29 ตุลาคม 2555

น้ำโมเลกุลหกเหลี่ยม แปดเหลี่ยม สิบแปดมงกุฎ


อาจารย์ครับเห็นบทความของสองนายแพทย์คือ นายแพทย์ .... กับ นายแพทย์ .... เขียนเรื่องประโยชน์ของการดื่มน้ำโมเลกุลหกเหลี่ยม และเห็นมีการจำหน่ายน้ำประเภทนี้ผ่านเครื่องผลิตน้ำด้วย อยากทราบว่าประโยชน์ต่อร่างกายจริงๆแล้วเป็นอย่างไรครับ (ผมอ่านในคลังบทความของคุณหมอทั้งหมดแล้วไม่พบครับ) ผมจะไม่เชื่อใครนอกจากความรู้ของอาจารย์ครับ ขอกราบขอบพระคุณล่วงหน้า และคิดว่าจะเป็นประโยชน์กับหลายๆคนครับ

...........................

ตอบครับ

ขอบคุณมากครับที่อุตสาหะย้อนอ่านดูบทความเก่าจนหมดแล้วยืนยันว่าผมไม่เคยเขียนเรื่องนี้ ตัวผมเองก็จำไม่ได้เหมือนกันว่าเขียนอะไรไว้บ้าง เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องเก่าแล้ว

     1.. เอาประเด็นโมเลกุลของน้ำก่อน คือโมเลกุลของน้ำ มันก็คือโมเลกุลของน้ำ คือมีไฮโดรเจนสองอะตอม ออกซิเจนหนึ่งอะตอม บอกไม่ได้ว่าเป็นกี่เหลี่ยมกี่มุม นึกภาพคุณเอาดินเหนียวกลมๆสามก้อนมาแหมะติดกันมันจะมีได้กี่เหลี่ยมละครับ มันไม่เป็นเหลี่ยมไม่เป็นมุมมากกว่า แล้วก็ไม่มีลิงที่ไหนจะถ่ายรูปโมเลกุลของน้ำออกมาโชว์ชาวบ้านได้หรอกครับ เพราะมันเป็นโครงสร้างที่เล็กจนไม่มีกล้องถ่ายรูปชนิดใดๆจะมองเห็นแม้กระทั่งกล้องจุลทรรศน์อีเล็กตรอน โครงสร้างโมเลกุลของน้ำมันเป็นเช่นนี้นะเธอ และจะเป็นเช่นนี้เสมอ.. ไม่ว่าจะเป็นน้ำดีน้ำเน่าก็มีโครงสร้างโมเลกุลเหมือนกันหมด ส่วนที่ทำให้ดีหรือเน่าคือสิ่งที่ปนเปื้อนเข้ามาในน้ำ

     2.. รูปถ่ายน้ำหกเหลี่ยม หรือกี่เหลี่ยมก็ตาม ที่มีโชว์อยู่ตามหนังสือหรือตามเว็บนั้น มันเป็นรูปถ่ายของผลึกน้ำแข็งนะครับ หรือผลึกหิมะ ไม่ใช่โมเลกุลของน้ำ คำว่า "ผลึก" นี้มันอันโตบะเล่งเท่งมองเห็นด้วยตาเปล่าและเป็นคนละเรื่องกับโมเลกุล ต้องย้ำอีกทีไม่งั้นเดี๋ยวเด็กศิลป์ซึ่งอ่านบล็อกนี้อยู่จำนวนมากจะเข้าใจชีวิตผิดไป การก่อตัวของผลึกของน้ำแข็ง หรือของเกล็ดหิมะ ตามธรรมชาติมันก็อาจมีรูปร่างแตกต่างกันได้อยู่แล้ว เพราะมันมีกลไกการเกิดคล้ายๆกับการเกิดหยาดเม็ดฝน คือน้ำจะเกาะตัวอยู่รอบๆเม็ดฝุ่นหรือสิ่งสกปรก ยิ่งน้ำมีอะไรปนเปื้อนมาก เวลาตกผลึกก็ยิ่งได้ผลึกเป็นรูปพิศดารพันลึกได้มาก ในทางตรงกันข้าม ถ้าน้ำสะอาดบริสุทธิ์มากเวลาแข็งตัวจะก่อตัวเป็นผลึกยาก นอกจากนี้ความแตกต่างในรูปร่างของผลึกน้ำแข็งที่เกิดขึ้นมีผลศึกษาที่สรุปไว้เป็นอย่างดีแล้วว่ามันเป็นไปตามอิทธิพลจากอุณหภูมิและปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ เช่นถ้าเราไปถ่ายรูปผลึกน้ำแข็งที่อุณหภูมิ -5 องศาก็จะได้รูปร่างอย่างหนึ่ง ไปถ่ายรูปผลึกที่อุณหภูมิ -20 องศาก็จะได้รูปร่างอีกแบบหนึ่ง การเปลี่ยนรูปทรงของผลึกน้ำแข็งไปตามอุณหภูมินี้เป็นสัจจธรรมในทางวิทยาศาสตร์ที่รู้กันทั่ว แต่ว่าไม่เกี่ยวอะไรกับโครงสร้างทางโมเลกุลของน้ำ การบอกว่าน้ำมีโครงสร้างโมเลกุลต่างกันเมื่อตกผลึกแล้วจะให้ผลึกรูปร่างต่างกันนั้นเป็นไปไม่ได้ในทางวิทยาศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ฟังแล้วหัวเราะก๊าก เพราะโครงสร้างโมเลกุลซึ่งเป็นหน่วยย่อยที่สุดของน้ำนั้นมีอย่างเดียว ไม่อาจเปลี่ยนแปลงเป็นโครงสร้างแบบอย่างอื่นได้

     3.. เมื่อประมาณปี 1999 ซึ่งก็สิบกว่าปีมาแล้ว มีพ่อค้าและนักเขียนชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งซึ่งเรียนจบการแพทย์ทางเลือกที่อินเดียชื่ออีโมโต้ (Dr. Masaru Emoto) เขียนหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ  Hidden Messages in Water ซึ่งก็สิบกว่าปีมาแล้ว มีเพื่อนคนหนึ่งส่งมาให้ผมอ่าน แต่ผมอ่านได้สี่ห้าหน้าแล้วก็ทิ้งไปเพราะเป็นหนังสือที่ผมมองเห็นว่าไร้สาระ อีโมโต้ถ่ายรูปผลึกเกล็ดของหิมะและผลึกน้ำแข็งแบบต่างๆ แล้วบอกว่าน้ำเนี่ยมันอ่านหนังสือออก รับความรู้สึกได้ ถ้าพูดดีๆกับน้ำ หรือเขียนคำดีๆแปะไว้ข้างแก้วน้ำ หรือสวดมนต์ให้น้ำฟัง น้ำนั้นจะกลายเป็นน้ำชนิดดีมีพลัง เวลาน้ำนั้นกลายเป็นน้ำแข็งมันจะตกผลึกเป็นรูปสวยงามไม่ใช่ผลึกมั่วซั่วเละเทะ แล้วถ้ากินน้ำดีๆมีพลังอย่างที่ว่านี้สุขภาพก็จะดี สาระหลักของหนังสือมีประมาณนี้ แต่ที่ผมโยนหนังสือทิ้งก่อนที่จะอ่านจบก็เพาะอีโมโต้พยายามปลอมความคิดของเขาให้เป็นวิทยาศาสตร์ อย่างตอนหนึ่งของหนังสือเขาอธิบายการเปลี่ยนแปลงของรูปร่างผลึกของน้ำด้วยกฎความไม่แน่นอนของไฮเซนเบอร์ก (Heisenberg’s Uncertainty Principle) แหม ท่านผู้อ่านครับ ผมเนี่ยตอนเรียนหนังสือสอบตกวิชาฟิสิกส์นะ (เพราะไปเอาการบ้านเพื่อนมาถ่ายเอกสารแล้วส่งให้ครู แบบว่าลอกการบ้านแบบไฮเทคประชดครู ฮิ ฮิ) แต่ว่าเมื่อได้มาอ่านวิธีประยุกต์ใช้หลักไฮเซนเบอร์กของอีโมโต้มาหลอกคนแล้ว ผมเกิดความรู้สึก “งืด” ว่าแหม พี่ยุ่นนี่แกคิดได้ไงเนี่ย  

     หมายเหตุ: สำหรับเด็กศิลป์ กฎความไม่แน่นอนของไฮเซนเบอร์กเป็นความพยายามอธิบายข้อจำกัดของคณิตศาสตร์เมื่อเอามาคำนวณพฤติกรรมของอนุภาค (เช่นอีเล็กตรอน) ว่าเราจะไม่สามารถคำนวณให้ได้ผลเที่ยงตรงทั้งสองพฤติกรรมในขณะเดียวกันได้ เช่นสมมุติว่าเราทราบตำแหน่ง (position) ที่แน่นอนของอนุภาค เราก็ไม่มีทางทราบโมเมนตัม (มวลกับความเร็ว) ที่แน่นอนของมันในขณะนั้นได้ แต่ถ้าเราทราบว่าโมเมนตัมที่มันวิ่งอยู่ว่าเป็นเท่าไร เราก็ไม่อาจจะบอกตำแหน่งที่แท้จริงของมันได้ อย่างนี้เป็นต้น ทั้งหมดนี้เป็นหลักพื้นฐานในวิชาควันตัมฟิสิกส์ซึ่งไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการตกผลึกของน้ำแข็งเลย..พระเจ้าค่ะ

     4.. ถามว่าเคยมีงานวิจัยไหมว่าถ้าพูดดีๆกับน้ำแล้ว เวลาน้ำนั้นกลายเป็นน้ำแข็งมันจะตกผลึกสวยๆให้ดู ตอบว่ามีครับ มีตีพิมพ์ไว้สองรายการ ซึ่งเป็นงานวิจัยของอีโมโต้และคณะทั้งคู่ ตีพิมพ์ไว้ในหนังสือวารสารการแพทย์ทางเลือกซึ่งวงการแพทย์แผนปัจจุบันไม่ค่อยมีใครอ่านกัน แต่ผมอ่าน เพราะผมชอบอ่านอะไรบ้าๆบอๆแก้เซ็ง ผลวิจัยของอีโมโต้สรุปไปทางสนับสนุนความคิดของอีโมโต้ คือสรุปว่าถ้าพูดดีๆกับน้ำ สวดมนต์ให้น้ำฟัง เวลาเอาน้ำนั้นไปทำให้แข็งหรือตกผลึกแล้ว จะได้ผลึกที่สวยงามกว่าน้ำที่ไม่มีคนพูดอะไรให้ฟัง แต่ว่าไม่มีใครที่ไหนอื่นมาทำวิจัยนี้ซ้ำเพื่อพิสูจน์ว่าจริงหรือไม่ ผมเข้าใจว่าวงการวิทยาศาสตร์คงมองเห็นอีโมโต้ว่าเป็นอะไรที่ไร้สาระจนไม่ยอมเสียเวลายุ่งด้วย ซึ่งผมก็เข้าใจ อย่างสมมุติว่าถ้ามีใครสักคนรายงานผลวิจัยของเขาในวารสาร อะรูมิไร้ (อะไรมิรู้) ว่าเขาสามารถสาปผู้ชายให้กลายเป็นผู้หญิงได้ ถามว่าผมอยากจะไปทำวิจัยนั้นซ้ำเพื่อพิสูจน์ไหม ผมก็คงไม่ทำครับ เพราะมันเป็นเรื่องไร้สาระที่นอกเส้นทางวิทยาศาสตร์ไปไกลมากเกินไป

     5.. ถามว่าถ้าขยันดื่มน้ำมนต์ หรือน้ำที่มีคนพูดดีๆด้วย ทำดีๆด้วย หรือเอาไปผ่านเครื่องทำน้ำมนต์อัตโนมัติ ผ่านหินวิเศษ แช่เหรียญวิเศษ ให้กลายเป็นน้ำดีมีพลัง จะเรียกว่าเป็นน้ำหกเหลี่ยม น้ำแปดเหลี่ยม หรือน้ำสิบแปดมงกุฎก็ตาม แล้วสุขภาพจะดีขึ้นไหม แหะ..แหะ ตอบว่า วงการวิทยาศาสตร์ไม่มีข้อมูลเรื่องอย่างนี้หรอกครับ ผมว่าท่าทางคุณจะมาหาผิดที่ซะแล้วมั้ง ถ้าคุณจะหาผีนางนาค คุณก็ต้องไปศาลแม่นาคที่ซอยอ่อนนุช ถูกแมะ ไม่ใช่ไปเดินหาที่ห้างพารากอน มันคนละทิศคนละทางกัน แปลไทยเป็นไทยก็คือว่าไม่เคยมีใครทำวิจัยเรื่องผลขอ
งน้ำมนต์หรือน้ำหกเหลี่ยมต่อสุขภาพไว้เลยครับ

    6.. ถามว่าเป็นนายแพทย์แล้วจะชักจูงให้คนทำอะไรที่ไม่สอดคล้องกับหลักวิชาแพทย์แผนปัจจุบัน หรือที่ไม่มีหลักฐานข้อมูลวิทยาศาสตร์รองรับ ได้ไหม ตอบว่า

“..เมืองไทยนี้ แสนดีหนักหนา
ใครใคร่ค้าช้าง ค้า
ใครใคร่ค้าม้า ค้า
อย่าเหยียบตาปลากันเข้าก็แล้วกัน..เป็นเรื่อง
ผมจึงต้องลบชื่อคุณหมอในจม.ของคุณออกไงครับ.. ”

     7. พูดถึงอีตาอีโมโต้นี้ นอกจากจะเขียนหนังสือแล้วแกยังขายของทางอินเตอร์เน็ทสาะพัดสาระเพ ซึ่งล้วนแต่เกี่ยวข้องกับทฤษฏีน้ำดีน้ำเสียของแกทั้งสิ้น

     8. ผมแถมให้อีกประเด็นหนึ่งเพราะเคยมีคนถามมานานแล้วแต่ผมไม่มีเวลาตอบ คือถามว่าจริงไหมที่ว่าน้ำโมเลกุลหกเหลี่ยมนี้ดูดซึมเข้าสู่เนื้อเยื่อของร่างกายได้ดีกว่าน้ำที่เราดื่มกินกันตามปกติหลายเท่า อันนี้ผมตอบได้ตามหลักฐานวิทยาศาสตร์ว่า "ไม่จริงครับ" เพราะโมเลกุลของน้ำหน้าตามันเหมือนกันหมด ไม่ว่าจะเป็นน้ำมนต์หรือน้ำธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นน้ำที่เมื่อแข็งตัวแล้วจะให้ผลึกรูปกี่เหลี่ยมก็ตาม หรือให้ผลึกสวยไม่สวยก็ตาม คือโมเลกุลน้ำที่เหมือนกันหมดนี้มันก็ผ่านเยื่อบางที่บุหุ้มรอบเซลได้อิสระเสรี กลไกที่จะทำให้มันเข้าสู่เนื้อเยื่อได้เร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับแรงสองแรงที่ช่วยกันอยู่ในที แรงแรก ก็คือแรงดูดจากความเข้มข้นของของเหลวในเซล (osmosis) คือน้ำมีธรรมชาติวิ่งจากของเหลวที่มีความเข้มข้นต่ำ (นอกเซล) ผ่านเยื่อบุไปหาของเหลวที่มีความเข้มข้นสูง (ในเซล) เช่นถ้าร่างกายขาดน้ำ เซลเหี่ยว ของเหลวในเซลมีความเข้มข้นมาก น้ำก็จะเข้าเซลได้เร็ว แรงที่สอง คือแรงดันจากปริมาตรของน้ำในหลอดเลือด (hydrostatic pressure) ซึ่งเปรียบเสมือนแรงดันน้ำประปาในท่อ ถ้าแรงดันดี น้ำก็ถูกอัดออกไปสู่เซลได้เร็ว ดังนั้นคนที่ไม่ชอบดื่มน้ำ ปริมาตรน้ำที่ไหลเวียนในระบบเลือดมีน้อย แรงอัดน้ำออกไปสู่เซลก็มีน้อยตามไปด้วย เซลจึงมีโอกาสขาดน้ำมากกว่าคนที่ชอบดื่มน้ำ 

    9.. ไหนๆก็พูดถึงเรื่องน้ำแล้ว สิ่งที่วงการแพทย์รู้แน่ชัดว่าแล้วมีประโยชน์จริงๆ มีสองประเด็น คือ

    9.1 การลงทุนจัดหาน้ำสะอาดไว้ให้คนดื่ม เป็นการลงทุนทางการแพทย์และสาธารณสุขที่คุ้มค่าที่สุด นี่ผมไม่ได้พูดเอง แต่องค์การอนามัยโลกสรุปไว้ ความรู้ที่ง่ายๆเสมือนหญ้าปากคอกข้อนี้อาจมีประโยชน์และช่วยให้ผู้บริหารท้องถิ่นจัดลำดับการใช้ทรัพยากรได้ดียิ่งขึ้น เพราะบางแห่งทำถนนซะกว้างใหญ่ แต่พอเปิดน้ำประปามีหญ้ากอน้อยๆวิ่งพรวดออกมาจากก๊อกเลยก็มี หรืออีกตัวอย่างหนึ่งคือแถวบ้านพักของผมที่เขาใหญ่ เทศบาลก่อสร้างอะไรต่อมิอะไรอลังการ์เยอะแยะ แต่ถ้าเปิดน้ำประปาดู บางวันบางเวลาน้ำก๊อกที่ไหลออกมาขอโทษ.. สียังกับฉี่ของคนเป็นกรวยไตอักเสบ คำว่าน้ำสะอาดนี้ผมหมายถึงน้ำที่ไม่มีเชื้อโรค ไม่มีสารปนเปื้อนเช่นอึวัว ไม่มีของแถมไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ อย่างเช่นน้ำตาลในเครื่องดื่มต่างๆเนี่ยถือว่าเป็นตัวอย่างของๆแถมที่ทำให้น้ำดีๆกลายเป็นน้ำให้โทษไป

    9.2 ร่างกายต้องการน้ำไปบำรุงรักษาการทำงานของทุกอวัยวะ โดยเฉพาะไต ซึ่งจะเจ๊งก่อนเพื่อนถ้าร่างกายได้รับน้ำไม่พอ ดังนั้นการดื่มน้ำสะอาดให้มากเพียงพอ คือวันละอย่างน้อยสองลิตร จึงเป็นสาระหลักที่ทุกคนควรทำ หากคิดจะทำนุบำรุงสุขภาพตัวเองด้วยน้ำ 

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

บรรณานุกรม

1.     Radin, D, Gail H, Emoto M, Kizu T  "Double-Blind Test of the Effects of Distant Intention on Water Crystal Formation". The Journal of Science and Healing 2006: 2 (5): 408–11. doi:10.1016/j.explore.2006.06.004. PMID 16979104.
2.     Radin, D., Lund, N., Emoto, M., Kizu, T. (2008). Effects of distant intention on water crystal formation: A triple-blind replication.Journal of Scientific Exploration 2008 : 22(4), 481-493.