18 พฤศจิกายน 2556

ผมร่วงหัวล้าน ในเวอร์ชั่น Complimentary Health


 คุณหมอครับ พอดีพี่สาวของผมประสบปัญหาผมร่วงเป็นวงกลม 1 วง ขนาดเท่าเหรียญ 10  ภายหลังจากได้อ่าน blog ของคุณหมอ ทราบว่าชื่อโรค Alopecia Areata   พี่สาวผมเครียดมากครับ เนื่องจากเป็นผู้หญิงรักสวยรักงาม อยากจะพาไปให้คุณหมอช่วยรักษา ไม่ทราบว่าคุณหมอประจำอยู่โรงพยาบาลอะไรหรือคลินิคไหนเหรอครับ แล้วจะต้องโทรไปนัดล่วงหน้าก่อนหรือไม่ครับ รบกวนด้วยครับ

ขอบคุณครับ

..................................................

ตอบครับ

เรื่องผมร่วงเป็นหย่อม หรือ alopecia areata นี้ ผมเคยตอบท่านผู้อ่านท่านหนึ่งไปแล้วอย่างละเอียดเมื่อหลายเดือนมาแล้ว ท่านลองย้อนอ่านได้ที่ http://visitdrsant.blogspot.com/2013/09/alopecia-areata.html นะครับ

ถามว่าผมร่วงหัวล้านจะมาให้หมอสันต์รักษาได้ไหม ตอบว่าไม่ได้ครับ เพราะ
(1) หมอสันต์เดี๋ยวนี้ไม่ได้รับรักษาโรค รับแต่สอนให้คนไข้ดูแลตัวเองเพื่อไม่ให้เป็นโรค
(2) หมอสันต์เป็นหมอประจำครอบครัว ไม่ได้เป็นหมอคุมกำเนิดนะ แต่แปลว่าเป็นหมอทั่วไปที่ทำงานส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคเป็นหลัก ไม่ใช่หมอผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนัง
(3) เรื่องหัวล้านนี้ ตัวหมอสันต์เองยังเอาตัวเองจะไม่รอดเลย หึ..หึ
         
พูดถึงเรื่องผมเองก็หัวล้านจนจะเอาตัวไม่รอด เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อหลายเดือนมาแล้ว มีอยู่วันหนึ่งภรรยาซึ่งนั่งกินข้าวอยู่ด้วยกันที่บ้านมองหัวผมแล้วร้องเอ๊ะว่านั่นอะไรขาวๆบนหัวคุณ เธอตรงเข้ามาพลิกผมไปมาแล้วก็ร้องว่าที่คุณผมร่วงเป็นหย่อมนี่ รอยโหว่เบ้อเร่อเลย โตกว่าเหรียญสิบอีก แล้วก็พลิกผมทั่วศีรษะและว่าตรงนี้ก็มี เท่าเหรียญห้า ตรงนี้ก็มีเท่าเหรียญบาทอีกสองอัน เธอบ่นอุบอิบอับว่าต้องเป็นเพราะผมไปทำรายการโทรทัศน์บ่อยแล้วถูกเขาทำผมพ่นครีมมากเกินไปแน่ๆเลย แถมเธอยังสั่งผมว่า

           “พรุ่งนี้คุณต้องไปให้อ้อดู”

          เธอหมายถึงหมอโรคผิวหนังรุ่นเด็กๆคนหนึ่งที่ผมชื่นชอบ ผมบอกเธอว่าอย่าเลย แก่แล้วมันก็หัวล้านเป็นธรรมดา ที่ผมตอบอย่างนี้เพราะรู้อยู่แก่ใจอยู่แล้วว่าคนเป็น alopecia areata ไปหาหมอโรคผิวหนังเขามักจับฉีดสะเตียรอยด์ ซึ่งผมไม่เอาแน่นอน หรือไม่ก็ต้องให้กินยา minoxidil ซึ่งผลวิจัยเปรียบเทียบก็บอกอยู่แล้วว่ากรณีล้านไม่ถึงครึ่งหัวอย่างนี้ผลไม่ต่างจากยาหลอก หรือไม่ก็จับกินยา fenesteride ซึ่งเป็นยาต้านฮอร์โมนเพศชายซึ่งผมกลัว ปล๊าว.. ผมไม่ได้กลัวหย่อนสมรรถภาพทางเพศหรอก เพราะทุกวันนี้ผมก็ไม่ได้มีสมรรถภาพอะไรอยู่แล้ว แต่ฮอร์โมนเพศชายหรือเทสโทสเตอโรนนี้มันมีผลให้มีแรงขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวได้ดีด้วย การไปต้านมันจะทำให้อาการถ่านอ่อนตอนบ่ายๆของผมรุนแรงยิ่งขึ้น ซึ่งผมรับไม่ได้ ดังนั้น อยู่เฉยๆดีกว่า

แต่ภรรยาของผมไม่ลดละ เธอยกหูโทรศัพท์หาน้องสาวของผมทันที

          เขียนมาถึงตอนนี้ผมขอเล่าแบ้คกราวด์เสริมให้ฟังหน่อย คือผมมีน้องสาวแท้ๆคลานตามกันออกมาอยู่หนึ่งคน หลังจากเรียนหนังสือจบที่เตรียมอุดมแล้วเธอไปเรียนเภสัชที่จุฬา แล้วไปทำงานกรมอะไรสักอย่างในกระทรวงสธ. แล้วไปเรียนต่อปริญญาโทที่มหิดล เธอเป็นคนชอบทำวิจัย เมื่อยี่สิบปีก่อนงานวิจัยชิ้นหนึ่งของเธอทำให้บริษัทยาฝรั่งหงุดหงิดไปเหมือนกัน คือเธอไปวิจัยจนพิสูจน์ได้ว่ายาปฏิชีวนะรักษาวัณโรคที่เป็นยาแท้ (original) กับยาบรรจุในประเทศ (local made) นั้นให้ผลไม่ต่างกัน งานวิจัยของเธอเป็นหนึ่งในหลายๆงานวิจัยที่ถูกนำมาเป็นพื้นฐานในการเปลี่ยนมาใช้ยาบรรจุในประเทศแทนยาแท้ในบัญชียาหลักแห่งชาติในเวลาต่อมา กลับเข้าเรื่องดีกว่า ระหว่างทำราชการ เธอก็ทำวิจัยเรื่องหญ้าแห้ง สมุนไพร ของเธอไป เพราะเธอชอบทางนั้น  ทำราชการไปสักพักก็ร้อนวิชาจึงลาออกจากราชการมาทำแชมพูสมุนไพรแบบว่าส้มป่อย มะกรูด อะไรเทือกนั้นขาย แล้วก็ทำวิจัยต่อไปในทางผลิตสมุนไพรเป็น hair tonic เพื่อแก้ปัญหาผมร่วงและผมหงอก เราพี่น้องมีโอกาสเจอหน้ากันประมาณ 3 ปีครั้ง เจอกันทีเธอก็คุยว่ากิจการของเธอรุ่งซะ เธอตั้งยี่ห้องของเธอว่า Jiva และส่งของไปขายเมืองนอก มียี่ปั๊วอยู่ในประเทศโน้นประเทศนี้รวมทั้งประเทศอังกฤษด้วย แต่ผมก็ไม่เคยสนใจเรื่องของเธอมากกว่าฟังราคาคุยและรับเอาแชมพูขจัดรังแคของเธอมาใช้เรื่อยมา..เพราะเธอให้ฟรี

          มาคราวนี้ผมต้องใช้บริการของเธอเสียแล้ว ภรรยาเป็นคนจัดแจงเสร็จสรรพ นึกภาพหมอสันต์ซึ่งตั้งแต่เกิดมาเคยแต่ตัดผมในร้านปัตเลี่ยน คราวนี้ต้องไปให้เขาสระผมอบสมุนไพรในร้านทำผม ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ผมเพิ่งเข้าใจคนไข้ของผมจำนวนมากที่ชอบไปหาสมุนไพรกินก็ตอนที่ตัวเองต้องมาใช้สมุนไพรกับเขาบ้างนี่เอง ผมต้องขับรถข้ามเมืองไปหาร้านของเธอ ซึ่งก็ไม่ได้หาง่ายนะ อยู่เลยสะพานพระปิ่นเกล้าไปอีก ร้านของเธอเป็นร้านเล็กๆแต่ก็สะอาดสะอ้านดี ไปครั้งหนึ่งนักวิทยาศาสตร์ของเธอก็ส่องกล้องให้ดูภาพรากขนและหัวล้านของตัวเองบนจอเพื่อยืนยันว่าเนี่ย ล้านแล้วนะ แล้วขูดเอาหนังศีรษะออกมาใส่กล้องจุลทรรศน์ส่องดูปริมาณของไรขน (demodex) ซึ่งน้องสาวของผมเธอเชื่อจากประสบการณ์ของตัวเองที่หากินกับหัวล้านมานานปีว่าไรขนนี้เป็นตัวที่สัมพันธ์กับการเกิดผมร่วงหัวล้าน แล้วก็ไปนอนหลับให้พนักงานสระผม โปะสมุนไพร แล้วก็ไปนั่งเสียบหัวเข้าไปในครอบอบไอร้อนจนผมร้อนฉ่า แล้วก็ไปนอนหลับให้เขาสระผมอีก โปะสมุนไพรอีก ทำอย่างนี้เที่ยวละสองรอบ ต้องไปที่ร้านเธอสัปดาห์ละครั้ง

ทำอย่างนี้อยู่นานสองเดือนก็ปรากฏว่ามีผมขึ้นมาตรงที่เคยล้านจริงๆแฮะ จะเป็นเพราะมันจะขึ้นมาของมันเองอยู่แล้วหรือเป็นเพราะสมุนไพรหญ้าแห้งของน้องสาวใช้การได้จริงผมก็ไม่ทราบ และก็ไม่มีทางจะทราบด้วยเพราะไม่มีใครเคยทำวิจัยเรื่องแบบนี้ไว้เลย แม้ผมจะขึ้นมาดีแล้ว แต่นักวิทยาศาสตร์ของเธอยังบ่นว่าเจ้าไรขน demodex ไม่ยอมหมดไปจากหัวผมเสียที เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างการมีไรขนกับการเกิดผมร่วงหัวล้านนี้ไม่มีหลักฐานใดๆปรากฏอยู่ในทางการแพทย์ดอก เพราะไม่เคยมีใครทำวิจัยไว้ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรจึงไม่มีใครทราบ แต่วงการแพทย์ถือว่าผมร่วงเป็นหย่อมน่าจะเกิดจากภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง ไม่น่าจะเกี่ยวอะไรกับเจ้าไรขนหรือ demodex อะไรเนี่ยหรอก และในการรักษาหัวล้านเป็นหย่อมในทางการแพทย์ก็ไม่มีใครตั้งหน้าตั้งตาปราบเจ้าไรขนนี้แต่อย่างใด ผมถามน้องสาวว่าทำไมเธอจึงเชื่อว่าไรขนเป็นต้นเหตุให้เกิดผมร่วง เธอตอบว่าเพราะเธอเห็นลูกค้าที่ยิ่งมีผมร่วงมากก็ยิ่งพบไรขนมาก ซึ่งข้อมูลแค่นี้ในทางการแพทย์ถือว่าเป็นการ “พบร่วมกัน” แต่จะเป็นหรือไม่เป็นสาเหตุของผมร่วงนั้นยังต้องการข้อมูลมากกว่านี้

          อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นเธอจดจ่อกับเจ้าไรขนนัก ผมจึงบอกน้องสาวว่า

“ถ้ายูเชื่อว่าเจ้าไรขนนี้เป็นต้นเหตุของผมร่วงและจะปราบมันให้ได้ ยูก็ต้องใส่อะไรที่ทำหน้าที่ฆ่าไรขนลงไปในยาสระหัวของยูสิ จะไปหวังให้สมุนไพรที่มีไว้เพื่อสระหัวไปฆ่าไรขนได้อย่างไร”

เธอตอบว่า

“กับลูกค้าส่วนใหญ่ สมุนไพรของเดิ้นกำจัดไรขนได้แน่นอน แต่เฉพาะลูกค้าที่หัวดื้ออย่างพี่นี้เท่านั้นแหละที่มันกำจัดไม่ได้ แต่มันก็ลดปริมาณลงได้เห็นไหมละ ว่าแต่พี่ว่าอะไรนะที่จะฆ่า demodex ได้ชัวร์ๆ”

ผมตอบว่า

“ก็ ivermectin ไง พวกสัตวแพทย์เขาใช้รักษาขี้เรื้อนหมาได้ผลชงัดออก”

เธอตอบว่า

“บ้า.. สารเคมีนะเหรอ เดิ้นไม่เอาด้วยหรอก ถ้าพี่จะใช้สารเคมีพี่เองก็เป็นหมอทำไมไม่ใช้ไปเลยละ มาหาเดิ้นทำไม”

ฮั่นแน่ เธอเป็นน้องแบบไหนเนี่ย ย้อนพี่ซะอีก แต่ผมไม่โกรธไม่ใจน้อย เพราะผมของผมงอกแล้ว แม้จะไม่เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ได้ระดับแปดสิบเปอร์เซ็นต์ จะงอกของมันเอง หรืองอกเพราะสมุนไพรหญ้าแห้งของน้องสาว ผมก็แฮ้ปปี้อยู่ดี
         
กลับมาพูดถึงไรขน (demodex) ซึ่งซุกซ่อนอยู่ตามต่อมเหงื่อและรูขนของคนเรานี้ ในวงการแพทย์ หมอตาจะเป็นกลุ่มที่ตั้งหน้าตั้งตาปราบไรขนมากที่สุด ทั้งนี้หมอตาส่วนใหญ่เชื่อว่าไรขนทำให้เกิด โคนขนตาอักเสบ (blepharitis) และตั้งชื่อโรคนี้โดยจำเพาะเจาะจงว่าโรคติดเชื้อไรขน (demodicosis) หมอผิวหนังส่วนหนึ่งก็เชื่อว่าไรขนเป็นต้นเหตุของผิวหนังอักเสบที่หน้าแบบสิวผื่นแดง  (papulopustular rosacea) และตั้งหน้าตั้งตาปราบไรขนไปด้วยนอกเหนือจากการใช้ยาปฏิชีวนะรักษาสิว แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่าเจ้าไรขนนี้เป็นต้นเหตุของสิวผื่นแดงหรือเป็นแค่สิ่งที่มาพบร่วมกันเฉยๆ ในส่วนของความสัมพันธ์ระหว่างไรขนกับผมร่วงหัวล้านนั้น ยังไม่เคยมีใครทำงานวิจัยที่พิสูจน์ให้เห็นได้จะจะว่าไรขนเป็นต้นเหตุของผมร่วงหัวล้านจริงหรือไม่ มีก็แต่หมอจีนคนหนึ่งชื่อคุยซุนซึ่งมีอาชีพทำครีมกำจัดไรขนขาย แกได้เคยทำการศึกษาความชุกของไรขนบนผิวหนังคนว่ามีโอกาสพบสูงถึงมากกว่า 90% ขึ้นไป และตั้งข้อสังเกตว่าความแน่นของไรขนบนผิวหนังมีความสัมพันธ์กับอาการทางผิวหนังหลายชนิดรวมทั้งผมร่วงหัวล้านด้วย งานวิจัยของเขาตีพิมพ์ในวารสารจีนตั้งแต่ปี 1982 ซึ่งถูกอ้างต่อๆกันมาอย่างเลื่อนลอยโดยไม่สามารถจะหาอ่านเนื้อหาของจริงได้ ถึงหาอ่านได้ งานวิจัยของเขาก็เป็นเพียงรายงานความชุกและความสัมพันธ์ระหว่างการพบไรขนกับการพบโรคเท่านั้น ไม่ได้เป็นหลักฐานว่าไรขนทำให้เกิดโรคแต่อย่างใด

สรุปว่าไรขนเป็นต้นเหตุของการเกิดผมร่วงหัวล้านหรือไม่ หากถือตามหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ปัจจุบันนี้ คำตอบก็คือ “ยังไม่มีใครทราบหรอกครับ”   

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

  ปล. ใครสนใจจะไปอุดหนุนร้านทำผมของน้องสาวผม ร้านของเธอชื่อ ศูนย์สุขภาพผมจีวา (Jiva) โดยบริษัท ช.เนเจอร์ จำกัด อยู่ที่เลขที่ 1/32 ถ. บรมราชชนนี (ระหว่างซอย 5-7) แขวงอรุณอัมรินทร์ บางกอกน้อย กทม. โทร. 02 434 8895-6 ( http://www.herbforhair.com/ ) ผมโฆษณาให้เธอได้ เพราะเธอเป็นแค่ร้านทำผม ไม่ใช่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม จึงสามารถให้ผู้อื่นโฆษณาธุรกิจของตัวเองได้โดยไม่ถือว่าผิดจริยธรรม

บรรณานุกรม

1.     Coston TO. Demodex folliculorum blepharitis. Trans Am Ophthalmol Soc. 1967;65:361-92. [Medline].
2.     Ayres S Jr. Demodex folliculorum as a pathogen. Cutis. Jun 1986;37(6):441. [Medline].
3.     Moravvej H, Dehghan-Mangabadi M, Abbasian MR, Meshkat-Razavi G. Association of rosacea with demodicosis. Arch Iran Med. Apr 2007;10(2):199-203. [Medline].
4.     Lacey N, Kavanagh K, Tseng SC. Under the lash: Demodex mites in human diseases. Biochem (Lond). Aug 1 2009;31(4):2-6. [Medline]. [Full Text].

5.     Forton F, Germaux MA, Brasseur T, De Liever A, Laporte M, Mathys C, et al. Demodicosis and rosacea: epidemiology and significance in daily dermatologic practice. J Am Acad Dermatol. Jan 2005;52(1):74-87.[Medline].