07 พฤศจิกายน 2555

HSDD เซ็กซ์เสื่อมในผู้หญิง



คุณหมอสันต์คะ
ดิฉันอายุ 48 ปี ยังไม่หมดประจำเดือน แต่มีปัญหามากเรื่องเบื่อเซ็กซ์ แต่ก็รักและอยากจะเอาใจสามี จึงรู้สึกพะอืดพะอมมากเวลาสามีอยากมีเซ็กซ์ด้วย ต้องทนเล่นละครไปแบบฝืนๆ เพราะทั้งรัก เห็นใจ เกรงใจเขา ด้านหนึ่งก็อาจเป็นความรู้สึกกังวลถึงอนาคตของตัวเองด้วย เพราะหากทำตัวจืดชืดเย็นชามากไปเขาก็จะไปหาที่ใหม่ ทำให้เกิดปัญหาทางสังคม โดยเฉพาะกับลูกๆซึ่งเป็นชีวิตจิตใจของดิฉัน หรือหากเขาไปเที่ยวอาบอบนวดหรือผู้หญิง ก็จะนำโรคร้ายมาสู่ตัวดิฉันเอง บางวันทำอาหารให้สามีเผลอคิดหาทางหลบหนีการมีเซ็กซ์จนถึงกับน้ำตาไหลลงไปในกับข้าว ตอนที่ไปที่อเมริกา เพื่อนที่สนิทกันพาไปหา sex therapist เขาบอกว่าต้องพาสามีมาด้วย แล้วก็ให้คำแนะนำพื้นๆเรื่องการปรับตัวให้เข้ากับสามี ซึ่งดิฉันไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรจากคำแนะเหล่านั้นเลย มีเพื่อนคนหนึ่งแนะนำให้เขียนอีเมลมาหาคุณหมอ ดิฉันเขียนมาโดยไม่ได้หวังจะได้คำตอบมากนัก เพราะดิฉันอ่านบล็อกของคุณหมอแล้วสังเกตว่าคุณหมอจะตั้งใจตอบอย่างละเอียดลึกซึ้งถ้าเป็นโรคเรื้อรังทางร่างทางกายโดยเฉพาะถ้าเกี่ยวกับหัวใจหลอดเลือด ส่วนโรคทางใจดิฉันรู้สึกว่าคุณหมอจะเฉออกไปทางตลกเสียมากกว่า แต่ครั้งนี้ถ้าคุณหมอจะกรุณาก็จะเป็นพระคุณกับดิฉันเป็นอย่างสูง

.......................................

ตอบครับ

     คุณพูดถึงเซ็กซ์เทราพิสต์ ผมมีเพื่อนต่างวัยคนหนึ่ง รู้จักกันเมื่อสิบกว่าปีก่อนสมัยที่ผมไปทำงานกับพวกฮาร์วาร์ดที่บอสตัน เขาเป็นหมอบ้านนอกที่ผมไปดูงานเวชศาสตร์ชุมชน ตอนนี้เขาอายุแปดสิบกว่าแล้ว แต่ยังเขียนบล็อกอยู่ซึ่งผมแวะอ่านของเขาเป็นประจำ เขาเล่าโจ๊กเรื่องหนึ่งว่ามีตายายคู่หนึ่งมารักษากับ เซ็กซ์เทราพิสต์ที่บอสตัน มาถึงก็ขอมีเซ็กซ์กันต่อหน้าหมอเพื่อให้หมอให้คำแนะนำ เสร็จแล้วหมอก็บอกว่าก็สมบูรณ์ดีแล้วนี่ครับ ผมไม่เห็นต้องปรับปรุงแก้ไขอะไรเลย ว่าแล้วหมอก็เก็บค่ารักษา 50 เหรียญ อีกไม่นานสองตายายก็กลับมาหาอีก มาเมคเลิฟกันให้หมอดูอีก หมอก็ดูแล้วเก็บเงิน พออีกไม่กี่สัปดาห์ต่อมาก็มาอีก จนหมอทนไม่ได้จึงถามว่านี่มันอะไรกัน จึงได้ทราบจากคุณตาว่า

     “..เราสองคนต่างฝ่ายต่างก็แต่งงานของใครของมันแล้ว ครั้นจะไปใช้บริการโมเต็ลซึ่งเขาเก็บแค่ 10 เหรียญ มันก็ยังแพงกว่ามาที่นี่ เพราะมาที่นี่หมอเก็บ 50 เหรียญก็จริง แต่เบิกคืนจากประกันสังคมได้อีก 47 เหรียญ..”

     จบละ.. แคว่ก แคว่ก แคว่ก.. ตะแล้น ตะแล้น ตะแล่น

     ขอโทษ นอกเรื่อง มาตอบคำถามคุณดีกว่า ปัญหาของคุณนี้ภาษาหมอเขาเรียกเหมาโหลยกเข่งว่าปัญหาเซ็กซ์ผิดปกติในผู้หญิง (Female Sexual Dysfunction หรือ FSD) ซึ่งเป็นปัญหาหนักอกวงการแพทย์มาก เพราะผู้หญิงไม่เหมือนผู้ชาย ผู้ชายนั้นเขามีเครื่องมือที่ชัดเจนเพียงอันเดียว คือ “นกเขา” ถ้านกเขามันไม่คึกหรือไม่ขัน การวิจัยและรักษามันก็เจาะไปที่เดียวมันจึงง่าย เดี๋ยวนะ.. พูดถึงเครื่องมือขอเล่าโจ๊กนอกเรื่องอีกเรื่องหนึ่งนะ คือผู้หญิงคนหนึ่งเธอเขียนไปเล่าในรีดเดอร์ส ไดเจสต์ นานมาแล้ว ว่าวันหนึ่งเธอไปพักบ้านสุดสัปดาห์ที่ริมทะเลสาบกับสามีซึ่งเป็นนักตกปลา พอบ่ายขณะสามีนอนหลับเธอไม่มีอะไรทำก็เลยขึ้นไปนั่งอ่านหนังสือพิมพ์เล่นบนเรือตกปลาของสามีโดยปลดเชือกให้เรือลอยเท้งเต้งไปในทะเลสาป นานแค่ไหนไม่ทันรู้ตัวก็มีเรือตำรวจน้ำมาเทียบ นายตำรวจหนุ่มกวาดตาสำรวจมองดูเบ็ดตกปลา และกล่องเหยื่อในเรือแล้วว่า
   
     “.. คุณนายครับ ผมขอจับคุณในข้อหาตกปลาในบริเวณปลาวางไข่ซึ่งมีกฎห้าม”

ว่าแล้วก็ควักสมุดออกมาเขียนใบสั่งปรับ 600 เหรียญ คุณนายเธอก็แหวเอาทันที

    “...จะบ้ารึไง ฉันตกปลาที่ไหนกัน ฉันนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่นี่ไม่เห็นรึไง”

    ตำรวจใจเย็นอธิบายข้อกฎหมายว่า

     “...คุณนายครับ คุณได้ทำผิดแล้วตามกฎหมาย เพราะคุณมีอุปกรณ์เครื่องมือครบครัน”

    คราวนี้คุณนายยืนขึ้นแอ่นหน้าอกโชว์ แล้วแหวดังกว่าเดิม

    “...เอาสิคะคุณตำรวจ ถ้าคุณจับฉัน ฉันจะไปแจ้งความกับนายกเทศมนตรีว่าคุณปลุกปล้ำทำอนาจารฉันบนเรือ”

    ตำรวจหนุ่มซึ่งมาคนเดียวร้องว่า

    “..ฮ้า จะบ้าเหรอคุณนาย ผมเป็นนายตำรวจนะ คุณนายมีหลักฐานอะไรจะปรักปรำผมอย่างนั้น”

คุณนายยิ้มที่มุมปาก ยักไหล และว่า

    “ไม่รู้แหละ ก็คุณมีอุปกรณ์และเครื่องมือครบครันนี่”

    จบละ.. แคว่ก แคว่ก แคว่ก.. ตะแล้น ตะแล้น ตะแล่น

     อ้าว เผลอนอกเรื่องอีกแล้ว ถึงไหนละ อ้อ.. เรื่องความยากของการวินิจฉัยโรคนี้ในผู้หญิง ทางการแพทย์จึงจำแนกให้มันแยกย่อยลงไปเพื่อให้การวินิจฉัยและรักษาง่ายขึ้น คือแบ่งเป็น

1.      Noncoital sexual pain คือยังไม่ทันเข้าได้เข้าเข็มกันเลย แค่ลูบๆคลำข้างนอกก็เกิดอาการปวดในช่องคลอดรุนแรงจนทำอะไรต่อไม่ได้
2.      Vaginismus คือตอนโหมโรงก็โอเค. แต่พอจะมีการสอดใส่อวัยวะเพศ ช่องคลอดจะหดตัวรุนแรงจนสอดใส่อวัยวะเพศเข้าไปไม่ได้เลย ทั้งๆที่ช่องคลอดไม่ได้มีอะไรผิดปกติ
3.      Dyspareunia คือเจ็บช่องคลอดเวลามีเพศสัมพันธ์
4.      Orgasmic disorder คือไม่เคยถึงจุดสุดยอดเวลาร่วมเพศ
5.      Sexual arousal disorder พูดง่ายๆว่าโรคปลุกมู้ดไม่ขึ้น ลูบๆคลำๆยังไงก็ไม่มีอารมณ์
6.      Sexual aversion disorder คือกลัวการมีเซ็กซ์แบบขี้ขึ้นสมอง หนีสุดฤทธิ์สุดเดช
7.      Hypoactive sexual desire disorder (HSDD) คือ มันเบื่อ ไม่มีอารมณ์ ไม่อยาก

     กรณีของคุณเป็นแบบสุดท้าย คือ HSDD ซึ่งผมขอแปลว่า “โรคกามกิเลสบาง” โรคนี้ถ้าเป็นในบางวัฒนธรรมอย่างในสังคมไทยนี้ ถือว่าควรได้รับการยกย่องซะอีกนะ โรคนี้ยังแยกย่อยเป็นแบบ “ทั่วไป” คือจะกับใครๆก็ไม่มีอารมณ์ทั้งนั้น กับแบบ “จำเพาะ” คือกับคนอื่นก็ไม่แน่ แต่กับ ผ. ของตัวเองนั้นไม่เอาเลย (แหะ..แหะ ไม่ได้ว่าคุณนะครับ แค่จำแนกโรคตามตำราแพทย์ให้ฟัง) ประเด็นคือทางการแพทย์จะถือว่า HSDD เป็นโรคก็ต่อเมื่ออาการมันทำให้เกิดความเครียดอย่างมาก หรือเกิดปัญหาต่อความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยา

     งานวิจัยโรคนี้ ส่วนใหญ่พยายามไปหาสาเหตุว่าเป็นเพราะขาดสารเคมีที่เชื่อมต่อสัญญาณระหว่างเซลประสาท (neurotransmitter) หรือไม่ เพราะงานวิจัยเหล่านั้นสนับสนุนโดยบริษัทเบริงเกอร์ซึ่งตั้งท่าจะผลิตสารเคมีทดแทนออกมาขาย แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่เห็นมีอะไรออกมาขาย เข้าใจว่าคงใช้แล้วไม่ได้ผลหรือมีพิษมากเกินไปก็เป็นได้

     การรักษาโรคนี้ หากว่ากันตามตำราแพทย์ก็มีอยู่สามส่วนคือ

     ส่วนที่ 1. การค้นหาและรักษาโรคร่วมที่อาจจะเป็นสาเหตุของเซ็กซ์เสื่อม รวมทั้งยาที่ทานอยู่ประจำด้วย เช่น
1.1  โรคเบาหวาน ทำให้ช่องคลอดแห้ง ช่องคลอดอักเสบ ติดเชื้อ
1.2  โรคต่อมไทรอยด์ ต่อมใต้สมอง ต่อมหมวกไต ทำให้ช่องคลอดแห้ง
1.3  โรคโลหิตจาง ทำให้ไร้ความรู้สึก ปลุกไม่ขึ้น
1.4  โรคอัมพาต อัมพฤกษ์ หรือบาดเจ็บของไขสันหลัง ทำให้ความรู้สึกลดลง
1.5  ช่องคลอดอักเสบ ติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน เยื่อบุโพรงมดลูกอักเสบ ทำให้เจ็บเวลาร่วมเพศ
1.6  เนื้องอกมดลูก ทำให้หมดอารมณ์ ปลุกยาก
1.7  โรคไตวาย ทำให้ฮอร์โมนเสียดุลจนความอยากลดลง
1.8  โรคข้ออักเสบ ทำให้ไม่อยากขยับตัว อย่าว่าแต่เด้งเลย เพราะมันปวดข้อ
1.9  การผ่าตัดใดๆที่เคยทำ เช่นตัดรังไข่ ตัดมด (ศัพท์ของพยาบาลที่เขาเรียกตัดมดลูกนะครับ) ทำให้ช่องคลอดแห้งได้
1.10          การตัดฝีเย็บ (episiotomy) ขณะคลอด อาจมีผลให้เกิดปากช่องคลอดรัดตัวมากจนเจ็บได้
1.11          การผ่าตัดเต้านม มีผลให้เสียความมั่นใจ จนหมดอารมณ์ได้
1.12          ยาลดความดัน และยารักษาโรคจิตโรคประสาททั้งหลาย ล้วนลดความอยากทางเพศ และทำให้ถึงออร์แกสซั่มยาก
1.13          ยาแก้ปวดในกลุ่มฝิ่น มอร์ฟีน โคเดอีน ทำให้ความอยากทางเพศหายไปได้

    ส่วนที่ 2. การใช้ยา ซึ่งก็มียาให้หมอเลือกใช้อยู่สองตัว คือฮอร์โมนเพศหญิงทดแทน ในกรณีที่ระดับฮอร์โมนเพศหญิงลดลงต่ำเนื่องจากใกล้หมดหรือหมดประจำเดือน เพราะถ้าไม่ทดแทนช่องคลอดและอวัยวะเพศก็จะแห้ง ยาอีกตัวหนึ่งที่ FDA อนุมัติให้ใช้คือฮอร์โมนเพศชาย (เทสโทสเตอโรน) ชนิดแปะผิวหนัง ทั้งนี้เพราะการเกิดความรู้สึก “อยาก” ในทางเพศนี้ ไม่ว่าจะในผู้ชายหรือผู้หญิง ล้วนขับดันโดยฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนทั้งสิ้น ยานี้มีขายในชื่อการค้าว่า Intrinsa

     ส่วนที่ 3. การพยุงด้านจิตวิทยา ซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นการรักษาในบริบทของ “ความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยา” พูดง่ายๆว่าต้องมารักษาด้วยกันทั้งคู่ ประเด็นหลักก็จะเป็นการค้นหาและแก้ไขปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างกันและการสื่อสารที่ทำให้เข้าใจอะไรไม่ตรงกัน ไม่ว่าจะสื่อสารด้วยวาจาหรือด้วยท่าทาง รวมทั้งการหาทางรื้อฟื้นการสร้างความหวานซึ้งตรึงใจกันด้วยวิธีอื่นที่ไม่ต้องมีเซ็กซ์กันขึ้นมาใหม่ด้วย ถ้ามีความเครียดแฝงอยู่ตรงไหน ก็แก้ไขตรงนั้น

      ทั้งสามข้อนั้นเป็นหลักวิชานะครับ ความเห็นส่วนตัวของผมเอง ผมยังรู้สึกว่าหญิงไทยเซ็กซ์ของเธอเกิดจากสมอง ผมพบผู้ป่วยจำนวนมากที่มาด้วยเรื่องอื่นแล้วผมซักประวัติได้ว่าเธอไม่เคยรู้จักการเกิดออร์แกสซั่ม (orgasm) เลยตั้งแต่สาวจนแก่มีลูกมีเต้า แต่เธอก็สบายดีไม่ได้เดือดร้อนอะไร อย่างนี้ถ้าเข้ามือหมอโรคจิตก็จะถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรค orgasmic disorder แล้ว แต่จริงๆแล้วเธอไม่ได้ป่วย เธอสบายดี เพราะเซ็กซ์สำหรับเธอสาระหลักมันอยู่ที่สมอง ไม่ใช่ที่อวัยวะเพศ ผมจึงมีวิธีแก้แบบมวยวัดในแบบฉบับของผมเอง ซึ่งไม่เกี่ยวกับหลักวิชาแพทย์ ว่าควรทำเป็นขั้นตอนหรือเป็นก๊อก ดังนี้

     ก๊อกที่ 1. เริ่มที่ตัวเราเองก่อน ไม่ต้องไปยุ่งกับคุณ ผ. เริ่มด้วยการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของเราเสียใหม่อย่างสิ้นเชิง เปลี่ยนจากคนที่ไฟกำลังจะมอด มาปลูกความฝันใหม่ แล้วสร้างตัวเราเองเพื่อให้ฝันนั้นเป็นจริง ทั้งในเรื่องเป้าหมายชีวิตในช่วงถัดไป ที่ชาวบ้านเขาเรียกว่า “วัยทอง” นะแหละ มันจะเป็นช่วงที่มีความยาวนานราว 30 ปี ถ้าเราไม่มีฝันว่าจะทำอะไร เราก็จะกลายเป็นต้นไม้ตายซาก (dead wood) ไปอีก 30 ปี ไหวหรือ เมื่อสร้างฝันขึ้นมา จะเป็นฝันที่จะทำงานจริงๆหรือจะทำงานอดิเรกอย่างจริงจังก็ได้ แล้ว เอาฝันนั้นเป็นเชื้อ เติมไฟ ไล่ตามความฝันนั้น จินตนาการตัวเองว่าจะเป็นหญิงวัยทองที่เท่  (noble citizen) อกผายไหล่ผึ่งมีสง่าราศี รูปร่างดี ไม่อ้วน ไม่ผอม เคลื่อนไหวคล่องแคล่ว อารมณ์ดี ตามีแวว มีชีวิตชีวา ออกกำลังกายให้ถึงระดับมาตรฐาน (ออกกำลังกายแบบแอโรบิกจนหอบแฮ่กๆร้องเพลงไม่ได้ครั้งละ 30 นาทีอย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 วัน ควบกับออกกำลังกายแบบฝึกกล้ามเนื้ออีกอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง) ปรับโภชนาการให้ได้มาตรฐาน ลดอาหารคาร์โบไฮเดรตลง เพิ่มผักและผลไม้ให้ได้วันละ 5 เสริฟวิ่งขึ้นไป ทานโปรตีนให้พอ จัดการความเครียดให้ดี มีเวลาพักผ่อนนอนหลับพอเพียง ทำกิจกรรมที่ร่างกายได้มีโอกาสผ่อนคลาย เช่นฝึกสมาธิ โยคะ รำมวยจีน ฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เป็นต้น ทำอย่างนี้จนเรากลายเป็นคนใหม่ที่เราอยากเป็น แล้วดูซิว่าอะไรๆเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์กับสามีมันดีขึ้นหรือเปล่า ถ้าไม่ดีขึ้นก็ไปก๊อกสอง

     ก๊อกที่ 2. คือการนั่งลงคุยกับสามี แต่จะมาถึงก๊อกนี้ต้องทำก๊อกหนึ่งให้เสร็จสมบูรณ์ก่อนนะ ไม่งั้นการนั่งลงคุยกันจะไม่เวอร์ค เพราะต่างฝ่ายต่างก็จะสาธยายความโหล่ยโท่ยน่าเบื่อหน่ายของอีกฝ่ายหนึ่ง โดยเฉพาะความบกพร่องของผู้ชายวัยทองนั้นมีมากโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ แต่เมื่อถูกแฉก็จะรับไม่ได้ กล่าวคือชายวัยทองนี้มีธรรมชาติในเรื่องเพศว่าจะต้องรีบสำเร็จกิจโดยไม่สนใจจะช่วยให้คู่ขามีความสุขไปด้วยกัน ซึ่งจุดนี้เป็นจุดที่ทำให้เพศสัมพันธ์ในวัยทองล่ม มองเผินๆเหมือนกับว่าผู้ชายพอเข้าวัยทองแล้วเปลี่ยนไปเป็นเห็นแก่ตัว จะพูดอย่างนั้นก็ได้ แต่สาเหตุส่วนหนี่งเป็นเพราะฮอร์โมนที่ลดลง ทำให้ทำอะไรก็ต้องรีบทำ เดี๋ยวแรงส่งไม่ถึงฝั่ง ทำนองนั้น เอาเป็นว่าหากเราไม่ได้ปรับชีวิตในส่วนของเราให้เต็มที่แล้วมานั่งคุยกัน มันจะจบลงด้วยการไม่เข้าใจกันหนักขึ้น จนอาจต้องแยกห้องนอน หรือแยกบ้านอยู่กันไปเสียฉิบ คือการนั่งลงคุยกับสามีต้องไม่ใช่การตั้งข้อเรียกร้องแบบสหภาพคุยกับนายจ้าง แต่เป็นการแชร์เป้าหมายชีวิตในวัยทองว่าเราต้องการมีชีวิตอย่างไร สามีต้องการอย่างไร ในเรื่องเพศ เราต้องการอย่างไร สามีต้องการอย่างไร ต้องยอมรับก่อนว่ามาถึงวัยใกล้เชิงตะกอนแล้วนี้ ต่างฝ่ายต่างก็จะต้องทำพันธกิจในชีวิตของตัวเองให้เสร็จก่อนตาย บางรายแบบว่าต้องทำให้ได้ แม้จะต้องสะบั้นความสัมพันธ์อันดีที่มีกันมานานก็จะยอม ดังนั้นการใจเย็นรับฟังความต้องการของกันและกันจึงสำคัญ ซึ่งมันอาจจะเป็นความต้องการคนละแบบกันเลยก็ได้ เมื่อทราบความต้องการของแต่ละฝ่ายแล้ว จึงค่อยมาร่างแผนชีวิตวัยทองในเรื่องเซ็กซ์ร่วมกันขึ้นมาใหม่ หาจุดลงตัวที่ทั้งสองฝ่ายรับได้ว่ามันเป็นไปได้ในชีวิตจริง โดยไม่มีฝ่ายไหนจะเอาแต่ได้อยู่ฝ่ายเดียว บางทีจุดนั้นมันอาจจะอยู่ไกลจากที่เราคาดหมายมาก แต่หากจะให้ชีวิตคู่ในวัยนี้ลงตัว เราก็ต้องทำใจ คือมันแล้วแต่ว่าเราไปได้มนุษย์แบบไหนมาเป็น ผ. ตัวอย่างเช่นคนไข้คู่หนึ่งอายุหกสิบกว่าทั้งคู่ (คนไทย) ฝ่ายชายเป็นฝ่ายที่แรงมากในเรื่องเพศ ทั้งคู่คุยกันแล้วสรุปว่าฝ่ายหญิงขอยุติกิจกรรมทางเพศทุกชนิดเป็นการถาวร แม้จะยังนอนห้องเดียวกันอยู่ แต่ก็เปิดให้ฝ่ายชายไปหัวหกก้นขวิดที่ไหนก็ตามใจ จะไปตายด้วยเอดส์ก็ไม่ว่า แต่อย่าทำอะไรให้ครอบครัวเดือดร้อนเสียหน้าเสียตาในสังคมก็แล้วกัน เมื่อแรกตกลงกันได้ฝ่ายชายดีใจมาก รีบตุนยาไวอากร้า แล้วก็ปร๋อไปปร๋อมาอยู่พักใหญ่ แล้วอยู่ๆก็เลิกปุ๊บ หันมาอี๋อ๋อกับเมียใหม่ พาเมียไปเที่ยวต่างประเทศบ้าง ไปโรงยิมกับเมียบ้าง ไปช่วยเมียจัดคอร์สฝึกอบรมธรรมะบ้าง เมื่อถูกถามเชิงหยอกว่าอ้าว เมียเขาให้วีซ่าแล้วทำไมไม่ไปบินละ เขาตอบว่า

     “..อยู่กับอีหนูมันมีแต่จะสมเพศตัวเองยิ่งขึ้นทุกวัน แต่มาอยู่กับเมียรู้สึกว่าชีวิตมีค่ายิ่งขึ้น”

  เออ.. เป็นงั้นไป ผมไม่ทราบว่าเขายังแอบไปหาอีหนูบ้างหรือเปล่า แต่ก็ช่างเขาเถอะ เพราะอย่างไรเขาก็ยังถือวีซ่าอยู่ หึ..หึ

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

บรรณานุกรม

1.     Basson R, et al. “Report of the International Consensus Development Conference on Female Sexual Dysfunction: Definitions and Classifications,” Journal of Urology 2000 : 163;888–895
2.     Diagnostic and Statistical Manual of Mental Disorders (4th ed.). Washington DC: American Psychiatric Association. 2000.
3.      Warnock JJ (2002). "Female hypoactive sexual desire disorder: epidemiology, diagnosis and treatment". CNS Drugs 16 (11): 745–53. PMID 12383030.
4.     Clayton AH (July 2010). "The pathophysiology of hypoactive sexual desire disorder in women". Int J Gynaecol Obstet 110 (1): 7 -11. doi:10.1016/j.ijgo.2010.02.014.PMID 20434725.