07 ธันวาคม 2555

เป็นบิดนานเป็นเดือนๆแล้วไม่หายสักที


เรียนคุณหมอสันต์ที่เคารพ
ผมอ่านดูทั้งบล็อก ไม่มีใครมีปัญหาเหมือนผมเลย คือผมเป็นบิด ผมอายุ 34 ปี ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน คือปวดท้อง มวนท้อง ถ่ายเป็นมูก ไม่มีเลือด เวลาปวดจะทั้งบิดและเบ่ง คือเหมือนผีมาบิดลำไส้จนใส้จะแตกให้ได้ ต้องวิ่งไปนั่งในห้องส้วมนานมาก วันหนึ่งเข้าห้องส้วมสามสี่หน แต่ไม่ค่อยมีอะไรออกมา มีแต่มูกสีครีมๆกับอุจจาระนิดเดียว เป็นมานานมากกว่าหนึ่งเดือนแล้ว ตอนแรกผมเป็นหวัดเจ็บคอ ไปหาหมอที่ห้องยาบริษัท หมอให้ยามากิน มียาพาราเซ็ต เซอร์เทค อามอกซิล  เป็นต้น ผมกินยาอยู่เจ็ดวัน ยายังไม่ทันหมด ผมไปทานส้มตำ แล้วก็เริ่มมีอาการท้องเสีย ผมไปร้านขายยา เภสัชกรได้ให้ยาอิมโมเดียม ยานอร์ฟลอกซ์ และผงเกลือแร่มาทาน ก็หายท้องเสีย แต่ปวดบิดและปวดหน่วงๆแทน ตอนเช้าจะเป็นมาก ชนิดที่ว่าหากเผลอผายลมแล้วจะมีมูกสีครีมเล็ดออกมาด้วยจนเปื้อนชุดนอนหมด ผมไปหาหมอที่รพ.แห่งหนึ่ง หมอบอกว่าเป็นบิด ได้ให้ยาฟลาจิลมากินวันละสามเม็ดนานห้าวัน ก็ไม่หาย โดยตอนกินยาฟลาจิลหมอให้กินยาอามอกซิลต่อด้วย โดยบอกว่ามันอาจจะเป็นบิดมีตัวและไม่มีตัวด้วย แต่จนยาหมดแล้วก็ไม่หาย คือรักษาทั้งบิดมีตัวบิดไม่มีตัวแล้วไม่หาย อย่างนี้จะรักษาอะไรต่อละครับ ผมอยากรบกวนถามคุณหมอสันต์ว่าการปวดบิดคืออะไร เกิดจากอะไรได้บ้าง บิดมีตัว ไม่มีตัวคืออะไร รักษาอย่างไร ถ้ารักษาทั้งบิดมีตัวและไม่มีตัวแล้วไม่หายควรทำอย่างไรต่อดีครับ
ของแสดงความเคารพคุณหมอครับ ที่กรุณาเขียนอะไรดีๆให้คนทั่วไปอ่าน

....................................................

ตอบครับ
   
1.       ถามว่าการปวดบิดคืออะไร ตอบว่าก็คือการปวดท้องแบบผีมาบิดลำไส้แบบที่คุณเล่านั่นแหละครับ ภาษาหมอเรียกว่า colicy pain คือปวด..ป๊วด..ปวด แล้วคลาย ปวด.. ป๊วด.. ปวด แล้วคลาย ถ้าสาเหตุอยู่ที่ลำไส้ใหญ่ก็จะมีอาการหน่วงๆอยากถ่ายอุจจาระขณะปวดด้วย

2.       ถามว่าอาการปวดบิดเกิดจากอะไรได้บ้าง ในแง่ของสถานที่เกิด(anatomy) มันอาจจะเกิดที่ลำไส้ใหญ่ (colon)  หรือที่หลอดปัสสาวะ (ureter) หรือที่ท่อน้ำดี (bile duct) หรือถ้าเป็นผู้หญิงมันอาจเกิดที่ปีกมดลูก (fallopian tube) คืออวัยวะใดที่เป็นหลอดๆท่อๆ ถ้ามีก้อนนิ่วมาจุก หรือมีการอักเสบขึ้น มันก็จะบีบตัวเป็นพักๆและทำให้ปวดบิดได้ทั้งนั้น แต่ในกรณีของคุณนี้มั่นใจได้ว่ามันเกิดที่ลำไส้ใหญ่ เพราะมีมูกซึ่งแสดงถึงการอักเสบของเยื่อบุลำไส้ใหญ่ (colitis) ออกมากับอุจจาระด้วย

3.       ถามว่าปวดบิดถ่ายเป็นมูกหรือลำไส้ใหญ่อักเสบ (colitis) เกิดจากอะไรได้บ้าง ตอบว่าเกิดจากอะไรได้ตั้งเยอะแยะ เอาในกรณีของคุณก็แล้วกันนะ สาเหตุที่เป็นไปได้ตามลำดับมากไปหาน้อยคือ

     3.1 เป็นโรคลำไส้อักเสบจากยาปฏิชีวนะ (pseumembranous colitis) กล่าวคือพอคุณเป็นหวัด ซึ่งถ้าอยู่เฉยๆก็คงไม่มีอะไร แต่นี่ไปหาหมอหมอให้กินยา Amoxyl  (amoxycillin) ซึ่งเป็นยาปฏิชีวนะ ยานี้มีฤทธิกว้าง มันจะไปทำลายบักเตรีที่มีอยู่เป็นปกติในลำไส้ใหญ่ให้เสียดุล จนบักเตรีชนิดหัวแข็งแต่เป็นชนส่วนน้อยบางชนิดเช่น Clostridium difficile เกิดเหิมเกริมเพิ่มจำนวนขึ้นปล่อยพิษออกมาทำลายเยื่อบุลำไส้ ทำให้มีอาการลำไส้ใหญ่อักเสบขึ้น ถ้าเป็นแบบนี้วิธีรักษาคือหยุดยาทุกชนิดแล้วรอดูเชิงไปสักสองสัปดาห์ ถ้ายังไม่หายก็ไปหาหมอ ซึ่งถ้าเป็นโรคนี้จริงเขาจะต้องรักษาด้วยยาแรงระดับ vancomycin เลยทีเดียว ซึ่งคนไข้ไม่ควรซื้อกินเอง

     3.2 เกิดจากการติดเชื้อบักเตรี หรือที่คุณเรียกว่าบิดไม่มีตัวนั่นแหละ ความจริงตัวมันมีนะ แต่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น มันอาจจะเป็นบักเตรีชนิดไหนก็ได้เช่น E. coli, Salmonella (ไทฟอยด์) , Shigella, Campilobactor ก็ได้ คุณอาจจะแย้งว่าแล้วทำไมหมอให้ยาแล้วไม่หาย ตอบว่ามีความเป็นไปได้ว่ามันดื้อยา เพราะเชื้อบิดไม่มีตัวตัวเอ้คือ Shigella ถ้าเป็นพันธ์ไทยมันดื้อยา ampicillin หรือ amoxicillin เสียเป็นส่วนใหญ่ ถ้าจะรักษาแบบเดาสุ่มก็ควรใช้ยาระดับ Ciprofloxaxin (Cipro) 500 mg กินวันละสองครั้งนาน 7-14 วันโน่นเลย แต่จะให้ดีเอาอุจจาระไปเพาะดูการตอบสนองต่อยาก่อนรักษาดีกว่า

     3.3 เกิดจากการติดเชื้ออะมีบ้า (E. histolytica) หรือที่เรียกว่าบิดมีตัว สาเหตุจากคุณไปกินขี้ เอ๊ย.. ขอโทษ กินอาหารที่ปนเปื้อนอุจจาระของคนที่เป็นพาหะของโรคนี้ ที่อาจติดมากับขาของแมลงวันที่มาตอมอาหาร คุณอาจจะแย้งว่าอ้าวแล้วหมอเขาก็ให้ยารักษาบิดมีตัวแล้วทำไมไม่หายละ คือยา Flagyl (metronidazol) นั้น หากจะใช้รักษาบิดมีตัวตัองให้นาน 7-10 วันจึงจะชัวร์ ถ้าให้แค่ 5 วันยังไม่ชัวร์ อีกอย่างหนึ่งยานี้ฆ่าได้แต่ตัวแต่ไม่ได้ฆ่าไข่ (cyst) ของเชื้อบิดนะ คือหายจากโรคแต่ก็ยังแพร่โรคให้คนอื่นได้ ยาอีกตัวหนึ่งที่ใช้ได้ดีคือยา Tinidazole (Fasigyn) ในขนาด 50 mg/kg/day กินนาน 3 วัน

     3.4 เกิดจากการติดเชื้อไวรัส เช่นไวรัส CMV ซึ่งมักเป็นกับคนภูมิคุ้มกันบกพร่อง

     3.5 เกิดจากการแพ้ เช่นแพ้นมวัว ซึ่งมักเป็นกับเด็ก แต่ผู้ใหญ่ก็แพ้อย่างอื่น อะไรก็ได้ แล้วไปแสดงอาการที่ลำไส้ใหญ่

     3.6 เกิดจากโรคลำไส้อักเสบแบบไม่ทราบเหตุ (inflammatory bowel disease หรือ IBS) ซึ่งมีเรียกย่อยไปอีกสองชื่อคือ Crohn’s disease กับ ulcerative colitis แต่รวมแล้วก็คือมีลำไส้อักเสบแบบไม่รู้สาเหตุก็แล้วกัน พวกนี้มักเป็นเรื้อรัง เป็นๆหายๆ ส่องกล้องเข้าไปดูลำไส้ใหญ่จะเห็นแผลเละเทะ การรักษาก็ยุ่งยาก ต้องให้หมอพันธ์พิเศษที่เรียกว่า gastroenterologist เป็นคนรักษาจึงจะดี เพราะมียาให้เลือกตั้ง 6 กลุ่ม และก็ไม่ค่อยได้ผลดีสักกลุ่ม ดังนั้นให้ผู้เชี่ยวชาญรักษาดีที่สุด

4.       ถามว่าควรจะทำอย่างไรต่อดี ตอบว่าหยุดยาให้หมดเกลี้ยง แล้วรอดูเชิงไปสองสัปดาห์ ถ้ายังมีอาการอยู่ก็ไปหาหมอที่โรงพยาบาลโดยแสดงความจำนงสามสี่ข้อคือ  (1) ขอตรวจอุจจาระดูเชื้อบิดมีตัว (2) ขอเพาะเชื้อบักเตรีจากอุจจาระ (3) ขอตรวจเลือดดูสถานะการติดเชื้อไทฟอยด์ (4) กรณีที่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HIV (เอดส์) ให้ขอเจาะเลือดตรวจสถานะการติดเชื้อ HIV ด้วย จากข้อมูลทั้งสามหรือสี่อย่างนี้ หมอเขาจะตัดสินใจได้ว่าควรจะทำการรักษาคุณอย่างไร แต่ถ้าหมอจะให้ยามากินโดยไม่ตรวจอุจจาระก็อย่าตกลงนะ ให้เปลี่ยนหมอไปจนกว่าได้ตรวจอุจจาระก่อนสมใจจึงจะยอมรักษา มิฉะนั้นยาที่ซี้ซั้วให้นั่นแหละ จะกลายเป็นต้นเหตุของลำไส้ใหญ่อักเสบเสียเอง แล้วอย่าบอกหมอเขาว่าผมบอกคุณให้พูดยังงี้นะ..มันเสียหายไหมละ

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์