23 กุมภาพันธ์ 2555

หิด ฮิต หิด คัน คั้น คัน


ด่วนมากค่ะ คุณหมอสันต์
เข้าเรื่องเลยนะคะ
          หนูเริ่มมีอาการป่วยเมื่อหลังปีใหม่ กลับจากเที่ยวต่างประเทศ มีอาการไม่สบาย คล้ายๆเป็นไข้ คันจมูก คันเล็กน้อยตามตัว ไปหาหมอหูคอจมูก หมอบอกว่าน่าจะเป็นหวัด หรือแพ้อากาศ ได้ให้ยาแก้แพ้มาหลายตัว จำได้ว่ามีเซอร์เทคตัวหนึ่ง หลังจากนั้นสองสัปดาห์ อาการไม่ดีขึ้น กลับแย่ลง คันจมูก น้ำมูกไหล เป็นลมพิษด้วย ได้กลับไปหาหมอท่านเดิม หมอให้ยาคล้ายเดิมแต่คราวนี้เพิ่มยาปฏิชีวนะชื่ออะซิโทรมัยซิน และไปหาหมอผิวหนังด้วย หมอบอกว่าน่าจะเกิดจากการแพ้อะไรสักอย่าง ผ่านไปอีกสองสัปดาห์ก็ไม่ดีขึ้นอีก คราวนี้ลมพิษเป็นมากขึ้น คันมากขึ้น ยิ่งกลางคืนยิ่งคัน กลับไปหาหมอผิวหนังท่านเดิม ท่านบอกว่าอาจจะเป็นหิด และให้ยาชื่อ Lindane และยาสะเตียรอยด์ครีมมาทา ร่วมกับให้ยาแก้แพ้กินจนง่วงนอนทำอะไรไม่ได้ ผ่านไปอีกสองสัปดาห์ก็ยังไม่หาย ทรมานมาก คันแล้วเกาจนน้ำเหลืองเปื้อนที่นอนไปหมด ไม่กล้าใกล้ชิดลูกและสามีเพราะกลัวติด เครียดมาก ไปหาหมอผิวหนังคนใหม่บอกว่าไม่น่าจะใช่หิด ให้ยาแก้แพ้มาคล้ายๆของหมอคนเดิม ปัญหาก็ยังอยู่ ดูแต่จะแย่ลง ขอคำปรึกษาคุณหมอสันต์ว่าโรคหิดมันเป็นอย่างไร ต้องรักษากันอย่างไร หนูเป็นหิดจริงไหม และหนูควรจะทำอย่างไรต่อไปดี ไปหาหมอผิวหนังมาแล้ว 2 คน รวม 4 ครั้งแล้ว
..........................................

ตอบครับ
         1.. ถามว่าโรคหิดคืออะไร ตอบว่า หิด ชื่อจริงของเขาคือ Sarcoptes scabiei เรียกสั้นๆว่า scabies เป็นแมงตัวเล็กๆประเภท เหา ไร โลน ที่เราได้เป็นของฝากมาจากคนอื่น โดยเฉพาะคนใกล้ชิด ยิ่งใกล้ชิดระดับเนื้อแนบเนื้อนั่นละก็ใช่เลย แต่ถึงไม่ใกล้ชิดกันขนาดนั้นหิดก็อาจมาหาตัวเราได้ผ่านเสื้อผ้า ผ้าห่ม ฟูก หมอน ผ้าปูที่นอน ที่ใช้ร่วมกัน แม้แต่เราไปเช็คอินโรงแรมที่คนเป็นหิดไปนอนก่อนหน้าเราโดยเขาไม่ได้เปลี่ยนผ้าปู เราก็ยังมีโอกาสติดได้เหมือนกัน เมื่อหิดมาถึงผิวหนังของเราแล้ว มันก็ขุดอุโมงค์แล้วฝังตัวอยู่บนร่องของผิวหนังโดยเฉพาะอย่างยิ่งตามซอกเช่นซอกนิ้วมือ นิ้วเท้า ซอกพับที่ศอก ที่เข่า รักแร้ ขาหนีบ ที่เอว หรือแม้กระทั่งที่เจ้าจุ๊ดจู๋ แล้ววางไข่ที่นั่น ทำให้เราคัน คั้น คัน ยิ่งเกายิ่งมัน ยิ่งคันยิ่งเกา จนถลอกปอกเปิก ความคันจากหิดนี้มีเอกลักษณ์สามอย่างคือ 
         หนึ่ง มันแผ่พื้นที่ลุกลามออกไปเรื่อยๆ และ 
         สอง ยิ่งตกกลางคืนยิ่งคัน และ
         สาม มันมักไม่เป็นที่แผ่นหลังและศีรษะ มักชอบเฉพาะตามข้อพับมากกว่า 
ซึ่งถ้าเราเพ่งพินิจบริเวณที่เป็นผื่นให้ดีจะเห็นว่าที่ผิวหนังที่มันโจมตีจะเป็นตุ่มแดงนูนขึ้นมา บางตุ่มก็กลายเป็นตุ่มน้ำพอง บางทีก็เห็นอุโมงค์ที่มันขุดและฝังตัวอยู่ด้วยเป็นเส้นแดงๆยาวสัก 2-15 มิล ตัวมันเองอยู่ได้สักเดือนสองเดือนก็ตายไป แต่ไข่ของมันจะออกมาเป็นลูกหิดสืบทอดภารกิจสร้างความคันให้เราต่อไปไม่จบสิ้น
        2..ถามว่าโรคหิดวินิจฉัยได้อย่างไร ตอบว่าหมอส่วนใหญ่วินิจฉัยหิดโดยการดูโหงวเฮ้ง หมายความว่ามองด้วยตาแล้ววินิจฉัยเลย แต่ถ้าหมอไม่มั่นใจก็จะขูดผิวหนังไปส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์ตรวจหาไข่หิด
        3.. คุณถามผมว่าคุณเป็นหิดจริงหรือเปล่า ตอบว่า เออ.. แล้วผมจะรู้ไหมเนี่ย มันต้องให้หมอที่เขาเห็นผื่นของคุณหรือส่องกล้องเห็นไข่หิดของคุณเป็นคนบอกสิครับ ไม่ใช่ให้ผมซึ่งเป็นหมอทางไปรษณีย์เป็นคนบอก แต่ถ้าหมอผิวหนังสองคนบอกไม่เหมือนกันแล้วจะให้ทำยังไง แหะ.. แหะ นี่มันเป็นตัวอย่างของพังเพยที่ว่ามากหมอก็มากความ ผมแนะนำว่าให้คุณลองเชื่อทีละหมอ เช่นเชื่อหมอที่บอกว่าเป็นหิดแล้วรักษาหิดให้เต็มสตีมก่อน ถ้าไม่หายก็หันไปเชื่ออีกหมอที่ว่าไม่ได้เป็นหิด แล้วก็รักษาอย่างอื่นกันต่อไป
        4. ถามว่าการรักษาหิดทำอย่างไร ตอบว่าทำเป็นขั้นตอนดังนี้
        4.1 เริ่มด้วยการฆ่าหิดบนผิวหนังก่อน ยาทาฆ่าหิดมีหลายตัว ที่เป็นยายอดนิยมทั่วโลกและมีประสิทธิภาพดีที่สุดชื่อยาเพอร์เมทริน (permethrin) ซึ่งเป็นครีมความเข้มข้น 5% ทาแล้วมีอัตราการหายสูงสุดคือ 91 - 95% และเป็นยาที่ปลอดภัยดีมาก แต่เมืองไทยยานี้สำหรับใช้ในคนไม่มีขาย มีแต่สำหรับหยดหลังสุนัขเพื่อรักษาเห็บหมัด ผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม อาจเป็นเพราะคนเป็นหิดมีน้อยและไม่ชอบซื้อยาแพง จึงไม่มีคนนำเข้า ส่วนคนเลี้ยงหมาที่ยอมเสียเงินค่ายาให้หมามีแยะ จึงมีคนนำเข้า พูดถึงเรื่องนี้จะเล่าให้ฟังนะ ผมมีบ้านอยู่มวกเหล็ก ที่นั่นเวลาป่วยคุณอย่าไปเที่ยวหาคลินิกหมอเพื่อรักษานะครับ ไม่มีหรอกคลินิกรักษาคน แต่ถ้าสุนัขของคุณป่วยละก็สบายมาก มีคลินิกสัตวแพทย์ตั้งห้าคลินิก แถมมีโรงพยาบาลสัตว์เอกชนอีกหนึ่งโรง..เชื่อหรือไม่ believe it or not นอกเรื่องละ ขอโทษ กลับเข้าเรื่องดีกว่า กรณีที่คุณอยากใช้ยาเพอร์เมทรินต้องไปซื้อยามาจากเมืองนอก หรือไม่ก็ไปร้านขายของเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงซื้อเพอร์เมทรินชนิดสารละลาย 0.5% มาทาผิวหนังเอาเองโดยไม่ต้องรอใบสั่งหมอ เพราะไม่มีหมอคนที่ไหนสั่งให้ใช้ยาของสัตว์แน่นอน ในเมืองไทยมียารักษาหิดที่ทำมาเพื่อใช้กับคนจริงๆสามตัว คือ (1) ยา Lindane (benzene hexachloride) มีอัตราการหาย 86% แต่ว่ายานี้เป็นยาที่ไม่ค่อยปลอดภัยโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเด็ก เพราะมีพิษต่อระบบประสาทกลางและไขกระดูก จึงถูกห้ามใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ (2) อีกตัวที่ใช้กันมากในเมืองไทยคือ 25% benzyl benzoate มีอัตราการหาย 51% (3) อีกตัวหนึ่งเป็นยาสามัญประจำบ้านคือขี้ผึ้งกำมะถัน ใช้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ยาตัวสุดท้ายนี้ยังไม่เคยมีมีผลวิจัยไว้ว่ามีอัตราการหายกี่เปอร์เซ็นต์ เพราะยาใดที่ฝรั่งไม่ใช้ก็ย่อมไม่ค่อยมีผลวิจัยเป็นธรรมดา
       การทายาหิดนี้ต้องทากันทั้งบ้านไม่ว่าเป็นหรือไม่เป็น คันหรือไม่คัน เพราะบางคนเป็นพาหะ คือเป็นผู้เลี้ยงหิดไว้โดยตัวเองไม่มีอาการอะไรให้เห็น การทายานี้ ก่อนทายาต้องตัดเล็บให้สั้น แล้วเอาแปรงสีฟันจุ่มยาแล้วยาทาเข้าไปที่ใต้ซอกเล็บด้วย ต้องทายาบนผิวหนังให้ให้เคลือบเป็นฟิลม์บางๆทั่วตัวตั้งแต่ลำคอลงไปจนจรดปลายเท้า ทายาเสร็จแล้วสวมเสื้อบางๆ พอครบ 8-24 ชั่วโมง (แล้วแต่ชนิดยา) ก็อาบน้ำอุ่นล้างเอายาออก กรณีเป็นเหาด้วยให้ใช้ยาชนิดเป็นแชมพูสระผม สระแล้วทิ้งยาไว้สักสิบนาทีโดยไม่ต้องคลุมผม ครบสิบนาทีแล้วค่อยล้างผมเอายาออก กรณีเป็นหิดแบบรุนแรงในคนที่ภูมิคุ้มกันบกพร่อง (เช่นคนเป็นเอดส์) หรือในคนที่หิดดื้อยาทาผิวหนัง อาจจะต้องใช้ยากินชื่อ ivermectin ในขนาด 200 ไมโครกรัมต่อนน.ตัวหนึ่งกก. ยานี้สำหรับใช้ในคนบ้านเราก็มีใช้แล้ว
        4.2 นอกจากทายาแล้วยังต้องซักผ้า ปลอกหมอน ผ้าห่ม ผ้าปูที่นอน ที่สวมใส่และใช้งานในห้าวันที่ผ่านมาให้หมดแล้วตากแดดให้แห้งสนิทหรืออบให้แห้งในเครื่องอบด้วยอุณหภูมิค่อนไปทางสูง ถ้าคนไข้เป็นเด็กก็ต้องซักตุ๊กตุ่นตุ๊กตาที่กอดเล่นประจำให้หมด อะไรที่ซักไม่ได้ก็ให้เอาใส่ถุงพลาสติกซีลปากถุงให้สนิทไว้อย่างน้อยสามวัน เพราะว่าหิดนี้เป็นสัตว์ที่ต้องมีคนเป็นที่อาศัย ถ้ามันไม่ได้อยู่กับคนแค่ 24-36 ชั่วโมงมันก็จะตาย แต่ว่าถ้าอากาศเย็นมันจะอยู่ได้นานขึ้น ดังนั้นหิดจึงชอบหน้าหนาว กรณีเป็นอะไรที่ซักก็ไม่ได้ จับใส่ถุงก็ไม่ได้ เช่นพื้นพรม ให้ใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดแล้วทิ้งถุงเก็บฝุ่นไปเลย แล้วเอายาเช่นเพอร์เมทรินแบบสะเปรย์พ่นพรมให้ทั่ว ยาพ่นนี้หาซื้อได้ตามร้านขายของสำหรับสัตว์เลี้ยง ชื่อยา Chaingard รุ่น pet bedding spray ซึ่งเป็นกระป๋องอัดลมพ่นได้เลย แถวเดอะมอลก็มีขาย
        4.3 นอกจากการฆ่าตัวหิดแล้ว ยังต้องบรรเทาอาการคันด้วย  เพราะถึงหิดตายไปหมดแล้วแต่ผิวหนังของเราก็ยังคันต่อไปได้อีกหลายสัปดาห์ วิธีบรรเทาก็คือกินยาแก้แพ้แอนตี้ฮีสตามีน ควบกับใช้ครีมสะเตียรอยด์ทา
        4.4 ในกรณีที่เกาจนเป็นแผลและมีการติดเชื้อบนแผล ก็ต้องทานยาฆ่าเชื้อควบไปด้วย
        5.. นอกจากคนแล้วสัตว์ก็ติดหิดได้นะครับ แถวบ้านผมเขาเรียกว่า “ขี้เรื้อน” (mange) นั่นแหละพวกเดียวกัน แม้จะคนละชนิดกับหิดของคนแต่ก็ขึ้นมาปฏิบัติภาระกิจบนผิวหนังของคนได้เหมือนกัน เพียงแต่ว่าสองสามวันมันก็ตายไปเองเพราะหิดพันธ์ขี้เรื้อนนี้มันออกไข่แพร่พันธ์บนผิวคนไม่ได้

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

บรรณานุกรม