28 มิถุนายน 2557

คิดจะห้ามคุณแม่อายุ 78 นับเงิน....อย่าเชียวนะคุณ!

สวัสดีค่ะ คุณหมอสันต์

คุณแม่ของดิฉันอายุ 78 ยังทำงาน คิดบัญชี นับเงิน เวลานอน โดยเฉพาะตอนบ่าย มักตื่นมาแล้วบ่นปวดหน้าอก พาไปรพ. .... หมอตรวจแล้วยืนยันว่าหัวใจปกติดี หมอได้เจาะเลือดส่งตรวจเรื่องการติดเชื้อในกระแสเลือดด้วย ปัญหาใหญ่คือคุณแม่แน่นหน้าอกทุกคืน และมักตื่นมาหิวโหยมากเสมอ (หมอจีนบอกแม่เป็นลมหิว) เป็นไปได้ไหมคะว่าหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน? กลางดึกพอแน่นหน้าอกดีขึ้น คุณแม่จะชอบกินโอวัลติน บางทีก็กินขนมปังขาวหรือ cracker ค่ะ

???เวลานอนควรหนุนหมอน หน่อยเพื่อระบายลมที่อั้นไหมคะ

 แต่อาทิตย์ที่ผ่านมาท่านมีเรื่องเครียดมาก งานหนักมาก พักผ่อนไม่พอ ดิฉันก็คิดแล้วว่าอาการแน่นหน้าอกต้องกำเริบ แต่ว่าท้องไม่ผูก ถ่ายปกติทุกวัน ดิฉันอยากให้ท่านย้ายมาอยู่ด้วย จะได้พักผ่อนและปรับชีวิตประจำวัน อาหาร ต่างๆ แม่ก็บอกว่ายังไม่พร้อมเพราะมีธุระตัองจัดการ ระหว่างนี้ดิฉันจะให้คุณแม่ทานยา miracid เช้าเย็นดีไหมคะ แม่เคยทานเช้าเท่านั้น ไม่เห็นผลแล้วก็หยุดไปค่ะนานแล้ว ตั้งใจว่าจะให้ทานอาหารย่อยง่าย สาม ชม. ก่อนนอน relax ห้ามคิดบัญชีหรือรับโทรศัพท์เรื่องงานเด็ดขาด คุณแม่เพิ่งหกล้มข้อมือหักเข้าเฝือกมา 3 อาทิตย์แล้วค่ะ เลยไม่ค่อยได้แกว่งแขนนัก แล้วก็เครียดด้วยเพราะแม่ขยัน พอทำอะไรก็ไม่ถนัดก็หงุดหงิด หมอนัดเปลี่ยนเป็นเฝือกอ่อนสามสัปดาห์ค่ะ เมื่อปีที่แล้วคุณแม่ไปตรวจสุขภาพหมอบอกว่าเป็นโรคโลหิตจาง โปรตีนต่ำ แต่ว่าธาตุเหล็กไม่ได้ต่ำ อาหารเย็นที่คุณแม่ทานคือข้าวต้มกล้องปลา ขิงซอย โจ๊กข้าวกล้องนิ่มๆ แกงจืดเต้าหู้สาหร่าย ข้าวต้มกล้อง น้ำผึ้งผสมน้ำอุ่นก่อนนอน น้ำข้าวกล้องเจ็ดสี vfit ส่วนผักผลไม้ตามปกติ ยาสมุนไพรที่ทานประจำอยู่แล้วคือ น้ำขิง ยาหอมปิดทอง ดิฉันคิดว่า น้ำตะไคร้ใบเตยก็น่าจะช่วยขับลมและดีต่อหัวใจ จะให้แม่ทานดู

ขอคุณหมอกรุณาแนะนำด้วยค่ะ และควรพาคุณแม่ไปตรวจหัวใจไหม เพราะหลายเดือนมานี้ก็บ่นตลอดเรื่องแน่นอก ยาหมอจีนก็ไม่ช่วยเลย

ขอบพระคุณมากค่ะขอคุณพระรักษาค่ะ

....................................................................


ตอบครับ

1. คุณแม่ของคุณไม่ได้เป็นหัวใจขาดเลือดแน่นอน เพราะอาการไม่สัมพันธ์กับการใช้ออกซิเจนของหัวใจ หมายความว่าไม่สัมพันธ์กับการออกกำลังกาย แต่สัมพันธ์กับท่าร่าง (เป็นเฉพาะเวลานอน) ถ้าจะให้ใช้วิธีเดาแอ็ก ท่านน่าจะแน่นหน้าอกจากแก้สในกระเพาะอาหาร หรือกรดไหลย้อน (GERD) มากกว่า

2. คุณบอกว่าท่านเพิ่งกระดูกหักมา ตอนนี้มีหมอท่านใดให้ยากินรักษากระดูกพรุนอยู่หรือเปล่า ถ้ากินยาแบบนั้นอยู่ต้องหยุดทันที เพราะยากินรักษากระดูกพรุน (ยาในกลุ่ม bisphosphonate) นั้นทำให้มีอาการแน่นหน้าอกรุนแรงได้ ถ้าหมอกระดูกเขายืนยันจะใช้ยารักษากระดูกพรุน ให้เปลี่ยนไปใช้ยาฉีด

3. การเพิ่มหมอนให้สูงขึ้นไม่ช่วยขับแก้สหรือแก้ปัญหากรดไหลย้อน สิ่งที่จะช่วยคือ

3.1 ให้เอาหนังสือหรือก้อนอิฐหนุนขาเตียงทางหัว (สองขา) ให้สูงกว่าทางเท้า 8 นิ้ว (20 ซม.) ตรงนี้สำคัญมาก ต้องทำ

3.2 ถ้าทานช็อกโกแลตหรือดื่มน้ำส้ม น้ำมะเขือเทศ กาแฟ ให้เลิก 

3.3 เปลี่ยนวิธีทานอาหารเป็นมื้อเล็กๆหลายๆมื้อ 

3.4 หลังอาหารมื้อเย็น 3 ชั่วโมง ห้ามนอน ให้นั่ง หรืออย่างเลวที่สุดก็เอกเขนก

3.5 คุณไม่ได้บอกว่าท่านอ้วนหรือเปล่า ถ้าท่านอ้วน ต้องลดน้ำหนัก

4. ยา omeprazole (Miracid) ให้ท่านกินได้ แต่ใช้ได้ไม่เกิน 2 เดือน ถ้าสองเดือนไม่หาย ผมอยากให้มาส่องกระเพาะ (gastroscopy) เพื่อวินิจฉัยแยกโรคกระเพาะอักเสบแบบเยื่อบุเหี่ยว (Atrophic gastritis) ซึ่งหากเป็นโรคนี้จริง การรักษาด้วยยาลดการหลั่งกรดเช่น omeprazole ยิ่งจะทำให้อาการแย่ลง เพราะโรคนี้กลไกการเกิดโรคคือกรดลดต่ำกว่าปกติอยู่แล้ว

5. ยาบรรเทาอาการที่ได้ผลในบางรายอีกตัวคือ metoclopramide (Plasil) มันช่วยให้การเคลื่อนไหวกระเพาะลำไส้ดีขึ้น แต่ก็ใช้ได้แต่ในระยะสั้นเฉพาะเมื่อมีอาการรุนแรงเท่านั้นเพราะยานี้หากใช้ติดต่อกันไปนานๆก็มีผลเสียหลายอย่าง

6. รายการอาหารที่คุณบอกมามีโปรตีนน้อยไปหน่อย ทั้งๆที่คุณก็บอกเองว่าไปตรวจครั้งก่อนหมอบอกว่าคุณแม่ขาดโปรตีน ควรเพิ่มอาหารโปรตีนเช่นซุปไก่ งา เพิ่มเต้าหู้ให้แยะๆ เป็นต้น

7. อย่าไปห้ามท่านนับเงิน จะยิ่งทำให้ท่านเครียดและอาการท่านจะมากขึ้น แนวทางการจัดการความเครียดในคนสูงอายุปัจจุบันนี้คือการหางานให้ทำ ไม่ใช่การห้ามทำงาน งานวิจัยปัจจัยที่ทำให้ผู้สูงอายุมีความสุข กี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ได้ผลยืนยันเหมือนเดิมว่าปัจจัยอันดับหนึ่งคือการมีสุขภาพดี อันดับสองคือการมีอะไรทำ

     การย้ายที่อยู่ตอนนี้ก็ไม่ควรทำ เพราะการย้ายที่อยู่ทำให้ผู้สูงอายุต้องปรับตัว เป็นความเครียด ทำให้ระบบประสาทอัตโนมัติเสียศูนย์ ซึ่งทำให้ลำไส้เคลื่อนไหวช้าลง และมีอาการแน่นหน้าอกมากขึ้น

8. ถ้าอาการไม่ดีเมื่อทดลองกินยา miracid ไปแล้วสองเดือน ไปให้หมอตรวจดูซ้ำก็ดีนะครับ แต่ไม่ต้องไปหาหมอหัวใจ ให้ตรงไปหาหมอโรคทางเดินอาหาร โดยมีวัตถุประสงค์ว่า

8.1 ขอหมอส่องตรวจกระเพาะอาหาร (gastroscopy) ดื้อๆเลย เพื่อวินิจฉัยแยกว่าท่านไม่ได้เป็นโรคกระเพาะอักเสบแบบเยื่อบุผิวกระเพาะเหี่ยว (Atrophic gastritis) เพราะโรคนี้จะทำให้กรดในกระเพาะลดลง และขาดสาร intrinsic factor ซึ่งปกติทำหน้าที่ช่วยดูดซึมวิตามินบี. 12 ส่งผลทำให้ร่างกายขาดวิตามินบี.12 ซึ่งจะส่งผลต่อไปให้เป็นโรคโลหิตจางอย่างร้าย (pernicious anemia) ซึ่งเป็นโลหิตจางชนิดที่ทำให้ซีดได้ทั้งๆที่มีระดับเหล็กปกติ อย่างเช่นในกรณีคุณแม่ของคุณนี้

8.2 ขอตรวจดูภาวะโลหิตจางซ้ำอีกครั้ง ถ้ายังมีโลหิตจางอยู่ ให้ขอตรวจเลือดดูระดับของวิตามินบี.12 และโฟเลทด้วย เพราะในโรคโลหิตจางอย่างร้ายทั้งวิตามินบี.12 และโฟเลท จะต่ำลงผิดปกติ ถ้าพบว่าต่ำจริงก็ต้องทดแทนวิตามินบี.12 ด้วยการฉีด การใช้วิธีกินวิตามินไม่เวอร์ค เพราะกระเพาะอาหารที่เยื่อบุเหี่ยวจะดูดซึมวิตามินบี.12 ไม่ได้ โรคโลหิตจางจะไม่หาย


สันต์


ปล. คุณนี่เป็นลูกที่โชคดีมากเลยนะ คุณแม่อายุ 78 ยังไม่เลิกทำมาหากินเลี้ยงลูกเลี้ยงเต้า ไม่นานมานี้มีชายหนุ่มคนหนึ่งเขียนมาเล่าให้ผมฟังว่าเขากลุ้มใจมากจนต้องพึ่งเหล้าพึ่งยาเพราะคุณแม่ของเขาชอบไปสร้างหนี้ทิ้งไว้ให้เขาไปตามจ่าย ดังนั้นจงภูมิใจเถิดว่าคุณเป็นลูกที่โชคดี