04 มีนาคม 2556

น้องลูกนก กับ การสร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเอง (Self Motivation)


ผมเพิ่งกลับจากพาคนไข้ไป Health Camp ต่างจังหวัด สามวันสองคืน เหนื่อยมาก แต่ก็สนุกดี คราวนี้เป็นการพาคนที่ดัชนีมวลกายสูง หรือพูดง่ายๆว่า “คนอ้วน” จำนวนสิบกว่าคน ไปเรียนรู้วิธีที่จะลดความอ้วนตามวิธีที่มีหลักฐานทางการแพทย์สนับสนุนว่าเป็นวิธีที่ดี ทั้งสิบกว่าคนได้ร่วมกันใช้ชีวิตในแค้มป์ โดยมีม็อตโต้ว่า

“..เรียน สิ่งที่ไม่เคยรู้
ทำ สิ่งที่ไม่เคยทำ
ชอบ สิ่งที่ไม่เคยชอบ..”

ชีวิตประจำวันในแค้มป์สามวันสองคืน เริ่มด้วยการลงมือฝึกฝนการออกกำลังกายทั้งแบบคาร์ดิโอและแบบฝึกกล้ามเนื้อทุกวัน การทำอาหารกินเองด้วยตัวเองทุกมื้อ โดยเน้นการทำอาหารแคลอรี่ต่ำ ไม่มีการผัดไม่มีการทอด มีคาร์โบไฮเดรตน้อย ใช้แต่วัตถุดิบที่มีประโยชน์เช่น ผัก ผลไม้ ถั่วนานาชนิด ผลเปลือกแข็ง (nut) เมล็ด (seed) นมไร้ไขมัน ปลาและอาหารทะเล ไข่ และหมูไม่ติดมัน ทั้งนี้ทั้งนั้นสามวันทุกคนไม่มีใครได้กินข้าวกันเลย แต่ทุกคนก็รอดชีวิตมาได้ ทุกคนได้ลงมือทำเทคนิคจัดการความเครียดด้วยตัวเอง เช่น เทคนิคการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ  (muscle relaxation) การตามดูลมหายใจ (Breathing meditation) และการย้อนเตือนความคิดของตัวเอง (thought recall) และการฝึกเทคนิคการนอนหลับ และมีชั่วโมงแลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจ (self motivation) ของกันและกัน โดยสมาชิกแค้มป์ผลัดกันเล่าวิธีสร้างแรงบันดาลใจและปลุกเร้าแรงใจของตัวเองให้คนอื่นฟัง

ในบรรดาลูกศิษย์ของผมสิบกว่าคนนั้น มีคนที่อายุน้อยกว่าเขาเพื่อนชื่อ “น้องลูกนก” เธอมีอายุราว 21 ปี เธอบอกว่าเธอมาเข้าแค้มป์นี้เพื่อเรียนรู้บางเรื่องบางอย่างที่เธอยังไม่รู้ แต่ว่าเรื่องราวของเธอทำให้เพื่อนร่วมชั้นเรียนให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะเธอสามารถลดน้ำหนักตัวเองลงมาจาก 131 กก. ลงมาอยู่ระดับ 70 กก. ได้ในเวลา 7 เดือน และรักษาระดับนั้นมาได้นานหลายเดือนแล้วด้วยวิธีพื้นฐานที่แพทย์แนะนำเท่านั้น คือออกกำลังกาย ควบกับการปรับโภชนาการ แล้วเพื่อนร่วมชั้นซึ่งล้วนเป็นคนอายุมาก รวมทั้งตัวผมเอง ก็ไม่เคยทราบมาก่อนว่าเธอเป็นคนดังแบบว่าเป็น role model ของวัยรุ่นที่อยากจะลดความอ้วนทั้งหลาย เธอเล่าว่ามีแฟนคลับที่ติดตามเธอทางเฟซบุ๊คอยู่ถึงสามหมื่นกว่าคน

มีตอนหนึ่งของชั้นเรียน เราไปตั้งต้นเดินป่าบนอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โดยไปตั้งต้นที่แค้มป์บ้านกร่าง ที่บนอุทยาน ก่อนเดินป่าเราแลกเปลี่ยนความบันดาลใจของแต่ละคนที่ศาลาชายป่า มีชะนีขี้อายตัวหนึ่งมาเป็นเพื่อนให้ความบันเทิงแก่ชาวแค้มป์ และมีฝรั่งเบลเยี่ยมสองสามีภรรยาและลูกน้อยซึ่งตั้งเต้นท์อยู่ข้างๆมาร่วมคุย คุณฝรั่งผู้ชายชื่อเอลฟ์เล่าให้ฟังว่าครอบครัวของเขาใช้ชีวิตอยู่ในแนวทางสุขภาพอย่างไร และให้ความเห็นว่าทำไมคนไทยชอบกินหวานมากจัง อาหารทุกอย่างหวานหมดโดยไม่มีข้อยกเว้น คุณฝรั่งผู้หญิงเห็นด้วยและเพิ่มประเด็นว่าลูกของเธออายุยังน้อย (สามขวบ) ยังไม่มีวิจารณญาณของตัวเอง เธอจึงต้องทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้ลูกได้รับสิ่งที่ไม่ดี คนไทยใจดีชอบเอาขนมหวานมาให้ลูกของเธอ เธอต้องคอยปฏิเสธแทน ฝรั่งทั้งคู่นับเป็นวิทยากรฟรีที่น่ารัก และที่ชายป่าตรงนั้น ขณะรอออกเดินป่า พวกเราได้ผลัดกันเล่าแรงบันดาลใจของตัวเองให้คนอื่นฟัง เรื่องราวที่ทุกคนเล่าล้วนมีประเด็นและสาระน่าสนใจและมีประโยชน์ แต่วันนี้ผมขอเอาเรื่องราวที่น้องลูกนกได้เล่ามาเขียนให้ท่านอ่านที่ตรงนี้ก่อนเรื่องของคนอื่น

                        
1.. อยากสวยเหมือนเธอคนนั้น

     “..วันหนึ่งลูกนกไปงาน Bye Senior ขณะที่เราอยู่กันในงานแล้ว เพื่อนคนหนึ่งเขาเข้ามาในงาน เขาหุ่นดี แต่งตัวสวย โดดเด่น ลูกนกก็นึกในใจว่านี่ถ้าเราหุ่นดีอย่างเธอคนนั้นในวันที่เราเรียนจบและมางาน Bye Senior ก็คงจะดีนะ แต่มันก็ยังเป็นเพียงความคิด เพราะตอนนั้นลูกนกหนัก 131 กิโล”

2.. มันเริ่มจากคำสาบานของวัยรุ่น

     “...ลูกนกชอบฟังเพลงของพี่นิชคุณ  (นักร้องวงเกาหลี เชื้อสายไทย) พอเริ่มรู้สึกชอบก็เป็นจังหวะที่พี่เค้ามาออกคอนเสิร์ทที่เมืองไทย ลูกนกก็คิดว่า ฮื้อ..อ. ขอให้ได้จับมือกับพี่เค้าสักครั้งเถอะนะ ถ้าได้จับมือจริง ขอสาบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่าจะหยุดกินโค้กและหยุดอาหารเย็นไปหนี่งเดือน แล้วมันก็ช่างเป็นความประจวบเหมาะพอดี คนสมัครเข้าไปจับมือกับพี่เค้าตั้งสามพันกว่าคน เขารับได้แค่ห้าร้อยคน ลูกนกได้เป็นหนึ่งในนั้น จึงได้จับมือกับพี่เค้าจริงๆ..”

3. ผลดีเกินคาดของการเลิกดื่มโค้กและทานอาหารเย็น

     “...เมื่อสาบานแล้ว ก็ต้องทำตาม เพราะลูกนกถือว่าตัวเองเป็นคนบอกว่าจะทำอะไรแล้วทำจริง ก็ต้องเลิกกินโค้กและกินอาหารเย็นหนึ่งเดือน มันให้ผลดีกับร่างกายของลูกนกดีเกินคาด จนทำให้ลูกนกมีกำลังใจที่คิดจะทำอะไรให้ยิ่งใหญ่กับตัวเองสักอย่าง

4. ของขวัญแด่คุณแม่และตัวเอง

     “...ลูกนกคิดว่าถ้าเราลดน้ำหนักได้จนเหลือสักหกสิบกิโล คุณแม่จะดีใจสักแค่ไหน เพราะทุกวันก่อนหน้านั้นคุณแม่ก็บอกให้ค่าจ้างลูกนกกิโลละพันบาท แต่ลูกนกไม่เคยสนใจ แล้วอีกอย่างหนึ่ง ถ้าเรารับปริญญาและไปงาน Bye Senior ด้วยรูปร่างที่สวย มันก็เป็นการทำอะไรเพื่อตัวเองที่ดีทีเดียว..”

5. หักดิบ ล้างตู้เย็น โละหิ้ง

     “...คิดได้ดังนั้นแล้วลูกนกก็ปักหลักตั้งใจเอาจริง วิธีการของลูกนกคือล้างตู้เย็น ปกติลูกนกเป็นคนที่กินอะไรจุบจิบตลอดเวลาทั้งวัน ลูกนกโล้ะทิ้งหมด อาหารอะไรบนหิ้งที่จะทำให้อ้วนก็โล้ะหิ้งส่งไปให้คุณแม่ที่ต่างจังหวัดหมด แล้วไปออกกำลังกาย ช่วงปิดเทอมลูกนกออกกำลังกายทุกวัน เล่นทุกอย่างในฟิตเนสที่เขามีให้เล่น ปิดเทอมลูกนกอยู่ในฟิตเนสวันละ 7 ชั่วโมง จนคนเขาเรียกลูกนกว่าเจ้าแม่ฟิตเนส..”

6. ถือตัว ว่าตนเป็นคนอะไรแล้วทำจริงและอดทน

“...ลูกนกถือว่าตัวเองเป็นคนทำอะไรแล้วทำจริง เมื่อใดที่ท้อขึ้นมาลูกนกก็จะนึกถึงความทะนงในความเป็นคนทำอะไรทำจริงว่าไม่ได้ เราต้องไม่หยุด เราต้องไม่แพ้..”

7. ตอกย้ำความรู้สึกแย่ให้ตัวเองตระหนักทุกครั้งที่แพ้ใจตัวเอง

     “...เมื่อใดก็ตามที่ลูกนกแพ้ใจตัวเอง ลูกนกจะมีความรู้สึกแย่ ลูกนกจะจำความรู้สึกแย่ๆนี้ไว้ เอาไว้บอกกับตัวเองครั้งหน้าว่าอย่านะ อย่าทำให้ตัวเองมีความรู้สึกแย่อย่างนั้นอีก..”

8. ระหว่างความยืนหยัด กับสิ่งยั่วยวน

      “...ระหว่างความยืนหยัด กับสิ่งเย้ายวน ลูกนกจะพาตัวเองออกห่างสิ่งเย้ายวน ตอนที่ลดอาหารตอนแรก ลูกนกไม่ยอมเดินเฉียดเข้าไปใกล้คาเฟทีเรียเลย มีบางครั้งเหมือนกันนะ ที่ไปกินอะไรกับพี่ๆและเพื่อนๆเขา เขาเอาของให้ลูกนกกินนี่บ้างนั่นบ้าง ไม่ใช่ว่าเขาจะทำให้ลูกนกตะบะแตกหรอก แต่ว่าเขาสงสารที่ลูกนกนั่งอยู่เฉยๆไม่ได้กินอะไร แต่ลูกนกก็ตั้งใจโยกตัวเองมาอยู่ข้างความยืนหยัด ไม่ยอมเผลอตามไปกับสิ่งเย้ายวน..”

9.. ทำไมคนอ้วนมีมากจังวะ

“...ตอนแรกลูกนกเพียงแค่เอาเรื่องของตัวเองลงเน็ท พอมีคนอ่านและส่งต่อกันมากขึ้น พี่สรยุทธ์ก็ชวนไปออกรายการ หลังจากนั้นก็มีคนรู้จักลูกนกมากขึ้น มีวัยรุ่นเขียนมาถามลูกนกมากมายว่าเจอปัญหาอย่างนี้ทำไง เจอปัญหาอย่างนั้นทำไง ส่วนใหญ่เป็นปัญหาขาดแรงบันดาลใจที่จะต่อสู้ ลูกนกก็ได้แต่ให้กำลังใจ คำถามมักจะซ้ำๆจนตอนหลังๆลูกนกก็ตอบไม่ไหว ได้แต่นึกในใจว่า ขอโทษนะคะ ลูกนกคิดในใจว่าทำไมคนอ้วนมันมีมากจังวะ..”

10.. สิ่งดีๆที่เกิดขึ้นกับชีวิตมากมาย

     “...ความจริงพี่สรยุทธเขาจัดให้ลูกนกได้พบกับพี่นิชคุณด้วย ทั้งๆที่พี่เขาตารางแน่นเอี๊ยด พอเจอกันลูกนกพูดอะไรไม่ออกเลย ได้แต่น้ำตาคลอ พี่เขาบอกว่าน้องลูกนกลดความอ้วนได้ก็ดีแล้ว ขอให้พยายามทำต่อไปอย่าท้อถอย และโอบไหล่หนู แค่นั้นแหละ หนูร้องไห้โฮ โฮ โฮ กอดพี่เขาแน่น ไม่ได้พูดอะไรกับพี่เขาสักคำ..”
"...ลูกนกเองก็ไม่เข้าใจ อยู่ๆตัวเองก็กลายเป็นไอดอลของวัยรุ่นที่อ้วนขึ้นมา ตัวลูกนกเองก็ไม่ได้เป็นคนสวย เพียงแค่ลดความอ้วนได้เท่านั้น แต่การที่มีคนมาชื่นชมและอยากเอาอย่างตัวเองมากมายทำให้ลูกนกเกิดความรู้สึกอยากทำอะไรเพื่อช่วยคนอื่นเขาบ้าง เพราะวัยรุ่นที่ถามอะไรต่างๆลูกนกมา บางครั้งถามมาแบบไม่รู้อะไรเลยจริงๆ ลูกนกมาเข้าแค้มป์ครั้งนี้เพราะอยากมีความรู้ให้มากขึ้น แล้วก็ได้รู้มากขึ้นจริงๆ หลายสิ่งที่ทำไปก็ทำไปด้วยความไม่รู้ คราวนี้รู้จริงแล้ว จึงมีความอยากจะช่วยคนอื่นมากยิ่งขึ้น ถ้าคุณหมอสันต์ทำแค้มป์แบบนี้ให้กับวัยรุ่นร่วมกับลูกนก ลูกนกรับรองว่าจะต้องมีวัยรุ่นที่ต้องการความช่วยเหลือมาเข้าแค้มป์มากมาย..”

     น้องลูกนกชวนผมทำแค้มป์ให้กับวัยรุ่นที่อยากลดน้ำหนัก ผมก็ได้แต่เออออแบบแบ่งรับแบ่งสู้ เพราะว่าตัวเองนั้นชำนาญเรื่องคนแก่ ไม่ชำนาญเรื่องวัยรุ่น ความจริงจะว่าผมไม่รู้เรื่องวัยรุ่นเสียทีเดียวก็ไม่เชิง เพราะคนไข้ของผมซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนอายุมาก มักจะหิ้วลูกชายลูกสาววัยยี่สิบสามสิบที่เหลือกำลังลากเข็นไม่ไปแล้วมาให้ผมช่วยเข็น ความที่ตัวเองใส่หมวกหมอเวชศาสตร์ครอบครัว จะปฏิเสธได้อย่างไร ก็ต้องดูแลเขาทั้งครอบครัว ทำให้พอมีโอกาสได้รู้จักวัยรุ่นอยู่บ้าง แต่ไม่ลึกซึ้ง ความที่รู้จักพวกเขาไม่ลึกซึ้ง ทำให้แหยงๆ อย่างไรก็ตาม เมื่อกลับมาจากแค้มป์แล้วผมมาคิดถึงคำชวนของน้องลูกนกอีกรอบ ก็เกิดความคิดว่า เออ ก็ดีเหมือนกันนะ ถ้าเราจะป้องกันโรคอ้วนซึ่งเป็นต้นกำเนิดของอีกสาระพัดโรค ทำไมเราไม่ไปป้องกันเสียตั้งแต่ที่เด็กและวัยรุ่นละ น่าจะดีไม่แพ้ หรือเผลอๆดีกว่าการมามัวป้องกันโรคเอาตอนอายุมากแล้ว คิดได้ดังนี้แล้วก็ตั้งใจว่า อีกสองสามเดือนเกษียณแล้วหากมีโอกาสได้เจอน้องลูกนกอีกทีจะตอบเธอว่า โอ.เค. น้องลูกนก มาลุยทำแค้มป์ลดความอ้วนให้วัยรุ่นกันดีกว่า

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์