12 พฤศจิกายน 2556

Health Cottage เพื่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัย



วันนี้ขอหยุดตอบคำถามสักหนึ่งหนนะครับ เพราะเพิ่งกลับมาจากมวกเหล็กในสภาพที่เหนื่อยมาก

ถามว่า    “ไปทำอะไรมาถึงเหนื่อย

ตอบว่า   “ไปซ่อมส้วมมา ไม่ใช่ส้วมธรรมดาเสียด้วย เป็นส้วมซีเมนต์พิศดารที่สร้างวางอยู่บนพื้นไม้”


     ผมจะเล่าให้ฟัง ในเมื่อวันนี้งดเว้นไม่ต้องตอบปัญหาสุขภาพท่านผู้อ่าน ก็มีเวลาเล่าแยะละ ขอย้อนไปตั้งต้นตั้งแต่ปีพ.ศ. 2538 เลยนะ เรื่องมีอยู่ว่า ณ ปีพ.ศ.นั้น ได้มีนักการเมืองชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งชื่อมิสเตอร์เบอร์นาร์ด เขาติดตามภรรยาซึ่งเป็นคนไทยมาท่องเที่ยวไปทั่วเมืองไทย แล้วก็มาติดใจหุบเขา “ดงพญาเย็น” ซึ่งอยู่ในเขตอำเภอมวกเหล็ก จ.สระบุรี ด้วยเหตุว่าเป็นที่มีอากาศ
เย็นและแห้งคล้ายๆย่านโพรวองซ์ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส เขาตัดสินใจมาลงหลักปักฐานใช้ชีวิตหลังเกษียณอยู่ที่นี่ เขาตั้งใจว่าจะชักชวนให้ผู้คนที่มีรสนิยมชอบธรรมชาติที่เคยอยู่กันแต่ในกรุงเทพให้หันมาทำไร่อยู่ในหุบเขานี้ในลักษณะ “ไร่สุภาพบุรุษ” ที่ทำกันอยู่แถบนอกเมืองดัลลัส ในประเทศสหรัฐอเมริกา คำว่า “ไร่สุภาพบุรุษ (gentleman’s farm) นี้ก็คือบ้านไร่สวยๆงามๆที่คนเมืองใหญ่ใช้เป็นที่พักนอนเล่นในวันหยุดแต่ว่าไม่ได้ทำไร่จริงจังดอก ตัวมิสเตอร์เบอร์นาร์ดเองไปเอาบ้านแบบคอทเท็จ (cottage) หลังใหญ่มาก มีห้องนอนถึง 12 ห้อง ยกเอามาจากยุโรปทั้งหลัง มาปลูกลงที่กลางหุบเขาแห่งนี้ โดยตั้งใจว่าจะให้บ้านหลังนี้เป็นสโมสรที่พบปะกันของเหล่าสุภาพบุรุษที่มาทำไร่กันอยู่ในหุบเขานี้ ซึ่งเขาตั้งชื่อโครงการของเขาว่า “มวกเหล็กวัลเล่ย์แอนด์คันทรีคลับ” แต่ว่าพอปลูกคอทเท็จนี้เสร็จได้ไม่นาน ตัวเขาก็มาตายทิ้งโครงการนี้ไปเสียก่อนด้วยโรคมะเร็ง และพอมาถึงปีพ.ศ. 2541 ซึ่งเกิดภาวะเศรษฐกิจล่มจาก
ต้มยำกุ้ง โครงการของเขาก็มีอันเจ๊งกะบ๊งพับฐานไปเรียบร้อยโรงเรียนฝรั่งเศส กลายเป็นหมู่บ้านจัดสรรร้าง หญ้าสูงท่วมหัว ที่ดินในหุบเขาก็ถูกตัดแยกขายกระจัดกระจายไป ตัวคอทเท็จหลังใหญ่แบบยุโรปแท้อันงดงามหลังนี้ตกไปเป็นของบริษัทบริหารสินทรัพย์ข้ามชาติแห่งหนึ่ง และถูกทิ้งร้างไว้กลางพงหญ้าในหุบเขาดงพญาเย็นตั้งแต่นั้นมา เป็นเวลานานกว่าสิบปี

     ช่วงประมาณปี 2543 ตอนนั้นผมทำงานเป็นหมอผ่าตัดหัวใจอยู่ที่รพ.ราชวิถี ความที่กำพืดเป็นเด็กบ้านนอกผมจึงมีความคิดจะหาที่ดินปลูกบ้านในชนบทเพื่อใช้พักผ่อนและทำไร่ตะก๊อกตะแก๊กเล็กๆน้อยๆในวันหยุด จึงสำรวจหาที่ดินราคาถูกๆที่มีบรรยากาศหนาวเย็นแบบชนบทภาคเหนือแต่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ ก็มาพบหมู่บ้านร้างกลางหุบเขาแห่งนี้ซึ่งที่ดินมีราคาถูกพอที่คนจนและเจียมจะซื้อได้ จึงได้ซื้อที่ดินปลูกกระต๊อบอยู่ที่บนเนินเขาฟากหนึ่งของหุบเขา ทำไร่ ทำนาบนไหล่เขาอยู่อย่างเงียบๆบนนั้นคนเดียวในวันหยุด มาเป็นเวลานานนับได้สิบกว่าปีมาแล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมานี้ผมได้มีโอกาสแอบเข้าไปสำรวจคอทเท็จร้างของมิสเตอร์เบอร์นาร์ดหลายครั้ง ทุกครั้งที่แอบเข้าไปดูก็จะมีความรู้สึกทึ่งในสถาปัตยกรรมอันงดงามของคอทเท็จใหญ่แบบยุโรป ชั้นบนมีห้องนอน 12 ห้อง แต่ละ
ห้องออกแบบไม่ซ้ำกันตั้งแต่ใหญ่บะเริ่มเทิ่มระดับห้องนอนของท่านลอร์ดไปถึงเล็กจิ๋วน่ารักระดับห้องนอนของสาวใช้ โถงข้างล่างมีศูนย์กลางเป็นเหมือนฮอลเต้นรำ มีโคมห้อยลงมาจากเพดาน มีพรมแดงปูลาดขึ้นไปตามบันไดขึ้นชั้นสอง จนผมจินตนาการเห็นท่านลอร์ดควงแขนเลดี้ในชุดออกงานเต้นรำมาสคาเร่เดินสโลวโมชั่นลงมาตามบันได พื้นชั้นล่างเป็นพื้นหินอ่อนสีเทากว้างขวางมีห้องใช้งานหลายห้อง ถ้าไม่นับพงหญ้าที่ปกคลุมอยู่นอกหน้าต่างก็ต้องนับว่าทุกห้องวิวดีเยี่ยม ห้องครัวมีขนาดใหญ่ชนิดจัดงานเลี้ยงคนเป็นร้อยได้สบาย มีชั้นใต้ดินขนาดใหญ่ที่ไม่เคยเปิดใช้ ทั้งอาคารมีพื้นที่ประมาณ 4,000 ตารางเมตร ประตูใหญ่ข้างบ้านเปิดออกไปสู่สระว่ายน้ำรูปทรงฟรีฟอร์มขนาดใหญ่พอสมควรระดับลงเล่นได้ทีละเป็นสิบ  ผมให้คะแนนความใหญ่โตและความคลาสสิกของคอทเท็จหลังนี้ว่าไม่ได้เป็นรอง Ann Hathaway Cottage ของอังกฤษที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกแม้แต่น้อย และทุกครั้งที่เห็นก็อดนึกเสียดายไม่ได้ เสียดายที่คอทเท็จหลังนี้ถูกทิ้งร้างมานานมาก และคงจะถูกทิ้งร้างอยู่อย่างนี้ต่อไปอีกไม่รู้นานเท่าไหร่ จนอาจผุพังเปื่อยสลายไปตามกาลเวลาโดยคนรุ่นหลังไม่มีโอกาสได้ชมความงามของสถาปัตยกรรมที่มิสเตอร์เบอร์นาร์ดบรรจงสร้างสรรค์ไว้นี้เลยก็เป็นได้


     จนล่วงมาถึงปีนี้ (2556) ซึ่งเป็นปีที่ผมเกษียณจากงานประจำแล้ว พอมีเวลาหาเรื่องทำอะไรตามกิเลสตัวเองได้มากขึ้น ผมได้ทาบทามขอเช่าคอทเท็จหลังนี้จากบริษัทข้ามชาติผู้เป็นเจ้าของได้สำเร็จ บนคำมั่นว่าผมจะซ่อมแซมดูแลให้มันอยู่ในสภาพดี นั่นเป็นที่มาว่าทำไมผมจึงต้องไปซ่อมห้องส้วมพิสดารที่วางอยู่บนพื้นไม้ ผมซ่อมคอทเท็จหลังนี้มาแล้วหลายเดือน ตลอดเวลาที่ซ่อมอันยาวนานนี้ ช่วงซ่อมใกล้เสร็จภรรยาของผมซึ่งเป็นนักเรียนวาดภาพสีน้ำก็ช่วยขนเอาภาพที่เธอวาดไว้มาตกแต่งอาคารให้ ผมเอาภาพคอทเท็จตอนซ่อมเสร็จแล้วมาลงให้ดูด้วย ถ้าเป็นการเขียนบล็อกอ่านกันในหมู่พวกช่างหรือพวกตกแต่งภายในก็คงจะมีประเด็นเทคนิคพูดแยะ แต่นี่เป็นบล็อกให้ความรู้สุขภาพ เราอย่าไปพูดถึงรายละเอียดของการซ่อมหรือการตกแต่งเลย ตอนนี้ผมซ่อมมันเสร็จไปหนึ่งยกแล้ว ลองเปิดให้คนเข้ามานอนดู ก็พบว่ายังมีปัญหาอีก โน่นก็ตัน นี่ก็ไหล ต้องวางแผนซ่อมยกที่สอง กว่าจะเสร็จรอบนี้และเปิดใช้งานได้จริงก็คงกลางเดือนธันวาโน่นแหละ ไหนๆก็พูดถึงการเปิดใช้งานแล้ว มาคุยกันว่าผมจะใช้คอทเท็จนี้ทำอะไรให้เป็นประโยชน์กับเรื่องสุขภาพของผู้คนดีกว่า

     ผมตั้งชื่อมันว่า เฮลท์ คอทเท็จ (Health Cottage) ผมตั้งใจจะใช้ประโยชน์จากมันในสี่รูปแบบไปพร้อมๆกัน คือ


การใช้ประโยชน์อย่างที่ 1. ผมจะใช้เป็นที่สอนความรู้สุขภาพเป็นกลุ่ม (health camp) ซึ่งเป็นงานที่ผมทำบ่อยมากในระยะหลังมานี้ แบบว่าเอาคนมาคราวละยี่สิบสามสิบคน มากินมานอนสองสามวัน พร้อมกันนั้นก็เรียนรู้ทักษะที่จำเป็นในการทำให้ตัวเองมีสุขภาพดี เช่นการออกกำลังกายแบบต่างๆ เรียนรู้วิธีทำอาหารที่แคลอรี่ต่ำกินด้วยตัวเอง การจัดการความเครียด เป็นต้น ผมจะได้เลิกตะลอนไปทำเฮลท์แค้มป์ตามโรงแรมหรือรีสอร์ทต่างๆเสียที เพราะไปทำตามโรงแรมมันไม่ได้อย่างใจ อาหารที่กินก็ไม่เหมือนอาหารที่สอน เวลาจะสอนทำอาหารก็...พรึบ .. บ ไฟฟ้าดับ เพราะชั้นเรียนสอนทำอาหารมันต้องใช้ไฟฟ้าคราวละมากๆ แต่ระบบไฟฟ้าของโรงแรมหรือรีสอร์ททั่วไปไม่ได้ออกแบบไว้เพื่อการนี้ จึงทุลักทุเลทุกครั้ง คราวนี้จะได้มีทีทางที่จะทำอะไรได้อย่างใจเสียที
การใช้ประโยชน์อย่างที่ 2. ผมจะใช้คอทเท็จแห่งนี้เป็นที่ที่ผู้สูงวัยจะได้มาพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเอง บนมอตโต้ของคอทเท็จที่ว่า “เพื่อคุณภาพชีวิตผู้สูงวัย” คือทุกวันเสาร์แรกของเดือน ผมจะจัดให้มี “คืนซีเนียร์” หรือ Senior Night ซึ่งเป็นการเปิดให้ผู้สูงวัยจะเป็นใครมาจากไหนก็ได้ ได้มาพบปะกัน ทำกิจกรรม ร้องเพลง เต้นรำ ในท่านกลางหมู่ผู้สูงวัยด้วยกัน และผมจะหาโอกาสจัดกิจกรรมพิเศษหรือชั้นเรียนผู้สูงวัยขึ้นบ่อยๆ สารพัด ไม่ว่าจะเป็น ชั้นเรียน ร้องเพลง (Singing Class) บอลรูมด้านซ์ (Ballroom Class) ไลน์ด้านซ์ (Line Dance Class) ถ่ายภาพ (Photography Class) วาดสีน้ำมันบนผ้าใบ (Oil On Canvas Class) ปลูกผักเกษตรอินทรีย์ (Organic Gardening Class) ปลูกดอกไม้ (Flower Gardening Class) ทำเซรามิก (Ceramic Class)  ไทชิ (Tai Chi Class) โยคะ (Yoga Class) ฝึกความแข็งแรงกล้ามเนื้อ (Strength training Class) วอเตอร์แอโรบิก (Water Aerobic Class) ทำอาหารสุขภาพ (Healthy Cooking Class) ทำอาหารไทย Thai Cooking Class ฝึกสมาธิตามดูลมหายใจ Breathing Meditation Class ดูดาว (Astronomy Class) ฯลฯ ไม่ได้หมายความว่าทุกเดือนจะทำทุกอย่างนะ แต่จัดตามจังหวะและตามโอกาส คือให้คอทเท็จแห่งนี้เป็นศูนย์กิจกรรมผู้สูงอายุว่างั้นเหอะ ทุกครั้งก็เชิญครูที่ชำนาญเรื่องนั้นๆมา ทั้งนี้โดยมีผมเป็นนักเรียนผู้สูงอายุคนแรกที่เข้าร่วมกิจกรรม

การใช้ประโยชน์อย่างที่ 3. ผมจะใช้คอทเท็จเป็นที่พักค้างคืนในแบบโฮมสะเตย์ หรือบี.แอนด์ บี.  (B&B) ให้ใครที่ไหนก็ได้ วัยไหนก็ได้ มาแวะพักนอนค้างคืน ทานอาหารสุขภาพ ฟื้นฟูร่างกายในสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี เพื่อจะให้การดูแลในเรื่องการกินการนอนไปด้วยดี ผมได้ชวนให้เชฟบุญ (Chef Boon) ซึ่งเป็นเพื่อนเก่ายุคป.4 มากินนอนอยู่ประจำที่คอทเท็จทุกวัน เชฟบุญเขาเกษียณจากอาชีพครูอาจารย์ แต่ว่าเป็นคนชอบทำอาหาร ช่วงหนึ่งเคยไปทำอาหารที่ออสเตรเลียมาแล้ว เขาทำอาหารเหนือเก่ง โดยเฉพาะน้ำพริกอ่องอร่อยเชียวละ ผมดึงเขามาอยู่ด้วย และมีแผนว่าจะแชร์ความรู้ประเด็นอาหารเพื่อสุขภาพกับเขา เพื่อให้เขาสร้างสรรค์อาหารสุขภาพขึ้นมาโดยไม่ทิ้งความอร่อย การดูแลลูกค้าของเชฟบุญจะเป็นแบบโฮมสะเตย์โฮสท์ หมายความว่าเชฟบุญเป็นเจ้าของบ้านดูแลแขกผู้มาเยือนบ้านของเขา ไม่ใช่ดูแลแบบรีสอร์ทหรือโรงแรม คือเขาตัวคนเดียว แถมแก่วัยเดียวกับผมแล้ว แขกจึงต้องใจเย็นๆ จะไปเร่งเขามากไม่ได้
สำหรับใครที่ไม่คิดจะมานอนค้างคืน ผ่านไป ผ่านมา บนถนนมิตรภาพ มาจะแวะเข้ามาแค่ 5 กม. เพื่อมาชมความงามของเฮลท์คอทเท็จอย่างเดียวฟรีๆก็ได้ ไม่ว่ากัน เพราะเมื่อซ่อมเสร็จแล้วผมจะติดตั้งสื่อการสอนทางด้านสุขภาพต่างๆสอดแทรกแทรกไว้ ในเมนูอาหารบ้าง ในภาพเขียนติดผนังบ้าง ก็คงจะได้ประโยชน์เชิงสุขภาพติดมือกลับไปบ้างไม่มากก็น้อย

             การใช้ประโยชน์อย่างที่ 4. ผมจะใช้ส่วนหนึ่งของคอทเท็จแห่งนี้เป็นคลินิกของผมด้วย แต่คลินิกของผมไม่ใช่คลินิกรักษาโรคอย่างที่เห็นกันทั่วไปนะครับ จะเป็นคลินิกในรูปแบบที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนในโลกนี้ คือจะเป็นการดูแลสุขภาพในรูปแบบที่ผมตั้งชื่อว่า โปรแกรมเมนทอร์ชิพด้านสุขภาพ หรือ Health Mentorship Program (HMP) คือคนมารับบริการ จะเป็นคนสุขภาพดีๆอยู่ หรือคนป่วยแล้วก็ได้ เมื่อมาลงทะเบียนเข้าโปรแกรมนี้แล้วก็เสมือนเป็นการจ้างให้ผมเป็นผู้ฝึกสอน (mentor) เรื่องการดูแลสุขภาพให้ตัวเองมีสุขภาพดีและจัดการกับโรคหรืออาการป่วยของตัวเองได้ดีที่สุดเต็มศักยภาพที่ตัวเองจะทำได้ วิธีสอนของผมนั้นก็จะเน้นการสร้างทักษะ (skill) ที่จำเป็นในการลงมือปรับเปลี่ยนวิธีใช้ชีวิตตนเองให้มีสุขภาพดี โปรแกรมนี้มีอายุคราวละ 1 ปี  คือจ้างทีหนึ่งก็ต้องฝึกสอนติดตามเคี่ยวเข็ญกันไปจนครบหนึ่งปี สอนโดยพบกันต่อหน้าบ้าง คุยกันทางโทรศัพท์บ้าง อีเมลหากันบ้าง นัดมาฝึกทักษะเฉพาะเรื่องบ้าง ครบปีแล้วก็ควรจะบินปร๋อเองได้ ในการทำคลินิกแบบนี้ ในการพบกันครั้งแรก ผมจะให้เวลาคนละ 1-2  ชั่วโมง คลินิกผมเปิดเฉพาะเช้าวันอาทิตย์ ดังนั้นในหนึ่งสัปดาห์ ผมรับคนไข้ได้ไม่เกิน 2 คนเท่านั้น หมายความว่าทั้งปีจะรับดูแลไม่เกิน 100 คนโดยเก็บค่าวิชาชีพ (doctor fee) สำหรับการฝึกสอนตลอดปีนี้คนละ 3,000 บาท จะเริ่มเปิดได้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2557 เป็นต้นไป

              ท่านผู้อ่านทุกท่าน ว่างๆก็เชิญแวะไปเยี่ยมคุยกับผมหรือเชฟบุญที่ Health Cottage ได้นะครับ ตัวผมอยู่เฉพาะศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ แต่เชฟบุญอยู่ทุกวัน ถ้าจะไปจริงก็เปิดดูรูปแผนนี่ในเว็บไซท์  http://www.health.co.th/contact.php แล้วขับตามไปได้เลย โดยสรุปก็คือขับจากกรุงเทพ ถึงสระบุรี เลี้ยวขวาขึ้นมิตรภาพ ผ่านโรงปูนซิเมนต์ตราช้าง ตรานกอินทรีย์ ตราทีพีไอ. ขึ้นเขา ผ่านร้านครูต้อ แล้วก็เลี้ยวซ้ายเมื่อผ่านร้านครูต้อไปแล้วราว 1 กม. เลี้ยวก่อนถึงรพ.มวกเหล็กนะ เลี้ยวตรงที่มีสารพัดป้ายนั่นแหละ อย่างน้อยก็ให้ดูป้ายบอกทางไปเขื่อนป่าสัก หรือน้ำตกเจ็ดสาวน้อย หรือ อ.วังม่วง อันใดอันหนึ่งก็ได้เพราะเลี้ยวซ้ายเข้ารูเดียวกันทั้งนั้น เลี้ยวแล้วเป็นถนนสี่เลน เลี้ยวแล้วไปต่อได้ราวหนึ่งกม.ให้มองดูป้ายชิดลมรีสอร์ท เห็นป้ายแล้วเลี้ยวซ้ายเลย ต้องได้เลี้ยวก่อนถึงทางรถไฟ ถ้าไปถึงทางไฟแสดงว่าเลยไปแล้ว ต้องกลับมาใหม่ เมื่อเลี้ยวได้แล้วขับตรงแหนวไปโดยไม่เลี้ยวไปไหนอีกเลยเป็นระยะทาง 4 กม. คือไปจนสุดถนนเลย ก็จะถึงคอทเท็จยุโรปแท้ๆ ของจริง 100% ต้องอยู่กลางป่าดงพงหญ้า หายากพอได้ท้าทายปัญญา หลงทางไม่รู้ด้วยนะ ไม่รับประกัน เพราะผมไม่มีเงินทำป้ายบอกทาง ท่านต้องงมหาเอาเอง แต่ถ้าไปถึงแล้วรับประกันว่า..ยินดีต้อนรับครับ หิ หิ ถ้าหลงทางและหมดท่าจริงๆก็โทรศัพท์ถามทางเอาจากเชฟบุญได้ เบอร์โทรของเชฟบุญ 089 435 5945

     ท่านที่สนใจรายละเอียดของคอร์สสอน ห้องพัก และกิจกรรมอื่นๆของเฮลท์คอทเทจ ดูได้จากเว็บไซท์ www.health.co.th ครับ บริการทั้งหลายทั้งแหล่ตอนนี้ยังให้ได้แบบกระพร่องกระแพร่ง อย่าว่ากัน เพราะตัวผมเองยังต้องงอก่องอขิงซ่อมส้วมต่อไปอีกพักใหญ่ แต่ว่าหลังปีใหม่แล้วคงจะให้บริการได้เต็มที่ครับ


นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

....................................................................

จดหมายจากท่านผู้อ่าน

มีเปิดเป็น Member มั้ยคะ จะได้สมัครคะ
.................

ตอบครับ
มีเปิดเป็น member ด้วยครับ โดยนิยาม member ว่าคือผู้ที่เคยมาร่วมกิจกรรมหรือใช้บริการ (เฮลท์ แค้มป์ หรือโฮมสะเตย์ หรือคลินิก หรือชั้นเรียนกิจกรรม) กับคอทเทจแล้วอย่างน้อย 1 ครั้ง และต้องการ join กันไปต่อเนื่องในระยะยาว ดังนั้นการสมัครจึงต้องทำแบบ face-to-face ในวันไปใช้บริการ member ไม่ต้องเสียค่าสมาชิก แถมได้สิทธิพิเศษจองใช้บริการได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินล่วงหน้า (non-member ต้องจ่ายเงินก่อน) และได้สิทธิส่วนลดค่าห้องพัก 50% (non-member ไม่มีส่วนลด) ที่ตั้งกฎเกณฑ์อย่างนี้เพราะผมต้องการให้เกิด senior community ที่แท้จริงขึ้น ไม่ใช่เป็นแค่โรงแรมหรือรีสอร์ทที่คนผ่านมาแล้วผ่านไป

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์