19 กันยายน 2555

ทายาจี้หงอนแบบเปะปะ เพราะมองไม่เห็น


หนูอายุ20ปี พึ่งรู้ว่าตัวเองเป็นหูดหงอนไก่หลังจากที่ไปตรวจภายในเมื่อวันที่15 กันยายน หนูยอมรับว่าหนูรับไม่ได้ เสียใจมาก แล้วไม่สามารถบอกใครได้ ตอนนี้หนูกำลังใช้ยาแต้มอยู่ค่ะซึ่ง หมอบอกหนูว่ายังเล็กอยู่ตอนนั้นหนูไม่เห็นหรอกค่ะ จนมาส่องแล้วทายาด้วยตัวเอง ตกใจมากค่ะ มันเป็นผืน เม็ดเล็กๆ น่ากลัวจังค่ะ หนูทายามาตลอดได้ประมาณห้าวันแล้วค่ะ แต่วันที่ห้านี่หนูเจ็บมากเลยค่ะ เจ็บตั้งแต่เมื่อคืนเจ็บจนเหมือนจะเป็นลม เพราะหนูทายาตลอดพอทายา มันก็ลอกออกบ้างหนูเลยเอาทิชชูเช็ดออกยอมรับว่าทิชชูมันเเข็ง ไม่ทันคิด เช็ดจนหมด หลังจากนั้น แสบมากเลยค่ะ แสบมาตลอดเวลาเพราะมันทั้งเสียดสีกันและชนกัน หนูก็ทายาเรื่อยๆนะค่ะเพราะเห็นว่ายังเหลืออยู่บางส่วนแต่หนูมองไม่ค่อยเห็นหรอกค่ะเดาๆเอาไม่รุว่าโดนส่วนอื่นไปด้วยหรือไม่ แต่รุว่า ทรมานมากเลยค่ะ แสบเจียนตายหนูจะนั่งจะนอน จะเดิน ลำบากหมด หนูนอนไม่ได้เพราะมันเจ็บมากเกินไป แสบมากค่ะคุณหมอ ยิ่งตอนปัสสาวะ แสบสุดๆ หนูทรมานเหลือเกิน กว่าหมอจะนัดเจอหนูอีกทีก็วันอาทิตย์ พอจะมีอะไรที่จะช่วยบรรเทาอาการแสบนี้มั้ยค่ะ ทรมานเหลือเกิน เรียนก็ไม่ไหว มีเลือดซิบๆบ้าง หนูไม่สบายใจเลยค่ะ ช่วยให้คำแนะนำหนูหน่อยนะค่ะ หนูทรมานเหลือเกิน
 ขอบพระคุณ อย่างสูงล่วงหน้านะค่ะ

……………………………

ตอบครับ

     เวร .. คำเดียวจริงๆ  (สำนวนนี้ผมจำไม่ได้แล้วว่าติดมาจากใคร)
     
     ตัวยาจี้หงอนที่ใช้กันคือ Podophyllin ซึ่งสกัดมาจากพิษของพืชและมีฤทธิ์เป็นยาเคมีบำบัด หมายความว่ากัดกร่อนเนื้อให้หลุดลอกได้ พูดง่ายๆว่าเป็นสารพิษเต็มยศ ยานี้มีสองรูปแบบคือ
     
     รูปแบบที่ 1. เป็นเรซิน มีความเข้มข้นประมาณ 15-25% การใช้จะต้องใช้โดยแพทย์จี้กันที่คลินิก ก่อนจี้ต้องทาวาสลินคุ้มกันเนื้อเยื่อข้างๆให้แน่นหนาก่อนกันพลาดไปจี้เอาเนื้อดีเข้า จี้แล้ว 4 ชั่วโมงต้องเอาล้างออก แล้วมาจี้ซ้ำอีกทุกสัปดาห์จนครบ 6 สัปดาห์หรือจนหงอนหาย เรียกว่าจี้กันจนเบื่อกันไปทั้งสองข้าง ยาในรูปแบบนี้ปกติเขาจะไม่ให้คนไข้เอาไปใช้เองที่บ้าน เพราะเป็นสารพิษรุนแรงอันตรายมาก จะใช้แต่ในโรงพยาบาลเท่านั้น
     
     รูปแบบที่ 2 เป็นครีมหรือเจล มีความเข้มข้น 0.5% แต่พิษที่จะกัดกร่อนก็ใช่ว่าจะน้อยลงมากนัก เข้าใจว่าที่คุณใช้อยู่เป็นรูปแบบนี้ การทาหรือจี้ยานี้ก็ยังต้องใช้ด้วยความระมัดระวังมาก โดยต้องทาเฉพาะบนตัวหงอนเท่านั้น 100% ไม่เที่ยวทาเปะปะไปบนผิวหนังปกติ เมื่อทาแล้วก็ต้องอ้าขา อ้าซ่า เป่าพัดลม จนครีมที่ทาลงไปแล้วแห้งสนิท จึงจะลุกเดินไปไหนมาไหนได้ มิฉะนั้นยากัดหงอนจะเลอะเปรอะผิวหนังปกติและกัดผิวหนังปกติเอา
    
    ในกรณีที่จี้พลาดไปถูกผิวหนัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้ออ่อนรอบๆทวารหนักหรือช่องคลอด จะเกิดอาการอักเสบรุนแรงแบบว่า ปวด บวม แดง ร้อน หย่อนสมรรถภาพ ทันที (แหะ..แหะ หย่อนสมรรถภาพเนี่ยความจริงไม่เกี่ยวกับกรณีของคุณหรอกครับ อย่าเพิ่งตกใจไป คือสมัยผมเป็นนักเรียนแพทย์ต้องท่องอาการแสดงของการอักเสบว่ามีปวด บวม แดง ร้อน หย่อนสมรรถภาพ มันเลยติดปากนะ) ยานี้ปกติเขาไม่ให้ทาในที่เนื้อเยื่ออ่อนเช่นตามขอบปากช่องคลอด และคนที่ไม่แน่ใจว่าจะท้องหรือเปล่าเขาก็ไม่ให้ใช้ยานี้ เพราะยามันแรง ดูดซึมเข้าไปในร่างกายแล้วมีพิษต่อทารกในครรภ์ได้ อีกอย่างหนึ่งการทายานี้วิธีที่ถูกต้องก็ไม่ใช่ตะบันทาจนยาหมดขวด แต่เขาให้ทาเช้าเย็นติดกัน 3 วันแล้วหยุดไปไม่ทาเลย 4 วัน ทั้งหมด 7 วันนี้นับรวมเป็นหนึ่งรอบ ให้ทาแบบนี้ได้ไม่เกิน 4 รอบ แต่นี่คุณเล่นทาม้วนเดียวจบ 5 วัน แถมทามั่วๆสุ่มๆเข้าเป้าบ้าง โดนเนื้ออ่อนรอบๆบ้าง บรื๊อว..ว แล้วเอากระดาษทิชชูเช็ดให้ยาไปเปรอะเนื้อดีพอทำให้เกิดการบาดเจ็บของเนื้ออ่อนรอบๆแบบว่าพอให้เลือดออกซิบๆ แล้วก็รีบทายากัดหงอนสุ่มๆมั่วๆทับเข้าไปตรงเนื้ออ่อนที่บาดเจ็บนั่นอีก แถมรีบลุกไปไหนต่อไหนทั้งที่ยายังไม่แห้ง  เวร.. เอ๊ย ขอโทษ อย่างนี้ยามันถึงกัดเนื้ออ่อนเปรอะไปจนปวดแสบปวดร้อนเจียนสลบไงละครับ
    
     วิธีแก้ปัญหาต่อจากนี้ คือ
     
     ขั้นตอนที่ 1 คือโยนยากัดหงอนทิ้งไปซะ อย่าลืมว่ายานี้ไม่ได้ทำให้หายจากการติดเชื้อไวรัส HPV นะครับ มันแค่จี้ให้หงอนหลุดไปไม่ให้เป็นเสนียดแก่ตาเราเท่านั้น แต่เชื้อไวรัส HPV นั้นยังสิงอยู่ในตัว ผู้ที่จะทำให้ไวรัสหมดไปจากตัวเราได้คือภูมิคุ้มกันของเราเอง ไม่ใช่ยา ดังนั้นอย่าไปทรมาณทรกรรมกับยาที่ไม่ได้ทำให้คุณหายจากโรคเลย
     ขั้นตอนที่ 2 คืออาบน้ำล้างทำความสะอาดบริเวณสมรภูมิด้วยสบู่อ่อนๆ ซับให้แห้ง แล้วหยุดอยู่แค่นั้น แต่ถ้ามันปวดมากก็อาจจะใช้วิธีกินยาแก้ปวดพาราเซ็ตตามอล อย่าเชื่อผู้หวังดีเอาครีมหรือเอายาอะไรไปทาตรงนั้นอีก เพราะหากเกิดแพ้ครีมหรือยาตัวใหม่เข้าไปอีกคราวนี้ได้บวมอะหลึ่งฉึ่งไปโรงเรียนไม่ได้กันพอดี
    ขั้นตอนที่ 3. เมื่อผ่านไปหลายวันจนภาวะฉุกเฉินสงบแล้ว ให้เอากระจกมาส่องสำรวจดูอย่างละเอียดอีกครั้ง ว่าหงอนยังมีเหลืออยู่หรือเปล่า ถ้ายังมีก็เหลือทางเลือกอีกสองวิธี คือ (1) ทิ้งไว้สังเกตอาการไปก่อน เพราะส่วนหนึ่งมันจะหายไปเองได้ หรือ (2) ถ้าเห็นหงอนแล้วประสาทเสียทนดูไม่ได้ ก็ไปให้หมอจี้ด้วยยาหรือจี้ด้วยความเย็นที่คลินิก อย่าพยายามจี้ยาด้วยตัวเองอีกเลย เพราะแค่นึกก็เสียวไส้แล้ว บรื๊อว..ว

    ขั้นตอนที่ 4. ขั้นตอนนี้ผมแถมให้ ไม่เกี่ยวกับเรื่องจี้หงอนเปะปะหรอก คนที่ติดเชื้อไวรัส HPV มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสผ่านเพศสัมพันธ์ตัวอื่นด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอดส์ เพราะฉะนั้นจะให้ดีไปหาหมอครั้งหน้าขอเจาะเลือดตรวจคัดกรองเอดส์ด้วย คงไม่แจ๊คพ็อตสองเด้งในคราวเดียวหรอก แต่ว่าของอย่างนี้มีข้อมูลดีกว่าไม่มี

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

บรรณานุกรม
1. Tyring  S, Edwards  L, Cherry  LK, Ramsdell  WM, Kotner  S, Greenberg  MD, et al.  Safety and efficacy of 0.5% podofilox gel in the treatment of anogenital warts.  Arch Dermatol.  1998;134:33–8.
2. National guideline for the management of anogenital warts.  Clinical Effectiveness Group (Association for Genitourinary Medicine and the Medical Society for the Study of Venereal Diseases).  Sex Transm Infect.  1999;75(suppl 1):S71–5.

...................................................................

จดหมายจากผู้อ่าน
25 กย. 55
1อยากทราบว่ากรณีเราเป็นหูดหงอนไก่ แล้วรักษาหูดหายแล้ว ฉีดวัคซีนป้องกันแล้วและมีภูมิคุ้มกันดี มีโอกาสหายขาดหรือไม่ค่ะ
2เชื้อมันจะหมดไปจากร่างกายมั้ยค่ะ
3ถ้ามีเพศสัมพันธ์กับแฟนโดยใช้ปาก เค้าจะติดหูดที่ปากมั้ยค่ะ หรือ ถ้าให้เค้าฉีดวัคซีนป้องกันก่อนจะมีโอกาสติดอยู่มั้ยค่ะ
หูดที่หนูเป็นมันยังเล็กเเละน้อยมากกำลังทำการรักษาอยู่ค่ะ แต่หลังจากที่ใช้ยาโพโดทาเองที่แสบทรมานนั้นคุณหมอก็ให้หยุดก่อนจริงๆเนื่องจากเป็นความเข้าใจผิดกันค่ะ เค้าให้ยาหนูที่ช่องจ่ายยา แต่ไม่ได้บอกว่าให้เอาขึ้นไปให้คุณหมอ แต่กลับบอกว่าให้ทาบริเวณหูด ซึ่งความจริงแล้ว คุณหมอ จะเป็นคนจี้ให้เองทุกอาทิตย์ สรุปหนูเจ็บฟรี รอแผลหายค่อยไปจี้ใหม่ ขอบคุณคุณหมอมากเลยนะค่ะที่ตอบกลับมา ไม่งั้นหนูคงแย่กว่านี้มากๆแน่ ตอนนี้ยังบวมอยู่บ้่างแต่ ค่อยบรรเทาไปแล้ว ขอบคุณมากๆจริงๆนะค่ะ

แต่ขอความกรุณาช่วยตอบอีกสักนิดนะค่ะ หนูไม่สบายใจเพราะว่าแฟนหนูเค้าก็ต้องการแต่หนูกลัวเค้าจะติดหนู หนูอยากหายจริงๆค่ะ จึงบ้าตบันจี้ยาเองเจ็บเองเพราะความไม่รู้

ขอขอบพระคุณ ล่วงหน้านะค่ะ

.............................................

ตอบครั้งที่ 2

1.      หูดหงอนไก่ ทั้งหมดหายขาดได้ครับ อีกทั้งเชื้อ HPV ที่ทำให้เกิดหูดหงอนไก่ (HPV type 6 และ type 11) เป็นชนิดที่ก่อมะเร็งน้อยที่สุดในบรรดา HPV ทั้งหลาย จึงไม่มีอะไรให้ต้องกังวลมากไป
2.      เชื้อหูดหงอนไก่หมดไปจากร่างกายได้ครับ
3.      ถ้าพูดถึงเชื้อ HPV ทั่วไป การมีเพศสัมพันธ์ทางปาก ทำให้ติดไวรัส HPV ในลำคอและกล่องเสียงได้ นั่นเป็นเหตุให้อุบัติการณ์ของมะเร็งลำคอและกล่องเสียงของชายรักร่วมเพศสูง กรณีเป็น HPV ชนิด 6 และ 11 ที่ทำให้เกิดหูดหงอนไก่ในปาก คอ กล่องเสียง และหลอดลม ก็เคยมีผู้รายงานไว้ว่ามีคนเคยเป็นมาแล้ว แต่ว่ามันเป็นไม่มากเท่าที่บริเวณอวัยวะเพศครับ
4.      ถ้าฉีดวัคซีนป้องกัน HPV ชนิดที่ครอบคลุมหูดหงอนไก่ด้วยแล้ว จะป้องกันการติดหูดหงอนไก่จากแฟนที่กำลังเป็นหูดอยู่ได้ไหม ตอบว่าป้องกันได้ครับ

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

บรรณานุกรม
1. Sinal SH, Woods CR. Human papillomavirus infections of the genital and respiratory tracts in young children. Semin Pediatr Infect Dis. Oct 2005;16(4):306-16.