02 กุมภาพันธ์ 2558

การปฐมพยาบาลคนชัก (epilepsy)

เรียน คุณหมอสันต์ ที่เคารพ

ลูกสาวของหนูอายุ 10 ขวบ มีอาการเห็นภาพซ้อนเวลาเหม่อ แต่พอกระพริบตาก็หาย หมอตาบอกว่าเป็นอาการเมื่อยกล้ามเนื้อตา หนูพาไปหาหมออายุรกรรมประสาท หมอตรวจคลื่นสมองแล้ววินิจฉัยว่าเป็นโรคลมชักแบบ reflex epilepsy หนูไปหมาหมอที่เชี่ยวชาญเรื่องโรคชักอีกสองท่าน ท่านแรกทำคลื่นสมองซ้ำ แล้วเห็นด้วยกับการวินิจฉัยและให้กินยากันชัก หมอท่านที่สองไม่ดูคลื่นสมองเลยและบอกว่าผมรักษาคนไข้ไม่ได้รักษาคลื่นสมอง แต่สรุปแล้วหนูให้ลูกกินยากันชัก เพราะกลัวลูกเป็นโรคลมชักแล้วสมองจะขาดออกซิเจน แต่กินยามาแล้วเดือนกว่าอาการของเขาไม่เปลี่ยนแปลงเลย หนูจึงตัดสินใจจะหยุดยาโดยบอกหมอและหมอก็แนะนำให้ค่อยๆหยุด หนูค่อยๆลดยาและหยุดยากันชักไปได้หมดแล้ว แต่ก็กลัวเขาจะชักแล้วหนูจะช่วยเขาไม่ถูก  ขอเรียนถามวิธีปฐมพยาบาลจากคุณหมอว่าหากเกิดการชักขึ้น ควรทำอย่างไรบ้าง  และ พอไปโรงพยาบาลต้องพูดบอกเค้าอย่างไร (เช่นต้องของอ๊อกซิเจนมั๊ย) หนูยังไม่อยากได้รถโตโยต้าจากคุณหมอนะคะ แต่หนูขอถามเผื่อเอาไว้ฉุกเฉินค่ะ

ขอบพระคุณค่ะ

........................................................................

ตอบครับ

     โถ พุทธัง ธัมมัง สังคัง ก่อนหน้าที่จะกินยา เขาไม่เคยชัก นี่กินยาไปแล้วเดือนเดียวแล้วค่อยๆหยุดยา เขาไม่ชักหรอก เพราะเขาไม่เคยชักเลย การชักหลังหยุดยากันชัก เป็นการเด้งกลับเป็นใหม่ของอาการเดิมก่อนใช้ยา แต่นี่อาการเดิมเขาไม่เคยชัก ไม่ต้องไปวอรี่ว่าเขาจะชักดอกครับ

     สำหรับท่านผู้อ่านท่านอื่นๆ reflex epilepsy หมายถึงโรคลมชัก (ลมบ้าหมู) ชนิดที่ต้องมีอะไรมาแหย่หรือมากระตุ้นก่อนจึงจะชัก ถ้าไม่มีอะไรมากระตุ้นก็ไม่ชัก สิ่งจะแหย่ให้ชักที่พบบ่อยก็เช่นแสงวูบๆวาบๆ บางทีก็เป็นเสียงก็มี เป็นกลิ่นก็มี มีบ้างส่วนน้อยที่ทำกิจกรรมบางอย่างแล้วชัก เช่นอ่านหนังสือแล้วชัก หรือฟังดนตรีแล้วชัก เป็นต้น  โรคพิสดารแบบนี้ไม่ใช่จะมีคนเป็นกันง่ายๆ คนเป็นลมบ้าหมูนับว่ามีน้อยอยู่แล้ว (50 ต่อหนึ่งแสน) แต่หากกลั่นเอาเฉพาะคนที่เป็นลมบ้าหมูจำนวนน้อยนิดนี้มา 100 คน ที่จะเป็นชนิด reflex epilepsy นี้จะมีเพียง 5 คนเท่านั้นเอง แต่ว่าผมจะไม่พิเคราะห์ประเด็นที่ว่าลูกสาวของคุณเป็นโรคนี้จริงหรือไม่นะครับ เพราะผมไม่มีข้อมูลอะไรที่จะไปให้ความเห็นตรงนั้นได้ แต่ขอบอกว่าผมชอบใจที่หมอคนที่สามของคุณบอกว่า “ผมรักษาคนไข้ ไม่ได้รักษาคลื่นสมอง” ตรงนี้ถูกใจ..ป๊าด (หิ หิ)


     อย่างไรก็ตาม ไหนๆคุณก็ถามมาว่าถ้ามีคนเป็นลมบ้าหมู กำลังชักแด๊กๆอยู่ใกล้ๆตัวจะทำอย่างไรดี วันนี้เราคุยกันเรื่องนี้หน่อยก็ดี เพราะผมเองยังไม่เคยเขียนคำแนะนำการปฐมพยาบาลผู้ป่วยที่กำลังชักเลยสักครั้งเดียว

     หลักการปฐมพยาบาลผู้ป่วยชัก มีสิบประการดังนี้

     1. ตั้งสติให้มั่น อย่าชักกระตุกตามไปด้วย พูดถึงตรงนี้ขอนอกเรื่องหน่อยนะ ประมาณพ.ศ. 2524 สมัยที่ผมทำงานเป็นหมอบ้านนอกทำคลินิกอยู่ที่ปากพนัง มีคนไข้เด็กแยะ แยะชนิดที่หน้าคลินิกของผมมีพ่อค่าเร่มาจอดขายขนมหลอกเด็กอยู่ประมาณสี่ห้าเจ้า วันหนึ่งสามีภรรยาผัวหนุ่มเมียสาวซึ่งเป็นข้าราชการทั้งคู่ต่างตาลีตาเหลือกพาลูกเล็กที่เป็นไข้แล้วชักมาที่คลินิก ลูกก็กำลังชัก ผัวกับเมียก็ทะเลาะกันบ๊งเบ๊ง เมื่อผมฉีดยาให้เด็กหยุดชักเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ให้พยาบาลเช็ดตัวเด็ก ผมก็ชวนคุณแม่คุยเล่นไปด้วย คุณแม่เปรยให้ฟังว่า

     “หนูเพิ่งมารู้จักสามีก็ตอนลูกสาวชักเนี่ยแหละ” ผมถามว่า
   
     “เรื่องมันเป็นยังไงหรือครับ” เธอตอบว่า

     “..หนูนึกว่าหนูแต่งงานกับเจ้าชาย สุภาพบุรุษ มาดแมน แต่พอหน้าสิ่วหน้าขวานขึ้นมา คุณหมอคะ เขาคือวัวตัวหนึ่งดีๆนี่เอง”

     ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่า ตะแล้น ตะแล้น ตะแล้น

     คุณผู้ชายที่มาดแมนอย่าเพิ่งหลงตัวเองมากนะครับ แต่งงานไปแล้วกลับถูกประเมินให้มีความฉลาดปราดเปรื่องเสมอวัวดีๆตัวหนึ่งก็มีตัวอย่างมาแล้วนะ

     2. มองไปรอบๆ บริเวณที่คนไข้ชัก ดูว่ามีอะไรอันตราย ถ้ามีเอาออกไปซะ เช่นกระติกน้ำร้อน แก้ว โต๊ะตั่งม้านั่ง ถ้ากลิ้งลงมาบนพื้นแล้วให้เอาอะไรนุ่มๆเช่นหมอนกันศีรษะไว้ การจัดการความปลอดภัยของสิ่งแวดล้อม เป็นประเด็นสำคัญที่สุดของการปฐมพยาบาลคนชัก

     3. จับเวลาว่าเริ่มชักตอนกี่โมงกี่นาที แล้วจดไว้

     4. อย่าเอาอะไรยัดปากแบบในหนัง เพราะหนังก็คือหนัง แต่ในชีวิตจริงงานวิจัยพบว่าความพยายายามที่จะเอาอะไรไปง้างปากหรือยัดไว้ระหว่างฟันคนกำลังชัก กลับเป็นผลร้ายมากกว่าผลดี

     5. อย่าปล้ำกดผู้ป่วยไว้กับพื้น หรือปล้ำกดไม่ให้ชัก เพราะการทำอย่างนั้นหากเป็นผู้ป่วยเด็กเล็กเด็กหรือผู้ป่วยสูงอายุ อาจเกิดกระดูกหัก แต่ถ้าผู้ป่วยเป็นชายฉกรรจ์ ตัวคุณนั่นแหละอาจเกิดปากแตกหรือฟันฟางหัก

     6. เช็คดูเวลา ถ้าชักอยู่นาน 5 นาทีแล้วไม่หยุด นั่นเป็นกรณีที่ต้องไปโรงพยาบาลแน่นอน ให้วานคนโทรศัพท์เรียกรถพยาบาลทันที

     7. เมื่อหยุดชักแล้ว บันทึกเวลาหยุดชัก กรณีเป็นผู้ใหญ่ ถ้าเห็นชัดๆว่ามีเครื่องเครื่องแต่งกายรัดรึงรอบคออยู่ เช่น เน็คไท ผ้าพันคอ กระดุมเม็ดบดที่กลัดชิดใต้คาง ให้คลายออกก่อน

     8. เมื่อหยุดชักแล้ว จับนอนคว่ำตะแคงหน้า งอเข่าข้างที่หน้าตะแคงไปขึ้นเสียข้างหนึ่ง เอามือข้างนั้นรองแทรกระหว่างแก้มกับพื้น (recovery position)
ท่า recovery position

     9. ดูว่าหายใจสะดวกดีไหม ถ้าหายใจไม่สะดวกเสียงดังครืดคราดก็ดูว่ามีอะไรขวางอยู่ในปากไหม เช่นฟันปลอม ถ้ามีก็เอาออก ถ้าอาเจียนก็เช็ดเอาเศษอาหารออกจากปากจมูก ถ้าไม่มีอะไรอยู่ในปากแต่หายใจครืดคราดก็อาจช่วยให้หายใจง่ายขึ้นโดยการเชยคางให้หน้าเชิดขึ้น ถ้ายังหายใจไม่สะดวกอยู่อีกก็ถือเป็นอีกเหตุหนึ่งที่ต้องเรียกรถพยาบาลทันทีเช่นกัน

     10. เมื่อรถพยาบาลมาถึง หรือเมื่อไปถึงโรงพยาบาล ข้อมูลที่มีประโยชน์คือเวลาเริ่มและเวลาหยุดชัก และยาทุกอย่างที่กำลังกินอยู่ หรือที่กินมาแล้วเพิ่งหยุดไป ส่วนการที่หมอหรือพยาบาลเขาจะให้ออกซิเจนหรือไม่ให้นั้นไม่ใช่สาระสำคัญ เพราะคนเป็นลมชักเกือบทั้งหมดมีระบบการหายใจเป็นปกติอยู่แล้วและไม่ต้องการออกซิเจน


นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

บรรณานุกรม
1. Striano S, Coppola A, del Gaudio L, Striano P. Reflex seizures and reflex epilepsies: old models for understanding mechanisms of epileptogenesis. Epilepsy Res. Jun 2012;100(1-2):1-11. [Medline].