักผ้า ที่ทุกอย่างมันดีนี่ผมว่ามันเป็นเพราะอาหารที่มีพืชเป็นหลัก ลดของมันของทอด ไม่ได้ว่าอดอยากนะฮะ เราอยากกินก็กินบ้าง ถ้าของดีๆไม่มีให้กิน มีอะไรก็กินไปก่อน แต่ถ้าเลือกได้ก็จะเลือกเป็นผัก แต่ถ้าไปข้างนอกเขาไม่ทำให้นะฮะ อย่างไปเซ็นทรัลเงี้ย เขาบอกเขาทำให้ไม่ได้ เขาต้องทำอาหารตามสูตร เขาต้องใส่น้ำมันเท่านั้นเท่านี้ เราก็กิน ไม่เป็นไร ถ้ามีก็เลือก ไมมีก็..ตามยะถากรรม มันก็ดี อย่างอินสุลินฉีดตอนนี้ผมก็กำลังจะลดลงอีก เพราะกินทุเรียนแล้วน้ำตาลในเลือดยังต่ำผมคงต้องลดอินสุลินลง

หมอสันต์:  การบริหารยาเองเนี่ยทำมานานหรือยัง

คุณมนสักย์: เอ้อ ก็ประมาณหกเจ็ดเดือนมาแล้ว คือหมอเนี่ย พอน้ำตาลขึ้นก็จะเพิ่มยาอย่างเดียว ผมว่า เอ๊ อย่างงี้เราก็ต้องตายเร็วสิเพราะยามันเยอะเกิน ผมถามหมอว่าคุณหมอเคยเป็นเบาหวานหรือเปล่า หมอบอกว่าไม่เป็นแต่พ่อของหมอเป็น ผมบอกว่าเวลาที่หมอเปลี่ยนยาเนี่ย ผมใช้เวลาถึงสามสี่เดือนนะกว่าจะแอดจั๊สว่าจะเปลี่ยนอาหารอย่างไรให้ลงตัว แล้วปัจจัยอื่นก็เกี่ยวข้อง อย่างการนอนไม่พอก็มีผล ช่วงไหนนอนไม่พอ รู้เลย หน้าห้อยเหี่ยวเลย

หมอสันต์: จะต่อต้าน medical establishment หน่อยๆหรือเปล่าเนี่ย

คุณมนสักย์: คือ ผมเรียนตรงๆเลยนะคุณหมอ คือถ้าเป็นหมอจบใหม่เขาก็วินิจฉัยโรคและให้ยาตามอาการแค่นั้น เพราะเขาไม่มีประสบการณ์ แต่พอคุณหมออายุเยอะก็คอมเมอร์เชียลจะเอาแต่เงินอีก แล้วไม่ค่อยสนใจคนไข้เท่าไหร่ เรียกว่าไม่มีจริยธรรมก็ได้ อย่างหมอคนหนึ่งพอผมกินทุเรียนไป เขาเห็นผลเลือดแล้วว่า..เป็นไง ตะกละละสิ โอ้โห ผมงี้ของขึ้นเลย

หมอสันต์:  ฮะ ฮะ ฮะ คุณมนสักย์แนะนำอะไรให้ท่านผู้อ่านบล็อกหน่อยสิ

คุณมนสักย์: สิ่งแรกเลยก็คือต้องคอนโทรลตัวเอง คุณกินได้แค่ไหน คุณก็ต้องลดลงมาแค่นั้น เป็นน้อยรีบทำเสียก่อน เพราะถ้าเป็นเยอะแล้วมันกลับไม่ได้แล้ว อยากจะกินอะไรก็กินได้แต่กินน้อยหน่อย คอนโทรลอาหารเป็นหลัก การออกกำลังกายและพักผ่อนก็สำคัญ และอายุขนาดนี้จะว่าอาหารเสริมสมุนไพรไม่จำเป็นจะทำตับไตพังก็ไม่ใช่ เพราะสิ่งเหล่านี้ก็ทำให้เราอยู่ได้ถึงวันนี้เหมือนกัน แต่เราก็ต้องศึกษาให้ละเอียดก่อนซื้อด้วย ผมเชิร์ชในเน็ท ถามคนที่เขาใช้อยู่ เขามีวิดิโออะไรให้ดูก็ดูหมดอ่านหมด ลองชิมดูก่อนด้วย เพราะผมเคยกินสมุนไพรลดความดันเหมือนกัน ของโรงพยาบาล.... กินทีเป็นชาม กินได้สองอึกอาเจียรเลย แต่นี่รสชาติเขาใช้ได้ แต่ก่อนผมกินพวกโสม แต่เลิกไปหมดแล้ว ตอนนี้ก็เหลือซีออย เซ็นทรุมซิลเวอร์ ฮาร์ทซินเนอร์จิก และสมุนไพรจีนนี่แหละ

หมอสันต์:  แล้วชีวิตส่วนตัวเป็นไงบ้าง ชีวิตรัก ราบเรียบ?

คุณมนสักย์: คือ.. มีแฟนเด็กมันก็ต้องยังงี้แหละครับ

.........................................

     ท่านผู้อ่านครับ สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของคุณมนสักย์ก็คือ

1. ความเชื่อที่ว่าโรคไตเรื้อรัง เป็นแล้วไม่มีหาย มีแต่จะเดินหน้าไปฟอกไตอย่างเดียวนั้น ไม่เป็นความจริง คุณมนสักย์เป็นตัวอย่างของคนเป็นโรคไตเรื้อรังที่การดำเนินของโรคมีทิศทางถอยกลับให้เห็นได้

2. นอกจากโรคไตเรื้อรังแล้ว โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคไขมันในเลือดสูง ของคุณมนสักย์ก็มีทิศทางถอยกลับให้เห็นแล้ว กล่าวคือสามารถลดยาไขมันลงเหลือเพียง 25%ของที่เคยกิน และยาเบาหวานก็ลดลง ส่วนอาการเจ็บหน้าอกนั้นหายไปเลยทั้งๆที่ออกกำลังกายมากขึ้น ส่วนความดันเลือดสูงนั้นหายไปตั้งแต่ลดน้ำหนักได้เป็นสิบกก.

3. ปัจจัยหลักที่ทำให้โรคเรื้อรังทั้งหลายถอยกลับได้นี้ เป็นเพราะการเปลี่ยนมากินอาหารพืชเป็นหลักแบบไขมันต่ำ และการควบคุมอาหารเค็ม

4. ในการเปลี่ยนมากินอาหารพืชเป็นหลักแบบไขมันต่ำ คุณมนสักย์ทำได้สำเร็จเพราะไม่เข้มงวดเกินไป อยากก็กินเนื้อสัตว์ก็กินเนื้อสัตว์บ้าง หาอะไรไม่ได้ก็กินเท่าที่จะหากินได้

5.  ไม่ใช่ว่าวิตามิน อาหารเสริม และสมุนไพรจะไร้ประโยชน์ไปเสียหมด การใช้โคคิวเทนในคนเป็นหัวใจล้มเหลวมีหลักฐานวิจัยทางการแพทย์ยืนยันแน่ชัดว่ามีประโยชน์ ส่วนสมุนไพรและอาหารเสริมอื่นๆที่ไม่มีหลักฐานวิทยาศาสตร์รองรับ ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะมีแต่โทษไม่มีคุณ โดยคุณมนสักย์ใช้ดุลพินิจของตัวเองศึกษาและเลือกใช้อย่างพิถีพิถัน ซึ่งผมมองว่านอกขอบเขตของวิชาแพทย์และหลักฐานวิทยาศาสตร์ไปแล้ว แพทย์ไม่อาจให้ความเห็นอะไรได้ จึงไม่มีอะไรดีกว่าดุลพินิจของตัวผู้ป่วยเองในการตัดสินใจว่าอะไรดีไม่ดี

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

................................................................


จดหมายจากท่านผู้อ่าน

สมุนไพร อะไรเอ่ย? อยากทราบมากเลย จากคนเฒ่า อายุ70ช่วยบอกเอาบุญหน่อย เจ้า
See Translation
Like · Reply · Message · 2 · 6 hrs

ตอบครับ

ต้องขอประทานโทษจริงๆด้วยครับ บล็อกหรือเพจของหมอสันต์ขออนุญาตไม่ออกชื่อยาสมุนไพรหรืออาหารเสริมใดๆ ไม่ใช่เพราะหมอสันต์รังเกียจสมุนไพร แต่เพราะแพทยสภาห้ามไม่ให้แพทย์เผยแพร่อะไรที่อยู่นอกเนื้อหาหลักวิชาแพทย์แผนปัจจุบัน ถ้าเป็นสมุนไพรก็จะพูดถึงได้แต่ที่มีผลวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์ระดับเชื่อถือได้รองรับแน่ชัดแล้วเท่านั้น ดังนั้นท่านลองสืบเสาะผ่านทางอื่นเอาเองก็แล้วกันนะครับ

นพ. สันต์ ใจยอดศิลป์