22 สิงหาคม 2557

อีกาจิกตีกันที่วัดราษฎร์บูรณะ

สวัสดีค่ะอาจารย์

ดีใจจังที่อาจารย์กลับมาเขียนบทความบ่อยๆ อ่านแล้วได้ความรู้มากมายทั้งด้านสุขภาพและการใช้ชีวิต แถมยังอ่านสนุก และได้แนะนำให้คนอื่นให้อ่านเพื่อดูแลสุขภาพด้วยค่ะ 

วันก่อนได้อ่านเรื่องโซเดียมต่ำเลยถือโอกาสเขียนมาคุย จำได้ว่าเคยมีข่าวต่างประเทศจัดแข่งขันดื่มน้ำเมื่อซัก 2-3 ปีก่อนมั้ง ดูเหมือนตอนนั้นมีคนตายจากน้ำเป็นพิษเพราะดื่มน้ำมากเกินไป น่าจะเป็นผู้หญิงอายุประมาณ 34 ปีค่ะ

ส่วนเรื่องแม่ที่เป็นมะเร็งท่อน้ำดีผ่าตัดเมื่อ พ.ค. 2 ปีก่อน อย่างที่เคยเล่าไปแล้วนั้น แม่ได้รับการผ่าตัด หลังผ่าตัด ไม่ได้รักษาโดยฉายแสงหรือคีโม ตอนที่ครบ 2 ปี เมื่อ พ.ค.ปีนี้ แม่เริ่มมีต่อมน้ำเหลืองที่ไหปลาร้าซ้ายโต 3 ซม.หมอเจาะส่งชิ้นเนื้อตรวจ ผลเป็นมะเร็งกระจายมาต่อมน้ำเหลืองตามคาด x-ray ปอดปกติ อัลตราซาวนด์มีต่อมน้ำเหลืองในช่องท้องขนาด 1 ซ.ม. 1 เม็ด ท่อน้ำดียังปกติดีค่ะ

ทีแรกกะจะไม่ทำอะไรมากแล้ว แค่รักษาตามอาการให้แม่สบายที่สุดก็พอ ไม่อยากให้แม่เจ็บตัวโดยไม่จำเป็น แม่ก็ว่างั้น ท่านพร้อมตายแล้วค่ะ ไม่ค่อยยอมไป ร.พ. ถ้าไม่มีอาการหนักจริงๆ ระยะ 2 ปี มี 2 ครั้งที่ไป ร.พ.คือไข้ขึ้นหนาวสั่น ได้ยา 2 วันก็หายดี 

ตอนนี้ความจำค่อยๆเสื่อมลง กลายเป็นคนใจเย็น ไม่ขี้โมโหของขึ้นบ่อยอย่างตอนแรกที่สมองเริ่มเสื่อม ก็เลยไม่เดือดเนื้อร้อนใจกับมะเร็ง บอกท่านว่าท่านเป็นมะเร็ง ท่านทำหน้างงๆ ตอบว่า งั้นก็ใกล้ตายแล้วสิ

ที่จริงไม่อยากให้แม่ต้องเจ็บตัวจากการตรวจ ที่ไม่เปลี่ยนแปลงการรักษา แต่ลูกบางคนทนไม่ค่อยได้ ก็เลยพาไปหาหมอซักหน่อย เค้าเห็นก้อนโตขึ้นทุกวันแล้วทนดูไม่ได้น่ะค่ะ ทำนอง ทำไมไม่ตัดออก ทำไมไม่พาไปหาหมอที่ทำผ่าตัดซึ่งอยู่ไกลถึงธนบุรี เราได้แต่บอกว่าตอนนี้อยู่ในความดูแลของหมอมะเร็ง (ที่อยู่ ร.พ.ใกล้บ้าน) หมอผ่าตัดหมดหน้าที่แล้ว หมอมะเร็งบอกว่าก้อนมะเร็งแบบนี้หมอผ่าตัดเค้าไม่ไปแตะต้องมัน หมอรังสีรักษาบอกว่ามันไม่ไวต่อรังสี จะฉายรังสีก็ต่อเมื่อปวดมาก โตมากจนกดหลอดเลือดหรือเส้นประสาท  

ตอนนี้มันโตขึ้นเรื่อยๆปวดบ้างแต่ไม่มาก กินยาแก้ปวด para วันละ 1-2 เม็ด ก็บรรเทา บางวันก็ไม่ต้องกินยา หมอแต่ละท่านบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าแม่อยู่ได้นานเกินคาด ผลการรักษาผ่าตัดดีกว่าที่คิด

ขอลงท้ายด้วยงานถนัดพิสูจน์อักษรงานถนัดอีกเช่นเคยนะคะ

sale  มี L ตัวเดียว =เซล
cell   มี L 2 ตัว  = เซลล์

ท้ายที่สุด.... ขอขอบคุณบทความดีๆ ที่อาจารย์เขียน ได้ประโยชน์มากๆๆๆ ค่ะ ตอนอ่านเรื่อง MBSR ฝึกสติ นึกถึงอานาปานสติ 16 ขั้นที่ท่านพุทธทาสสอนเลยค่ะ และเรื่อง scan ร่างกาย นึกถึงคำสอนของ อ.โกเอนก้า เรื่องเวทนานุปัสสนาด้วยการสังเกตอาการจากศีรษะจรดปลายเท้า จากปลายเท้าขึ้นมาศีรษะ ชึ้นๆลงๆ ถ้าเทียบการทำบุญ อาจารย์ได้อานิสงส์มากเลยนะคะเนี่ย

ป.ล.อยากให้อาจารย์เขียนเรื่องเซลล์ซ่อมเซลล์จังค่ะ ไม่ทราบว่าน่าสนใจมั้ย คิดว่าอาจารย์น่าจะค้นข้อมูลงานวิจัยเรื่องนี้ได้มากทีเดียว ที่จริงเคยได้ยินเรื่องนี้เมื่อซัก 10 ปีก่อน ตอนนั้นไปเที่ยวยุโรป บังเอิญเจอคุณพรรณทิพา วัชโรบล ที่สนามบิน ท่านเห็นเราเป็นคนไทยก็เลยมาคุยด้วยระหว่างเครื่อง delay ดูเหมือนท่านเป็นลูกสาว อ.คลุ้ม วัชโรบล ที่เขียนตำราชีววิทยา ม.ปลาย หรือไงเนี่ยแหละ ท่านคุยเรื่องนี้ให้ฟัง ทำนองเอา cytoplasm ของเซลล์มาซ่อมเซลล์ที่มาจากอวัยวะเดียวกัน อย่างเช่น cytoplasm ของตับอ่อนไปซ่อมตับอ่อนน่ะค่ะ

..................................................................................

ตอบครับ
ขอบคุณครับ ที่ช่วยพิสูจน์อักษรให้

ขอเอาใจช่วยให้การดูแลคุณแม่ให้สำเร็จด้วยดีนะครับ

เรื่องเซลล์ซ่อมเซลล์ (cytoplasmic peptide therapy หรือ CPT) นี้ผมก็เคยดูๆอยู่เหมือนกัน เพราะตัวเองก็สนใจอะไรทุกอย่างที่เกี่ยวกับคนแก่และเกี่ยวกับโรคเรื้อรัง แต่หลักฐานวิทยาศาสตร์เรื่อง CPT เท่าที่มีอยู่ทั้งหมดในปัจจุบันเป็นหลักฐานระดับเรื่องเล่า (anecdotal) ที่จะตีพิมพ์ไว้แบบหลักฐานระดับสูงในวารสารการแพทย์ที่เชื่อถือได้ไม่มีเลย จึงไม่มีเนื้อหาสาระมากพอที่จะเอามาเขียนได้ครับ

อีกอย่างหนึ่งเรื่อง CPT นี้มันเริ่มต้นจากวงการแพทย์แผนโบราณของยุโรป ซึ่งยิ่งต้องดูให้หนักก่อนจะเอามาเขียนให้คนอ่านที่ไม่ค่อยรู้อิโหน่อิเหน่เฮโลตาม เพราะยุโรปทุกวันนี้ขณะที่ปีกหนึ่งไปข้างหน้า แต่อีกปีกหนึ่งยังล้าหลังขนาดยังจับคนจุ่มขี้โคลนเพื่อรักษาโรคกันอยู่เลย

ถ้าจะเขียนอะไรก็ได้จากหลักฐานระดับ anecdotal ผมว่าเขียนเรื่องอีกาจิกตีกันที่วัดราษฏร์บูรณะจนตัวหนึ่งร่วงหล่นลงมาเอาหน้าอกเสียบทะลุยอดเจดีย์ตาย ก่อนที่กรุงเก่าจะแตก น่าจะหนุกกว่าเรื่อง CPT นะครับ (แหะ แหะ พูดเล่น)

นพ. สันต์ ใจยอดศิลป์

………………………………………………….
จดหมายจากผู้อ่าน
20 สค. 57
ขอบคุณค่ะ
  
แหะ แหะ แหะ อ่านเมล แล้วขอหัวเราะตามหน่อยค่ะ ขำอีกาจิกตีฯ กรุงเก่าแตกค่ะ อาจารย์เป็นยอดพหูสูตจริงๆค่ะ

เรื่องดูแลแม่ มีพ่อคอยดูแลอย่างดี มีน้องชายและน้องสะใภ้อยู่บ้านรั้วเดียวกันดูแลอย่างดี ท่านก็แข็งแรงเกินคาด ไม่เจ็บมาก กินได้ นอนหลับ แถมอ้วนอีกตะหาก ก็เลยไม่ค่อยต้องทำอะไรมาก แค่ไปเยี่ยมทุกสุดสัปดาห์ ช่วยพาไปหาหมอ ถ้ามีอาการ 

ส่วนเรื่อง CPT แค่อ่านที่อาจารย์เขียนว่า "หลักฐานเรื่อง CPT เท่าที่มีอยู่ทั้งหมดในปัจจุบันเป็นหลักฐานระดับเรื่องเล่า (anecdotal)" ก็เป็นคำตอบแล้วค่ะ 

ขอบคุณอีกครั้งค่ะ 


.................................................