02 กันยายน 2558

เพื่อนๆครับ..มาสร้าง "บ้านเมตตาธรรม" ด้วยกันเถอะ

     ช่วงนี้ใครถามผมว่าทำอะไรอยู่ ผมมักตอบว่ากำลังสร้างเรือนตายให้กับตัวเอง เป็นคำตอบกึ่งตลกแต่ก็เป็นเรื่องจริง คือมูลนิธิสอนช่วยชีวิตที่ผมเป็นประธานอยู่กำลังจะสร้างบ้านพักผู้สูงวัยเพื่อใช้เป็นที่ฝึกสอนผู้ดูแล บ้านนี้จะชื่อ “บ้านเมตตาธรรม” และผมก็กำลังยุ่งกับเรื่องนี้
ภาพเพอร์สเพคทีฟของบ้านเมตตาธรรม

     ส่วนที่ผมถือว่ามันจะเป็นเรือนตายของผมเองด้วยนั้นก็เพราะมูลนิธิฯได้วางกฎกติกาว่าผู้ที่บริจาคเงินก่อสร้างบ้านเมตตาธรรมตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไปจะได้รับเชิญเป็นผู้อุปถัมภ์ของมูลนิธิฯ ซึ่งมูลนิธิจะตอบแทนผู้อุปถัมภ์ทุกท่านโดยเมื่อใดก็ตามที่ผู้อุปถัมภ์ทุพลภาพช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ จะได้สิทธิ์เข้ารับการดูแลในหน่วย long term care unit (LTCU) แบบฟรีหมดตลอดชีวิต ทั้งน้ำ ไฟ ซักรีด เตียงนอน ผู้ดูแล ฯลฯ ในกรณีที่ไม่ถึงกับทุพลภาพแต่จำเป็นต้องเข้าพักเพื่อการฟื้นฟูในหน่วย assisted living unit  (ALU) ซึ่งก็เหมือนกับห้องพิเศษ ก็จะได้สิทธิงดเว้นค่าห้องฟรี แต่ว่าค่าใช้จ่ายอื่นๆยังต้องจ่ายตามปกติ ตัวผมเองนั้นไม่กลัวว่าจะอยู่ด้วยตัวเองไม่ดอกตราบใดที่ยังมีสติดีและยังคลานได้อยู่ แต่ที่ผมกลัวก็คือถ้าผมเป็นอัมพาตนอนแบ็บกระดิกกระเดี้ยไม่ได้แล้วนี่สิครับ ถ้าเป็นระยะสั้นๆแล้วตายก็คงไม่มีปัญหา แต่ถ้าผมเป็นอัมพาตสักสิบปีละ..โห มันจะไม่โหดกับลูกเมียผมไปหน่อยหรือ ผมรับไม่ได้หรอกที่จะให้ตัวเองไปเป็นภาระกับลูกเมียถึงขนาดนั้น ผมจึงสมัครใจบริจาคเงินให้มูลนิธิฯหนึ่งล้านบาท เป็นอัมพาตวันไหนมูลนิธิฯมารับผมไปอยู่บ้านเมตตาธรรมวันนั้นเพราะผมเป็นผู้อุปถัมภ์มูลนิธิฯ แค่นี้ผมก็สบายใจเฉิบ และเมื่อผมช่วยสร้างบ้านหลังนี้เสร็จ คราวนี้จะเป็นอัมพาตก็เป็นเถอะ..ไม่กลัวแล้ว

     วันนี้ผมจึงขออนุญาตหยุดตอบคำถามเรื่องการเจ็บป่วยเสียหนึ่งวัน เพื่อมาเชิญชวนเพื่อนๆและแฟนบล็อกของผมว่า มาสร้างบ้านเมตตาธรรมด้วยกันเถอะ สำหรับท่านที่สนใจจะเจาะลึกในรายละเอียดจริงจัง ผมขออนุญาตก๊อปเอกสารประชาสัมพันธ์ของมูลนิธิฯมาให้อ่านเสียท้ายนี้เลย ส่วนท่านที่ไม่สนใจก็อ่านผ่านตรงนี้ไปได้เลย

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

ปล. 
ผมจะหายหน้าไปสองสัปดาห์ ตั้งแต่สัปดาห์หน้า เพื่อไปเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตรักษาโรคเรื้อรัง โดยไปปักหลักนอนค้างและประชุมกันกับบรรดาผู้รู้ในเรื่องนี้จากทั่วโลกที่รีสอร์ทเมืองซานตาโรซา เลยซานฟรานซิสโกไปหน่อย โชคดีนะครับ พบกันใหม่ นู่น..ปลายเดือนกย. 

.................................................................

โครงการ “บ้านเมตตาธรรม”

     วิสัยทัศน์ของมูลนิธิสอนช่วยชีวิต

(1) ผู้สูงวัยควรจะมีชีวิตที่มีคุณภาพและใช้ศักยภาพของตนเป็นประโยชน์ได้เต็มที่จนวันสุดท้ายของชีวิต
     (2) กิจกรรมดูแลผู้สูงวัยเป็นความสวยงามของชีวิต ที่ให้ความสุขทั้งแก่ผู้ดูแล (caregiver) และแก่ตัวผู้สูงวัยเอง
     (3) ตัวผู้ดูแลควรจะมีคุณลักษณะสำคัญสองประการคือ ดูแลตัวเองให้เป็นก่อน และ มีความสุขกับการใช้เมตตาธรรมในการดูแลผู้สูงวัย

เพื่อทำให้วิสัยทัศน์นี้เป็นความจริง มูลนิธิฯจึงกำหนดให้การฝึกสอนผู้ดูแลเป็นพันธะกิจใหม่ของมูลนิธิฯ และมีแผนจะสร้างบ้านพักผู้สูงวัยขึ้นเพื่อเป็นสถานที่ฝึกสอนผู้ดูแล โดยเรียกชื่อว่า “บ้านเมตตาธรรม”

     บ้านเมตตาธรรม คืออะไร

บ้านเมตตาธรรมเป็นทั้งบ้านพักผู้สูงวัย (Assisted Living) และสถานฝึกสอนผู้ดูแล (caregiver)

การแบ่งส่วนพื้นที่
   
     บ้านเมตตาธรรมแบ่งออกเป็นสี่ส่วน คือ

     1. Assisted living unit - ALU หรือห้องพักส่วนตัวเพื่อการฟื้นฟู เป็นห้องพักถาวรที่ออกแบบเอื้อให้ผู้สูงวัยที่ยังช่วยเหลือตนเองได้บ้างสามารถใช้ชีวิตด้วยตนเองได้สะดวกและใช้ศักยภาพตนเองให้เป็นประโยชน์ได้เต็มที่ นอกจากนี้ยังออกแบบให้เอื้อต่อการทำงานของผู้ดูแลที่เข้ามาช่วยเหลือผู้สูงวัยในบางเรื่องบางเวลา ALU มีจำนวนทั้งหมด 14 ห้อง
     2. Long term care unit - LTCU หรือหน่วยดูแลระยะยาว เป็นหน่วยดูแลผู้สูงวัยที่อยู่ในสภาวะทุพลภาพอย่างสิ้นเชิงแล้วและต้องการการดูแลจากผู้ดูแลตลอดเวลา 100%  มีจำนวนเตียงที่รับดูแลได้ในคราวเดียวกัน 10 เตียง
     3. พื้นที่เอนกประสงค์ สำหรับทำกิจกรรมฟื้นฟูผู้สูงวัย กิจกรรมการเรียนการสอน และกิจกรรมเพิ่มคุณภาพชีวิตต่างๆ
     4. พื้นที่สนับสนุน เช่นงานอาหาร งานซักรีด งานแม่บ้าน งานธุรการ

     พันธกิจของบ้านเมตตาธรรม 

     บ้านเมตตาธรรม มีพันธกิจสี่ประการ คือ
1.. ฝึกสอนผู้ดูแลให้เป็นคนที่ดูแลตนเองเป็นและมีความสุขกับการใช้เมตตาธรรมดูแลผู้อื่น
2. รับบริการดูแลผู้สูงวัยที่ทุพลภาพอย่างสิ้นเชิงในระยะยาว ในหน่วยดูแลแบบ LTCU
  3. รับบริการฟื้นฟูผู้สูงวัยที่เป็นโรคเรื้อรังหรือช่วยตัวเองได้บางส่วนในรูปแบบของโปรแกรมดูแลแบบพักค้าง (live-in rehab programs) ในห้องพักแบบ ALU
4. รับบริการสอนกิจกรรมเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้สูงวัยในรูปแบบของกิจกรรมไม่พักค้างคืน (day camp)
   
     สถานะทางกฎหมาย 

     เมื่อเปิดดำเนินการเต็มที่แล้ว บ้านเมตตาธรรมจะจดทะเบียนเป็นสถานพยาบาลผู้สูงอายุขนาดเล็กที่มีแพทย์เป็นผู้อำนวยการคอยกำกับดูแล มีพยาบาลเป็นผู้ฝึกสอนและควบคุมการทำงานของผู้ฝึกหัดดูแล (caregiver trainees)
   
     แนวทางการดูแลผู้สูงวัย 

     บ้านเมตตาธรรมมีแนวทางการดูแลสำคัญสามอย่างคือ
   
     (1) ถ้าผู้สูงวัยยังใช้ชีวิตอิสระได้ 100% จะมุ่งเพิ่มทักษะการดูแลตนเองและเสริมคุณภาพชีวิตในรูปแบบของกิจกรรมกลุ่มแบบไม่พักค้างคืน (day camp)

     (2) ถ้าผู้สูงวัยยังพอช่วยตัวเองได้บางส่วน จะมุ่งฟื้นฟูสมรรถนะให้กลับมาใช้ศักยภาพของตนเองให้เป็นประโยชน์ได้มากที่สุด ในรูปแบบของโปรแกรมฟื้นฟูแบบพักค้างชั่วคราว (live-in rehabilitation program) ในหน่วย ALU

     (3) ถ้าผู้สูงวัยทุพลภาพอย่างสิ้นเชิงไปแล้ว จะดูแลแบบมุ่งให้มีชีวิตในระยะสุดท้ายที่มีคุณภาพในหน่วย LTCU โดยมุ่งบรรเทาความเจ็บปวดทรมานรวมไปถึงการใช้ยาบรรเทาเช่นมอร์ฟีน เพื่อให้ระยะสุดท้ายของชีวิตเป็นไปแบบสงบ โดยไม่ทำการรักษาใดๆที่ไร้ประโยชน์ และไม่ใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ยืดระยะเวลาที่ต้องทนทุกข์ทรมานออกไป

     แนวทางการฝีกสอนผู้ดูแล

     บ้านเมตตาธรรมมีแนวทางฝึกสอนผู้ดูแลที่มุ่งให้ผู้ดูแลมีคุณลักษณะสองอย่างคือ
     (1) ดูแลตัวเองเป็นก่อน ทั้งเรื่องโภชนาการ การออกกำลังกาย การจัดการความเครียด การรู้จักพึ่งพากันทางสังคม
     (2) มีความสุขกับการใช้เมตตาธรรมดูแลผู้อื่น

     งบประมาณดำเนินการและที่มา

     บ้านเมตตาธรรมก่อสร้างด้วยเงินบริจาคทั้งหมด (งบประมาณก่อสร้าง 9 ล้านบาท) บนที่ดินซึ่งเป็นสินทรัพย์ของมูลนิธิฯอยู่แล้ว

     วิธีการดำเนินกิจการบ้านเมตตาธรรม

     เงินบริจาคจะใช้เพื่อการก่อสร้างเท่านั้น

     เมื่อเปิดดำเนินการแล้ว บ้านเมตตาธรรมจะดำเนินกิจการไปแบบต่อเนื่องอย่างยั่งยืนในรูปแบบของธุรกิจเอกชนที่ไม่แสวงกำไร (social enterprise) ที่มีรายได้ของตนเองมาชำระค่าใช้จ่าย โดยจะมีรายได้จาก product สามตัว ซึ่ง target ตลาดระดับบน คือ

     (1) การให้บริการดูแลผู้สูงอายุที่ทุพลภาพอย่างสิ้นเชิงต่อเนื่องระยะยาว (LTCU)

     (2) โปรแกรมฟื้นฟูผู้สูงอายุที่ป่วยด้วยโรคเรื้อรังต่างๆแบบพักค้างเป็นช่วงเวลา (live in rehabilitation programs)

     (3) การฝึกสอนผู้ดูแล ทั้งผู้ดูแลที่เป็นลูกหลานของผู้สูงอายุ หรือผู้ดูแลอาชีพ


     สถานที่ตั้งบ้านเมตตาธรรม

     บ้านเมตตาธรรมเป็นอาคารพื้นราบชั้นเดียวขนาด 500 ตารางเมตรที่ออกแบบเพื่อการดูแลผู้สูงวัยโดยเฉพาะ ตั้งอยู่บนที่ดินของมูลนิธิฯ ซึ่งอยู่ในซอยราชาวดี (ซอย1) หมู่บ้านมวกเหล็กวาลเลย์ อ.มวกเหล็ก (เขาใหญ่) จ.สระบุรี บริเวณที่ตั้งมีบรรยากาศแบบธรรมชาติ อยู่ติดสวนสาธารณะของหมู่บ้านที่มีต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น และโอบรอบด้วยบึงน้ำเล็กๆ สถานที่สงบ ทัศนียภาพสวยงาม ที่ดินเป็นที่ราบในหุบเขา เหมาะสำหรับการเดินออกกำลังกาย มีอากาศเย็นและแห้ง ซึ่งเหมาะที่จะเป็นสถานที่ฟื้นฟูและพำนักของผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

การตอบแทนผู้อุปถัมภ์มูลนิธิฯ

     ในกรณีที่ผู้บริจาคเงินสร้างบ้านเมตตาธรรมรายใดบริจาคเงินตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป มูลนิธิฯจะเชิญให้เป็นผู้อุปถัมภ์มูลนิธิฯ (ตามตราสารข้อ 16.8) ซึ่งมูลนิธิฯมีระเบียบให้สิทธิตอบแทนดังนี้

     3.1 เมื่อผู้อุปถัมภ์มูลนิธิฯตกอยู่ในสถานะทุพลภาพอย่างสิ้นเชิง มีสิทธิ์ได้เข้ารับการดูแลในหน่วยดูแลระยะยาว (long term care unit - LCTU) ของบ้านเมตตาธรรมอย่างต่อเนื่องจนตลอดชีวิต โดยได้รับสิทธิ์เป็นลำดับที่สูงกว่าผู้รับบริการทั่วไป และได้รับงดเว้นการชำระค่าธรรมเนียมทุกชนิดที่บ้านเมตตาธรรมพึงเรียกเก็บจากผู้รับบริการทั่วไป

     3.2 ให้สิทธิผู้อุปถัมภ์มูลนิธิฯที่มีความจำเป็น ได้เข้าพักอาศัยในห้องพักพิเศษ (assisted living unit - ALU) ของบ้านเมตตาธรรมได้ 1 ห้อง ต่อท่าน (หรือต่อคู่) ทั้งนี้โดยได้รับงดเว้นไม่ต้องชำระค่าห้องพัก แต่ไม่ได้รับงดเว้นค่าใช้จ่ายอื่นๆที่นอกเหนือจากค่าห้องพัก

การบริจาคเงินช่วยสร้างบ้านเมตตาธรรม

          ผู้บริจาคที่ประสงค์จะร่วมบริจาคเงินสร้างบ้านเมตตาธรรม กรุณาแจ้งความจำนงได้ที่

     (1) ประธานมูลนิธิฯ (นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์ โทร. 0819016013 หรือ 0868882521 อีเมล chaiyodsilp@gmail.com) หรือ
     (2) เหรัญญิกมูลนิธิ (คุณอาภากร หะริญเดช โทร. 0819008310 อีเมล arpakorn@phyathai.com) หรือ
     (3) คุณตู่ (ฐานวีร์) (กรรมการโครงการ) โทรศัพท์ 0819008321 อีเมล thannawee_pur@phyathai.com หรือ
     (4) ที่กรรมการมูลนิธิฯหรือกรรมการโครงการบ้านเมตตาธรรมท่านใดท่านหนึ่งก็ได้

 
     1. โอนเงินตรงเข้า บัญชีธนาคารกรุงเทพ ชื่อบัญชี “กองทุนบ้านเมตตาธรรม ในมูลนิธิสอนช่วยชีวิต” เลขที่บัญชี 9370040090 พร้อมกับโทรศัพท์แจ้งหรือส่งภาพถ่ายใบโอนเงินให้เหรัญญิกมูลนิธิฯทางโทรศัพท์หรือทางอีเมล (บัญชีจะรับโอนได้ตั้งแต่ 1 มค. 59)

     2. จ่ายเป็นเช็คขีดคร่อมสั่งจ่ายกองทุนบ้านเมตตาธรรมในมูลนิธิสอนช่วยชีวิต ส่งมอบตรงต่อเหรัญญิกของมูลนิธิฯ

     3. บริจาคเป็นเงินสด โดยติดต่อนัดหมายให้เหรัญญิกมูลนิธิฯหรือประธานมูลนิธิฯหรือกรรมการมูลนิธิ ไปรับมอบ

     อนึ่ง เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบภายใน กรุณาบริจาคโดยใช้ชื่อจริง เพราะมูลนิธิฯไม่รับเงินบริจาคจากผู้ไม่ประสงค์จะออกนาม


การร่วมเป็น "จิตอาสา บ้านเมตตาธรรม"

     อาสาสมัครที่ประสงค์จะใช้ทักษะความรู้เฉพาะด้านของตนช่วยงานก่อสร้างหรือช่วยดำเนินกิจการบ้านเมตตาธรรม กรุณาแสดงความจำนงโดยแจ้งโปรไฟล์ของท่านเอง (ชื่อ โทรศัพท์ อีเมล ที่อยู่) ให้มูลนิธินำมาจัดตั้งเป็นชุมชน “จิตอาสาบ้านเมตตาธรรม” โดยแจ้งเป็นอีเมลหรือ message จะสะดวกที่สุด มาที่
     (1) ประธานมูลนิธิฯ (นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์ โทร. 0819016013 หรือ 0868882521 อีเมล chaiyodsilp@gmail.com) หรือ
     (2) เหรัญญิกมูลนิธิ (คุณอาภากร หะรินเดช โทร. 0819008310 อีเมล arpakorn@phyathai.com) หรือ
     (3) คุณตู่ (ฐานวีร์ ภูรีกุล) (กรรมการโครงการ) โทรศัพท์ 0819008321 อีเมล thannawee_pur@phyathai.com หรือ
     (4) ที่กรรมการมูลนิธิฯหรือกรรมการโครงการบ้านเมตตาธรรมท่านใดท่านหนึ่งก็ได้

     ทางมูลนิธิจะรวบรวมจัดทำเป็นฐานข้อมูลจิตอาสาบ้านเมตตาธรรม เมื่อมีจำนวนพอควรแล้วก็จึงค่อยนัดประชุมหารือกัน

ระยะเวลาดำเนินการโครงการบ้านเมตตาธรรม

1 กย. 58 - 31 ธค. 58: เปิดแจ้งข่าวรับเงินบริจาค
1 มค. 59 : วันสรุปโครงการและเริ่มก่อสร้าง
1 มค. 60 : วันเปิดดำเนินการบ้านเมตตาธรรม

ผลที่คาดว่าจะได้จากโครงการบ้านเมตตาธรรม

     มูลนิธิฯคาดว่าบ้านเมตตาธรรมจะ

     (2) สร้างผู้ดูแลที่เป็นต้วอย่างอันจะนำไปสู่รูปแบบใหม่ของการดูแลผู้สูงวัยและผู้ป่วยเรื้อรังที่ให้ความสุขทั้งผู้ให้การดูแลและผู้รับการดูแล
     (3) สร้างตัวอย่างของการดูแลผู้สูงวัยและผู้ป่วยเรื้อรังในรูปของบ้านพักผู้สูงวัยที่ดีไว้เป็นแบบฉบับที่องค์กรเอกชน ชุมชน และรัฐบาลท้องถิ่น จะสามารถเรียนรู้และนำไปดัดแปลงสร้างระบบการดูแลผู้สูงวัยและผู้ป่วยเรื้อรังของตนเองได้ในอนาคต

การจำกัดจำนวนผู้อุปถัมภ์ไว้เพียง 9 ท่าน

     มูลนิธิฯจำกัดจำนวนผู้อุปถัมภ์ไว้เพียงไม่เกิน 9 ท่านเท่านั้น เพื่อให้อยู่ในวิสัยที่มูลนิธิจะดูแลได้ในระยะยาว ในกรณีที่มีผู้แสดงความจำนงบริจาคเกิน 1 ล้านบาทขึ้นไปเกิน 9 ท่าน มูลนิธิฯจะขอรับเฉพาะ 9 ท่านแรกที่ได้แสดงความจำนงก่อน

แผนเผื่อเลือกกรณีโครงการทำไม่ได้

     มูลนิธิจะยกเลิกโครงการบ้านเมตตาธรรมและคืนเงินให้ผู้บริจาคทั้งหมด ในกรณีที่เมื่อถึงวันที่ 31 ธค. 58 แล้ว ยอดเงินบริจาคยังไม่พอก่อสร้างบ้านเมตตาธรรม (9 ล้านบาท)

บ้านเมตตาธรรม ในมูลนิธิสอนช่วยชีวิต
โทร. 0819016013