08 พฤษภาคม 2555

สาระพัดสตอรี่เกี่ยวกับยาคุมฉุกเฉิน


      ท่านผู้อ่านครับ บล็อกของผมเน้นตอบจดหมายที่ถามเกี่ยวกับโรคจริงๆ โดยเฉพาะโรคเรื้อรังที่ค่อนข้างซับซ้อนยุ่งยากซึ่งท่านผู้อ่านจะหาอ่านคำตอบจากที่อื่นยาก ส่วนคำถามยอดนิยมเช่นทำอย่างนี้จะท้องไหม ทำอย่างนี้จะติดเอดส์หรือเปล่า ผมถือว่าท่านผู้อ่านสามารถหาคำตอบจากที่อื่นได้ทั่วไป จึงไม่ค่อยได้หยิบมาตอบ แต่บรรดาท่านผู้อ่านวัยรุ่นทั้งหลายก็ขยันเขียนคำถามไร้สาระเข้ามากันจัง มีจดหมายวัยรุ่นที่ต้องโละทิ้งแต่ละคราวโดยไม่มีเวลาตอบเป็นร้อยๆฉบับ ในโอกาสที่จะโละจดหมายทิ้งงวดนี้ ผมขอหยิบจดหมายไร้สาระเหล่านั้นมาตอบสั้นๆสัก เจ็ดแปดฉบับนะครับ ท่านที่ไม่ชอบเรื่องไร้สาระจะผ่านไปเลยไม่ต้องอ่านก็ได้ แต่สำหรับท่านที่ชอบอ่านเรื่องราวชีวิตของวัยรุ่น นี่แหละ มาถูกที่เลย


จดหมายฉบับที่ 1.
  
เรียนคุณหมอที่เคารพ

     หนูมีเพศสัมพันธุ์ครั้งแรกกับแฟนเมื่อวันที่ 4 พ.ค. เวลาประมาณตี 3-4 แฟนหลั่งนอกคะ พอตอนเช้า เวลาประมาณ 9 โมง หนูก็กินยาคุมฉุกเฉินเม็ดแรกเข้าไป และกินอีกทีตอนประมาณ เกือบๆ 22.00น. มีเหตุให้กินเกินเวลาที่กำหนดไปเกือบ 1 ชม (กำหนดให้กินเม็ดที่ 2 หลังจากเม็ดแรก 12 ชม คือ 21.00น.)  หลังจากนั้นตอนประมาณ ตี 3 เราก็มีเพศสัมพันธุ์กันอีกคะ รอบแรกเค้าไม่ได้ใส่ถุงยาง แต่หลั่งนอก ส่วนรอบสองเค้าใส่ แต่ถุงมันหลุดกลางคัน แต่เค้าก็หลั่งนอกนะคะ คำถามคือ
1. กินยาคุมฉุกเฉินเม็ดที่ 2 เกินกำหนดเกือบ ชม. เป็นไรรึป่าวคะ?
2.การที่หนูมีเพศสัมพันธุ์ หลังกินยาคุมฉุกเฉินเม็ดที่ 2 ประมาณ 5-6 ชม. จะทำให้หนูท้องได้ป่าวคะ และยาคุมฉุกเฉิน มีฤทธิ์อยู่ได้นานเท่าไหร่คะ?
3.การที่แฟนหนูเพิ่งเสร็จไปครั้งนึงโดยการแตกนอก แล้วมีการสอดใส่อีกครั้งจังหวะถุงยางหลุด จะมีโอกาศที่อสุจิเก่าจากรอบที่แล้วคาอยู่และเล็ดลอดเข้าไปป่ะคะ? แล้วถ้าให้เค้าไปฉี่ก่อนสีเพศสัมพันธุ์รอบต่อไปจะช่วยขับอสุจิที่ตกค้างได้มั๊ยคะ?
Sent from my iPhone

ตอบครับ
1. การกินยาคุมฉุกเฉินเม็ดที่ 2 ช้าไปชั่วโมงสองชั่วโมง ไม่มีผลอะไรหรอกครับ อย่าวอรี่ไปเลย  
2.การมีเพศสัมพันธุ์ หลังกินยาคุมฉุกเฉินเม็ดที่ 2 ประมาณ 5-6 ชม.ยาคุมฉุกเฉินนั้นก็ยังจะมีผลอยู่ครับ เพราะกลไกการออกฤทธิ์ของยาคุมฉุกเฉินคือไปรบกวนผนังมดลูกทำให้ไข่ที่ผสมแล้วลงเกาะที่ผนังมดลูกไม่ได้ เหมือนเขย่ากิ่งไม้ไม่ให้นกเกาะ ระยะเวลาการออกฤทธิ์ของยาคุมฉุกเฉินก็คือระยะเวลาที่ไข่ที่ถูกผสมแล้ว (ที่ปีกมดลูก) เดินทางมายังโพรงมดลูก ซึ่งกินเวลา 6-12 วัน ความคลาดเคลื่อนของเวลากินยาไม่กี่ชั่วโมงจึงมีผลน้อยมาก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอย่าลืมว่าไม่ว่าจะตั้งใจกินยาอย่างดีเพียงใด ยาคุมฉุกเฉินก็ยังมีประสิทธิภาพเพียง 85% นะครับ ไม่ใช่ 100%
3.การที่ฝ่ายชายถึงออร์แกสซั่มแล้ว แล้วมีการสอดใส่อีกครั้งในสภาพถุงยางหลุด ก็ย่อมจะมีโอกาสที่อสุจิเก่าจากรอบที่แล้วจะเล็ดลอดเข้าไปได้แน่นอน
4. การที่ฝ่ายชายถ่ายปัสสาวะหลังจากการถึงออร์แกสซั่มครั้งแรก งานวิจัยพบว่ามีผลช่วยขับอสุจิตกค้างในท่อปัสสาวะได้เกลี้ยง แต่ไม่มีผลต่ออสุจิที่ตกค้างอยู่บริเวณหัวอวัยวะเพศ (glans penis) และที่ซอกหนังหุ้มปลาย การมีเพศสัมพันธ์ครั้งที่สองจึงยังมีโอกาสท้องได้

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

…………………………………………..

จดหมายฉบับที่ 2

     คือว่า มีเพศสัมพันธ์ แล้วไม่ได้ป้อง กันมา 4 วันแล้วค่ะ แต่ว่ากลัวจะท้อง กินยาสตรีฟลอร่าแบบเม็ด ช่วยได้ไหมคะ อยากให้ปจด.มาไวๆ

ตอบครับ

     ช่วยไม่ได้หรอกครับ เพราะยาสตรีทั้งหลายมีปริมาณเอสโตรเจนอยู่ในระดับที่ต่ำมาก ไม่สะดุ้งสะเทือนต่อกระบวนการตั้งครรภ์แม้แต่น้อย ในกรณีที่เราไม่ได้ตั้งครรภ์ การทานยาสตรีจะมีผลให้เกิดเลือดออกทางช่องคลอดหลังจากหยุดยาสตรีได้ 3-5 วันเนื่องจากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ได้จากยาลดต่ำลง จึงเกิดเลือดออกที่เรียกว่า withdrawal bleeding เลือดออกแบบนี้ไม่ใช่ประจำเดือน แต่ก็ช่วยรักษาโรคประสาทกลัวการตั้งครรภ์ได้

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

..................................................................

จดหมายฉบับที่ 3.

เรียนหมอสันต์ที่เคารพ

        ผมทราบมาว่าการนับหน้า 7 ไม่สามารถใช้ได้ในผู้หญิงที่ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ  แล้วหลัง ล่ะครับสามารถใช้ได้หรือไม่ อย่างไร รบกวนหมอด้วยนะครับ
ด้วยความเคารพ

ตอบครับ

     ในคนที่ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ การคุมกำเนิดด้วยวิธีนับวัน ไม่ว่าจะนับหน้าหรือนับหลัง ใช้ไม่ได้ทั้งนั้น เพราะวิธีนับวันจะใช้ได้ก็ต่อเมื่อรู้วันตกไข่ (14 วันหลังจากประจำเดือนวันแรก) คนที่ประจำเดือนไม่สม่ำเสมอ ไม่มีทางรู้ว่าไข่ตกวันไหน เพราะเลือดที่ออกมาอาจจะไม่ใช่ประจำเดือนแบบปกติ ส่วนใหญ่เป็นเลือดออกเพราะฮอร์โมนลดระดับลงโดยไม่เกี่ยวกับประจำเดือนเลย จึงคาดหมายวันไข่ตกไม่ได้ การนับวันจึงไม่มีประโยชน์ 

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

……………………………………

จดหมายฉบับที่ 4.
                                                                                                                                           ดิฉันมีประจำเดือนวันที่ 10-16 มีนาคม แล้ววันที่ 4 เมษายน ดิฉันได้มีเพศสัมพันธ์โดยการหลั่งนอก ประจำเดือนไม่มาดิฉันเลยไปซื้อที่ตรวจครรภ์มาตรวจ วันที่ 19 เมษายน ผลตรวจออกมาเป็นขีดเดียวและเข้มมาก แสดงว่าไม่ท้อง แต่วันนี้วันที่ 3 พฤษภาคม ประจำเดือนของดิฉันก็ยังไม่มาค่ะ ดิฉันสงสัยว่า ยาแก้เมารถ สามารถทำให้ประจำเดือนเลื่อนไหมคะ เพราะดิฉันกินไปเมื่อวันที่ 13 และ 19 เมษายนค่ะ ประเดือนของดิฉันมาไม่ตรงกันทุกครั้งค่ะ นับย้อนหลังไปเมื่อมกราคม จนถึงครั้งล่าสุดประจำเดือนจะมาประมาณ 25-28 วันประมาณนี้ค่ะ ดิฉันอยากจะถามว่าทำไมประจำเดือนของดิฉันยังไม่มา ไม่ทราบว่าดิฉันจะท้องหรือไม่
ขอบคุณค่ะ

ตอบครับ

     1.      มีเอ็กซ์กันแล้วหลังจากนั้นอีก 15 วันไปซื้อที่ตรวจปัสสาวะมาตรวจการตั้งครรภ์ ถึงจะท้องแต่ผลการตรวจก็อาจจะเป็นลบได้ เพราะหากท้องจริง ที่ตรวจปัสสาวะนี้ยังจะตรวจได้ผลบวกบ้างลบบ้างในช่วงวันที่ 11-21 วันหลังการมีเพศสัมพันธ์ แต่เมื่อพ้นวันที่ 21 ไปแล้วจึงจะตรวจได้ผลบวกตลอด
     2.      ยาแก้เมารถ (dramamine) ไม่มีผลต่อประจำเดือนครับ
     3.      ผ่านมาถึงตอนนี้ (3 พค.) แล้วเท่ากับ 53 วันหลังประจำเดือนครั้งสุดท้าย ประจำเดือนก็ยังจากไปสวีวี่วี จะท้องได้ไหมเนี่ย ตอบว่าน่าจะท้องนะครับ แหะ..แหะ แล้วที่ไปซื้อยาแก้เมารถทานนั้นหนะก็อาจเป็นอาการแพ้ท้องได้ ถ้าอยากรู้แน่ก็ไปซื้อที่ตรวจปัสสาวะมาตรวจตอนนี้สิครับ ผลบวกหรือลบตอนนี้จะเป็นของจริงแท้แน่นอน เนื่องจากเป็นวันที่ 39 หลังการมีเพศสัมพันธ์แล้ว

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

.....................................................................

จดหมายฉบับที่ 5.
  
     คือผม อยากทราบ ผมมีอะไรกับแฟนเก่าผม ครั้งแรกผมไม่ใส่ถุงยางแต่ปล่อยนอกนะครับ แต่ครั้งที่ 2 ผม ใส่ถุงยางอนามัย และก็ไม่มีไรกันอีกเลยประมาณ 2 เดือนกว่าได้ แล้วมามีไรกันอีกที วันที่ 5 ธ.ค แต่ผมทำเหมือนเดิมทุกอย่างแต่หลุดปล่อยในไป 2 ครั้ง แต่ผมก็ให้กินยาสตรี และก็ตามด้วยยาคุมฉุกเฉิน เม็ดแรก ผมให้เขากิน แต่เม็ด 2 เขาบอกเขาไม่ได้กิน แต่พอมา ประมาณวันที่ 10 ธ.ค เขาบอกว่าท้องกับผม (แต่ผมเช็คดูแล้วว่าไม่น่าจะท้องได้ เพราะการตรวจเช็คของเขามันเจอเร็วเกินไป และอีกอย่างวันที่มีรัยกัน ต้องเป็นวันที่ เขามีประจำเดือนด้วย เพราะว่าปกติ เมนจะมาประมาณวันที่ 28 ประมาณวันที่ 5 ที่มีไรกัน ครับ) ผมเลยไม่แน่ใจว่า เด็กในท้องเป็นลูกของผมหรือป่าวครับ เพราะ ตอนนี้ผมเครียดมาก สับสนไปหมด แล้วครับ ตามเคสนี้ เด็กในท้องมีทางเป็นลูกผมป่าวครับ คุณหมอ และถ้าตรวจ DNA ใช้ค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไรครับ
ขอบคุณครับ 

ตอบครับ
    
     1.      จำเลยถูกผู้หญิงกล่าวหาว่าไปทำเขาท้อง นำสืบได้ความว่าจำเลยไปนอนกับโจทก์สองครั้ง ครั้งแรกสองเดือนกับห้าวันมาแล้ว ครั้งที่สองเพิ่งห้าวันมานี้เอง จำเลยถามว่าโจทก์ท้องเพราะจำเลยได้หรือเปล่า ตอบว่าได้สิครับ ก็เป็นผลงานจากครั้งแรกไง เพราะการกินยาสตรีก็ดี กินยาคุมฉุกเฉินเม็ดเดียวก็ดี ล้วนป้องกันการตั้งครรภ์ไม่ได้
     2.      ทนายจำเลยแย้งว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะวันที่มีอะไรกันโจทก์น่าจะอยู่ในรัศมีคุ้มครองของประจำเดือน เพราะปกติโจทก์มีประจำเดือนวันที่ 28 เสมอ แล้วเพิ่งมีอะไรกันวันที่ 5 เอง จึงน่าจะปลอดภัย ความข้อนี้ฟังไม่ขึ้น เพราะจำเลยจะไปรู้ได้ยังไงว่าโจทก์มีประจำเดือนหรือไม่มี เพราะตัวโจทก์ซึ่งเป็นผู้หญิงเองบางครั้งยังไม่รู้เลยว่าตัวเองมีประจำเดือนหรือเปล่า อีกอย่างหนึ่ง การคุมกำเนิดด้วยวิธีนับวันเป็นวิธีที่มีประสิทธิผลต่ำ จะอ้างเป็นตุเป็นตะว่านับวันถูกต้องแล้วไม่ท้องแน่นอนย่อมไม่ได้ เพราะความเป็นจริงคือแม้จะตั้งใจนับวันดีแล้วแต่ก็ยังท้องได้
     3.      ถามว่าเด็กในท้องมีโอกาสเป็นลูกของจำเลยหรือเปล่า ตอบว่าโอกาสเป็นลูกของจำเลยนะมีแน่เพราะจำเลยเองก็สารภาพมาแล้วว่าได้ไปหลับนอนกับโจทก์จริง แต่จะเป็นลูกของจำเลยแน่นอนหรือไม่เนี่ย ประเด็นนี้ตัวใครตัวมันแล้วละครับ แหะ..แหะ
     4.      การตรวจ DNA เพื่อพิสูจน์ว่าเด็กในท้องว่าเป็นลูกใครเนี่ยกรณีทั่วไปหมอเขาไม่ทำให้หรอกเพราะมันไม่ใช่ประเด็นการรักษาโรค มันเป็นประเด็นกฎหมาย นอกเสียจากว่าจะมีคดีความเป็นรูปเป็นร่างแล้วหรือมีเอกสารยินยอมให้พิสูจน์จากทั้งพ่อและแม่แล้วชัดเจน หมอเขาจึงจะทำให้ ราคาค่าตรวจในสถาบันของรัฐประมาณคนละ 6,500 บาท ถ้าคุณจะตรวจแน่ก็ต้องพากันไปพบหมอนิติเวชให้เขาสอบปากคำก่อน ถ้าจะเอาจริงลองสอบถามที่นิติเวช รามาธิบดีก็ได้ (โทร. 02 2011145)    

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

……………………………………………….

จดหมายฉบับที่ 6.

    คือทานยาคุมฉุกเฉินไปเมื่อวันที่ 21 อะคะ ซึ่งทานได้ถูกต้องตามวิธีแล้ว ปกติหลังจากที่ทานไปแล้วสี่ห้าวันจะมีเลือดออกเหมือนประจำเดือนมา แล้วพอถึงช่วงเวลาที่ประจำเดือนรอบปกติจะมาก็มาอีก แต่รอบนี้ทานไปแล้วจนวันนี้ก็ยังไม่มาเลยค่อนข้างกังวลว่า ประสิทธิภาพของยาที่กินไปได้ออกฤทธิ์หรือไม่ แล้วเดี๋ยวประจำเดือนตามรอบปกติจะมาในประมานวันที่ 1 เดือนหน้าตามรอบที่นับปกติ(อีกสี่วันข้างหน้า) ซึ่งยังไม่รู้ว่ามันจะมารึป่าว คือยาฉุกเฉินเนี่ยมีผลทำให้มดลูกลอกออกมาใช่ไหมคะ คือสงสัยว่าถ้าตอนที่มีเพศสัมพันธ์ตอนช่วงที่ไข่ตกพอดี แล้วยาจะมีส่วนช่วยอะไรไหมคะ ค่อยข้างกังวลว่าจะท้อง แต่พยายามไม่เครียดมากเพราะรู้ว่าความเครียดอาจส่งผลให้ประจำเดือนมาล่าช้ายิ่งขึ้นไปอีก ยังไงก็วานคุณหมอช่วยตอบทีนะคะ ขอบคุณมา ณ.ที่นี้คะ

ตอบครับ

     มีเซ็กซ์กันในวันตกไข่เป๊ะ กินยาคุมฉุกเฉินตามตำราเป๊ะ แต่ คอย ค้อย คอย จนผ่านไปสิบวันแล้วก็ไม่เห็นมีเลือดออกมา อย่างนี้แปลว่าอะไรคะ ตอบว่า แปลว่าคงจะท้องแล้วละครับ
     ประเด็นสำคัญที่จะเรียนรู้จากจดหมายฉบับนี้สำหรับท่านวัยรุ่นทั้งหลายก็คือยาคุมฉุกเฉินนี้ไม่ได้มีประสิทธิภาพถึง 100% แต่มีประสิทธิภาพเพียง 85% เท่านั้น ดังนั้นแม้จะกินยาตามตำราเป๊ะ แต่ก็ยังมีโอกาสท้องได้อยู่ตั้ง 15% เป็นโอกาสที่สูงมากนะ คุณๆที่ใช้ยาคุมฉุกเฉินแทนยาคุมกำเนิดเคยคิดในประเด็นนี้หรือเปล่า

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

........................................................................

จดหมายฉบับที่ 6.

     คือดิฉันมีเรื่องอยากปรึกษาคะ คือเมื่อวันที่ 14 เมษาดิฉันทานยา Curam 625 mg. เป็นเวลาสี่วันและก่อนหน้านี้ดิฉันก็ทานยาคุมตามปกติคะ พอดีมาอ่านเจอว่ายาคุมกำเนิดถ้าทานยา curam ด้วยจะมีผลต่อยาคุมด้วย คือวันสุดท้ายในการกินยา curam ดิฉันมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ได้ป้องกันด้วย เพราะความกลัวดิฉันเลยทานยาคุมฉุกเฉินไปด้วยคะ วันนี้ไปหาหมอคลีนิคถามถึงผลยาเขาบอกว่าไม่เป็นไร ไปถามหมอเภสัชที่คล้ายสถานีอนามัยบ้านเรา เพราะหนูอยู่สิงคโปร์ เอาตัวยาคุมกับยา curam ให้หมอดูเขาเช็คและบอกว่าไม่มีปัญหาต่อกัน พอดูที่เว็บไซด์ยา หนูก็ไม่เข้าใจคำศัพท์ของยาอีก ตอนนี้กลุ้มใจมากคะ รบกวนคุณหมอช่วยไขข้อข้องใจได้ไหมคะ 
1. หนูมีสิทธิท้องมั้ยคะ
2.ยาคุมฉุกเฉินที่ทานไปจะมีผลป้องกันไหมคะ
3.แล้วยาคุมกำเนิดที่หนูทานอยู่ยังคงทานต่อเนื่องได้ไหมคะ
สุดท้ายขอขอบคุณคุณหมอล่วงหน้าคะ ขอบคุณค่ะ

ตอบครับ

     1. ถามว่าหนูมีสิทธิท้องมั้ย ตอบว่าเกิดเป็นลูกผู้หญิงเนี่ยสิทธิที่จะท้องนะมีอยู่กันทุกคนแหละครับ แต่ตอนนี้ยังไม่ท้องหรอก เพราะยา amoxicillin (Curam) 625 mg ไม่มีผลใดๆต่อการออกฤทธิ์ของยาคุมกำเนิด
     2.ถามว่าทานยาคุมกำเนิดอยู่ดีๆ แล้วแถมคุมฉุกเฉินเข้าไปอีก จะมีผลอะไรในแง่ของการป้องกันการตั้งครรภ์ไหม ตอบว่าไม่มีผลหรอกครับ เพราะยาคุมกำเนิดป้องกันการตกไข่ ส่วนยาคุมฉุกเฉินป้องกันไม่ให้ไข่ที่ผสมแล้วเกาะตัวที่ผนังมดลูก เมื่อไข่ไม่ตกเสียอย่าง ก็ไม่ท้องอยู่แล้ว จะทานหรือไม่ทานยาคุมฉุกเฉินก็ไม่มีผลอะไร
      3.ถามว่าแล้วควรทานยาคุมกำเนิดที่ทานอยู่ต่อเนื่องได้ไหม ตอบว่าควรทานต่อเนื่องต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นนะดีแล้วครับ

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์
..........................................................

จดหมายฉบับที่ 7.

     สวัสดีค่ะคุณหมอ ดิฉันชื่อ ....ค่ะ อายุ21ปียังไม่มีลูก เวลามีเพศสัมพันธ์แล้วมีเลือดออกแล้วเจ็บจุกท้องด้านซ้าย 2 ครั้งแล้ว ต่อมาก็ไม่มีเลือดออกอีก อยากทราบว่าเป็นเพราะอะไร เคยกินยาคุมฉุกเฉิน 1ครั้งเมื่อ 27 กุมภา ประจำเดือนมา 2 ครั้งวันที่ 3 และวันที่ 26 มีนา แต่กำหนดวันที่ 3 ประจำเดือนยังไม่มาเลยค่ะ ดิฉันจะท้องมั้ยคะ ขอบคุณค่ะ

ตอบครับ
    1.      มีเลือดออกขณะมีเพศสัมพันธ์ เป็นเรื่องที่ควรจะไปให้สูตินรีแพทย์ตรวจดูนะครับ เพราะสาเหตุหนึ่งของเลือดออกคือมะเร็งปากมดลูก ซึ่งหากตรวจพบแต่แรกจะรักษาให้หายได้
    2.      กินยาคุมฉุกเฉิน 27 กพ. เลือดออกครั้งแรก 3 มีค. เป็นเลือดจากระดับฮอร์โมนของยาคุมฉุกเฉินลดลง (withdrawal bleeding) ไม่ใช่ประจำเดือนจริง ส่วนเลือดออกครั้งหลัง 26 มีค. เป็นประจำเดือนจริง ดังนั้นประจำเดือนจะมาอีกครั้งก็ต้องประมาณ 24-26 เมย. ไม่ใช่วันที่ 3 เมย.
     3.      ถ้านับเฉพาะการมีเพศสัมพันธ์เมื่อ 27 กพ. คุณไม่ท้องหรอกครับ เพราะการที่มี withdrawal bleeding จากยาคุมฉุกเฉินแสดงว่าไข่ไม่ได้ฝังตัวที่มดลูก และการมีประจำเดือนปกติวันที่ 26 มีค.ก็ช่วยยืนยันว่าไม่ได้ท้อง   

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์
..........................................

จดหมายฉบับที่ 8.

สวัสดีค่ะ

     ต้องการสอบถามว่าในกรณีนี้จะตั้งครรภ์ไหมคะ คือมีเพศสัมพันธ์ (เกิดจากความไม่ตั้งใจ มีอะไรกันไม่ถึงนาที) ฝ่ายชายหลั่งนอกแน่นอน จากนั้นไม่เกิน 30 นาทีก็ทานยาคุมฉุกเฉิน ส่วนเม็ดที่สองก็ทานตรงเวลาตามที่ข้างกล่องระบุไว้ แต่เครียดมากเนื่องจากประจำเดือนมาวันที่ 7 มี.ค. ถึงประมาณวันที่ 12-14 มี.ค. (12 คือเหมือนจะหมดแล้ว วันที่ 13-14 จะเป็นส่วนที่เหลือมาเฉพาะตอนเช้า) มีเพศสัมพันธ์เที่ยงคืนช่วงคาบเกี่ยวระหว่างวันที่ 21-22 มี.ค. พอมาคำนวณดูแล้ว จะใกล้ๆกับวันไข่ตกพอดี เลยเครียดมากค่ะ ตอนนี้ยังไม่มีอาการผิดปกติอะไร นอกจากเครียดมากๆทำให้จับผิดร่างกายตัวเองไปหมด รบกวนขอคำปรึกษาด้วยค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ

ตอบครับ
     กรณีของคุณนี้มีโอกาสตั้งครรภ์น้อยมากแม้ว่าจะมีเซ็กซ์กันในวันตกไข่ เหตุผลที่โอกาสตั้งครรภ์น้อยก็คือ หนึ่ง ได้ใช้วิธี coitus interruptus ที่ถูกจังหวะจะโคนแน่นอน สอง ได้ใช้ยาคุมฉุกเฉินอย่างถูกต้องด้วย ทั้งสองอย่างรวมกันทำให้มีโอกาสตั้งครรภ์น้อย  
     สิ่งที่ผ่านไปแล้วช่างมันเถอะ สิ่งที่มีประโยชน์สำหรับอนาคตมีสองประเด็น คือ
     หนึ่ง เซ็กซ์ ควรเป็นผลจากการวางแผนล่วงหน้า จดไว้ในไดอารี่เลยยิ่งดีว่าวันไหนจะมีเซ็กซ์กัน จะป้องกันด้วยวิธีใด ไม่ใช่เป็นผลจากการตกกระไดพลอยโจน
     สอง ควรคุมกำเนิดด้วยวิธีที่เชื่อถือได้ เช่น ถุงยาง ยาคุม หรือใส่ห่วง เพราะยาคุมฉุกเฉินไม่ใช่วิธีคุมกำเนิดที่ดี     

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์
........................................................

จดหมายฉบับที่ 8.

สวัสดีค่ะ คุณหมอสันต์

     หนูขอถามเข้าประเด็นเลยนะคะ ประมาณเดือนกว่าๆ ที่แล้ว หนูได้มี พสพ. กับแฟน แฟนไม่ได้ใส่ถุง แต่หลั่งข้างนอก และสอดใส่เพียงแค่ช่วงหัวของเค้าค่ะ (ทำแบบนี้ประจำมา 3-4 เดือนแล้ว เพราะหนูไม่อยากให้เข้าสุดค่ะ เจ็บ) แล้วจู่ๆ ปจด. หนูไม่มาค่ะ ที่กลุ้มสุดๆ เพราะหนูไม่แน่ใจว่าเดือนที่แล้วมาวันไหน (ขอโทษจริงๆค่ะ เป็นคนไม่เคยจดเลย) และ ปจด. หนูจะเคลื่อนเป็นประจำ เลยคาดคะเนไม่ค่อยได้ค่ะ หนูคิดว่าครั้งสุดท้าย คือกลางเดือน ก.พ. 2555 แต่แฟนคิดว่ามาปลายเดือน ก.พ. ค่ะ วันนี้ 25 ม.ค. แล้ว ถ้าคราวก่อนมากลางเดือน ก.พ. จริง ก็ถือว่า ปจด มาช้าไป 10 วันแล้ว ผิดปกติไหมคะ? หนูควรลองทานยาสตรี เพื่อช่วยดูไหมคะ? ส่วนตัวหนูคิดว่าไม่น่าจะท้อง เพราะเค้าหลั่งข้างนอกทุกครั้ง แต่หนูก็เครียด และยังไม่กล้าใช้แผ่นทดสอบการตั้งครรภ์เองค่ะ
ขอความกรุณาคุณหมอ ช่วยแนะนำด้วยนะคะ

ตอบครับ
     1.      ประจำเดือนตัวเองยังจำไม่ได้เลยว่ามาหรือไม่มา มาเมื่อไหร่ แล้วจะให้ผมช่วยอะไรได้ละครับ
     2.      เนื่องจากคุณเป็นคนประจำเดือนไม่สม่ำเสมอ ผมแนะนำให้เริ่มต้นด้วยการตรวจการตั้งครรภ์ จะซื้อมาตรวจเองหรือไปตรวจกับหมอก็ได้ ถ้าผลสรุปว่าไม่ตั้งครรภ์ ก็ค่อยมาเริ่มต้นกันใหม่
     3. การทานยาสตรีตามหลังการมีเซ็กซ์ไม่มีประโยชน์ในแง่ของการป้องกันการตั้งครรภ์ เพราะยาสตรีป้องกันการตั้งครรภ์ไม่ได้
     4.      การคุมกำเนิดด้วยวิธีถอยมาหลั่งข้างนอกเป็นวิธีที่เชื่อถือได้ต่ำ ในอนาคตผมแนะนำให้เปลี่ยนไปคุมกำเนิดด้วยวิธีที่มีความเชื่อถือได้สูง เช่นใช้ถุงยาง หรือยาคุม หรือใส่ห่วง ดีกว่า จะได้ไม่ต้องมาปสด.แบบครั้งนี้อีก   

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

....................................................
จดหมายฉบับที่ 9.

สวัสดีครับคุณหมอ 
     พอดีว่าผมได้ไปเที่ยวผับมาครับ แล้วไปนอนกับผู้หญิง ซึ่งผมสวมถุงยางครับ แต่ทีนี้ถุงยางเกิดแตก ตั้งแต่มีการสอดอวัยวะเพศเข้าไปตั้งแต่ครั้งแรกๆเลยครับ คือแปบเดียวเลยครับ คาดว่าไม่ถึง 1 นาที หรือประมาณ 1 นาทีครับ แล้วผมรีบชักออกทันทีครับ แล้วไม่มีการสอดใส่อีกเลยครับ ทีนี้ผมมีความกังวลว่าผมมีโอกาสที่จะติดเชื้อเอดส์หรือโรคต่างๆหรือเปล่าครับ หากผู้หญิงคนนั้นมีเชื้อ (หรือไม่มีไม่ทราบได้ครับ) ซึ่งผมยังไม่ได้ไปตรวจที่ไหนเลยครับ แล้วเวลาน่าจะผ่านมาสัก 3 - 4 เดือนได้แล้วครับ แล้วผมได้ไปบริจาคเลือด กับรถเคลื่อนที่ของสภากาชาดครับ นี่ก็ผ่านมาร่วมเดือนแล้วยังไม่มีผลเลือดส่งมาที่บ้านเลย (พอดีผมได้อ่านในเนตว่าถ้ามีเชื้อโรคร้ายแรงจะมีการส่งผลเลือดมาให้ที่บ้านอ่ะครับ แต่ตอนบริจาคผมไม่ได้คิดเรื่องนี้นะครับ ผมอยากบริจาคจริงๆ) ทีนี้ผมอยากทราบว่าผมจะมีโอกาศติดเชื้อมากน้อยแค่ไหน หรือผมควรหายกังวลใจได้แล้วเนื่องจากไม่มีการส่งผลเลือดมาที่บ้านครับ (ผมกลัวว่าจะมีการส่งผิดบ้านอ่ะครับ เพราะเลขที่บ้านเพิ่งเปลี่ยนมาได้สักพักหนึ่ง) และผมก็ไม่กล้าบอกคุณแม่ แต่ผมอยากตรวจ (แต่ไปตรวจไม่ได้) ผมกังวลใจมากๆ ขอความกรุณาคุณหมอช่วยพิจารณาให้ผมทีครับ ผมคิดว่าตอนนั้นผมคิดผิดมากๆๆ และผมสัญญากับตัวเองแล้วว่าจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกเป็นแน่แท้ครับ
ขอบคุณคุณหมอมากๆครับ

ตอบครับ

     ถุงขาด ย่อมมีโอกาสติดเชื้อได้ วิธีเดียวที่คุณจะสบายใจได้คือแอบไปตรวจ HIV ไม่จำเป็นต้องให้คุณแม่รู้ ไปตรวจที่คลินิกนิรนามก็ได้ ไม่ต้องบอกชื่อเขาก็ตรวจให้ หรือไปรพ.ที่รับตรวจให้โดยไม่ลงชื่อก็ได้ นี่ผ่านมาได้สี่เดือนแล้ว หากตรวจได้ผลลบก็จะได้สบายใจ
     ส่วนที่ตั้งใจว่าอนาคตจะไม่ทำอย่างนั้นอย่างนี้ อันนั้นเก็บไว้บอกตัวเองเถอะนะครับ คนแก่อย่างผมผ่านโลกมามากพอที่จะรู้ว่าลมปากของชายหนุ่มหญิงสาวในเรื่องความตั้งใจทางเพศนี้เชื่อถือได้กี่เปอร์เซ็นต์

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์