06 กุมภาพันธ์ 2555

กินกาแฟลดความอ้วนแล้วกลายเป็นไฮเปอร์ไทรอยด์

สวัสดีคะคุณหมอสันต์

อายุ 45 ปีค่ะ เมื่อกลางปี 54 มีอาการใจสั่น Pulse 122ครั้ง / นาที มือสั่น ลายมือเปลี่ยน ขี้ยั๊วะ โดยเฉพาะตอนขับรถ ( แต่น่าจะเป็นจากนิสัยเรื้อรังของดิฉันมากกว่า) เดิมทำงานใกล้บ้าน เย็นออกวิ่งตั้งแต่อายุ 35 ไม่เคยต้องพะวงกับการกิน พอเปลี่ยนที่ทำงานปลายปี 52 ไม่มีเวลาออกกำลังกายจาก Pulse 68 ครั้ง /นาทีอ่ะค่ะ ความดันตอนสาว 110/78 mmHg ก็สูงเป็น 130/80 สะงั้น เลยซื้ออาหารเสริม SP 10 กาแฟ คุณปุ๊กกี้ Chalala กินแค่ คอร์สเดียว แล้วเลิกเพราะรู้สึกว่ามันแร๊งส์ จากนั้นไม่นานก็เป็น Hyperthyroid อ่ะค่ะ รักษากับเพื่อนเขยหมอจีพี ให้Tapazole กินวันละ 3 เม็ด ได้ผลค่ะ อ้วนฉับพลัน แบบคิดว่า เอ้อ รักษาได้ผลแฮะ ผ่านไป 4 เดือน ค่าT3 T4ที่เคยผิดปกติ กลายเป็น Tsh สูงปริ๊ด เลยเปลี่ยนหมอเป็น Endocrine ตรงอาการ หมอบอกว่าไม่เคยเห็นใครที่รักษาได้ผลเร็วขนาด 2 เดือน ค่าแล็บกลายเป็นต่อมไม่ทำงาน เฮ้อ กลุ้มค่ะ เลยวิ่งเหมือนเดิม แต่กินน้อยลงนิดเดียว จากเคยเพรียว เป็นอวบ ๆ แบบพี่ ๆ ผู้หญิงบอกว่าดูดีกว่าเพรียว แต่อย่าอวบมากกว่านี้ เล่ามาตั้งนาน อยากถามว่า เป็นจากยา Chalala ไหมคะ แล้วชีวิตนี้จะเพรียวอีกเปล่าแบบชอบใส่ยีนส์อ่ะค่ะคุณหมอ กลังเหมือนน้องทาทายัง

ขอบคุณที่อ่านและตอบนะคะ

.............................................

ตอบครับ

1. ประเด็นการโฆษณาหลอกลวง คืออาหารเสริมและกาแฟเนี่ยจดทะเบียนเป็นอาหาร อะไรก็ตามที่จดทะเบียนว่าเป็นอาหาร จะเอามาโฆษณาว่าทำให้สุขภาพดีอย่างโน้นอย่างนี้ไม่ได้ รวมทั้งโฆษณาว่าลดความอ้วนก็ไม่ได้ ภาษากฎหมายเรียกว่าเอามาอ้าง health claim ทำอย่างนั้นมันผิดกฎหมาย แต่มันก็มีคนทำกันอยู่ทุกวัน ที่เช่าทีวีจานดำทำกันเป็นล่ำเป็นสันก็มี ทางวิทยุก็แยะ ทั้งน้ำเห็ดสารพัดนึกและน้ำผลไม้วิเศษ ที่ออกทางฟรีทีวีก็มี ที่เกรงกฎหมายหน่อยตอนจะพูดถึง health claim ก็ทำให้มีเสียงช่างซ่อมมะเคาะมาต่อยอะไรโป๊กป๊ากจนคนฟังไม่รู้เรื่องแต่อาศัยสื่อด้วยภาพแทน แต่ที่ไม่เกรงกฎหมายก็โฆษณามันโต้งๆเลย มิไยว่าได้จดทะเบียนเป็นอาหารแต่ก็โฆษณามันโต้งๆให้คนฟังเข้าใจว่านี่เป็นยาแก้โน่นแก้นี่ได้ อ้าว.. ทำไมจึงทำได้ละ ทั้งๆที่ผิดกฎหมาย ก็เพราะที่นี่คือประเทศไทย ใครใคร่ทำอะไรทำ ผมไม่เกี่ยว แหะ แหะ ขอโทษ.. วันนี้ฝนตก ตาแก่เลยบ่นพึมพัมแต่เช้า หันมาคุยเรื่องของเราดีกว่า อย่ายุ่งกับชาวบ้านเขาเลย

2. ประเด็นยาลดความอ้วนที่วงการแพทย์ยอมรับและถูกกฎหมาย ปัจจุบันนี้เหลืออยู่ตัวเดียว คือยา Olistat (Xenical) ซึ่งออกฤทธิ์ระงับการดูดซึมไขมันจากลำไส้ เลยพลอยทำให้การดูดซึมวิตามินที่ละลายในไขมันเสียไปด้วย คือมีผลพลอยเสีย แถมยานี้ทำให้มีไขมันเล็ดออกทางทวารหนักได้เป็นฤทธิ์ข้างเคียง จึงไม่เป็นที่นิยม ยาลดความอ้วนตัวอื่นๆล้วนเป็นยาเบือ.. ขอโทษ ยาเบื่ออาหาร หมายความว่ากินแล้วทำไม่อยากกินอาหาร ซึ่งไม่ใช่มาตรฐานในการรักษาโรคอ้วน แต่แพทย์ก็เอายาเหล่านั้นมาใช้โดยอาศัยฤทธิ์ข้างเคียงของมัน เรียกว่าเป็นการใช้ยาแบบ off label หรือแบบเลี่ยงบาลี เช่นเอายาแก้ซึมเศร้าชื่อ Fluoxetine มาลดความอ้วนเป็นต้น

3. ประเด็นยาลดความอ้วนเถื่อน ทั้งที่แอบเอาใส่กาแฟขายบ้าง ขายเป็นยาลดความอ้วนโดยไม่บอกชื่อจริงบ้าง มีแยะมาก ตัวเอ้ๆที่เอามาขายกันก็ได้แก่

3.1 ยาบ้า หรือ Amphetamine และ methamphetamine ตอนนี้ไม่ค่อยมีแล้วเพราะยาแพงและหายาก แถมคนขายกลัวโดนฆ่าตัดตอน แต่สำนักลดความอ้วนบางแห่งก็ยังมียานี้ใช้อยู่

3.2 ยา Sibutramine (Reductil) ซึ่งเดิมขายกันเป็นยาลดความอ้วนแต่ตอนหลังผู้ผลิตถอนออกจากตลาดไปแล้วเพราะทำให้คนตายจากโรคหัวใจมากขึ้น แต่ปัจจุบันยังมีคนเอายานี้มาใส่ในกาแฟขายเป็นกาแฟลดความอ้วนอยู่ ยานี้ออกฤทธิ์บล็อกการจับทำลายสารเคมีที่ปลายประสาท

3.3 ฮอร์โมนต่อมไทรอยด์หรือ thyroxin หลักการทำงานของยาตัวนี้คือทำให้คนดีๆกลายเป็นคนป่วยโรคไฮเปอร์ไทรอยด์ซะ จะได้เกิดการเผาผลาญมากขึ้นและผอมลง บางรายก็ขายยานี้ควบกับยานอนหลับ เพราะกินฮอร์โมนไทรอยด์แล้วคนมักจะไฮเปอร์จนนอนไม่หลับ กินควบจะได้ทั้งผอมทั้งหลับได้ เรียกว่าเป็นการขายยาเถื่อนแบบมีศิลป์

3.4 ยาแก้คัดจมูก Ephedrine ก็มีคนเอามาทำเป็นยาชุดลดความอ้วน ยานี้ทำงานด้วยการกระตุ้น กระตุ้น กระตุ้น กระตุ้นมากจนคนกินบางคนหัวใจวายไปเลย

ยังมียาอื่นอีกมากที่ผมไม่ได้พูดถึง ข้อมูลวิทยาศาสตร์ปัจจุบันสรุปว่ายาเหล่านี้ลดความอ้วนได้ไม่คุ้มกับพิษของยา วงการแพทย์จึงไม่ได้แนะนำให้ใช้

4. ประเด็นคุณเป็นไฮเปอร์ไทรอยด์เพราะยาหรือเพราะกาแฟลดความอ้วนได้หรือไม่ ตอบว่า “ได้” ถ้ายาหรือกาแฟนั้นมีส่วนผสมของ thyroxin และวิธีรักษาก็เพียงหยุดยาหรือหยุดกาแฟลดความอ้วนก็พอ ไม่ต้องไปทานยาต้านไทรอยด์ (tapazole) เพราะการทานยาต้านไทรอยด์ในสภาพที่ต่อมไทรอยด์คุณปกติดี จะทำให้จบลงด้วยการเป็นไฮโปไทรอยด์ เรียกว่าทำอย่างหนึ่ง ก็ไปก่อเรื่องอีกอย่างหนึ่ง เป็นงูกินหางไม่รู้จบไม่รู้สิ้น

5. ประเด็นทำอย่างไรจึงจะลดน้ำหนักได้ ผมเคยเขียนไว้ในบล็อกนี้หลายครั้งแล้ว จำวันที่ไม่ได้ ลองหาอ่านดูเองก็แล้วกัน สาระสำคัญมีสามอย่างเท่านั้นคือ

5.1 การโภชนาการเพื่อลดแคลอรี่ขาเข้า

5.2 การออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญแคลอรี่ขาออก

5.3 การจัดการด้านจิตวิทยาเพื่อสร้างความบันดาลใจและความเอาจริงเอาจังให้กับตัวเอง

ส่วนการกินอาหารเสริมลดความอ้วนก็ดี กินกาแฟลดความอ้วนก็ดี การไปเข้าเซ็นเตอร์ให้เขาเขย่ากล้ามเนื้อก็ดี ไม่ใช่มาตรฐานในการลดความอ้วนตามหลักวิชาแพทย์ พูดง่ายๆว่าเขาทำวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์มาหมดแล้วและสรุปได้ชัดแล้วว่ามันได้ไม่คุ้มเสีย ถ้ามันดีจริงป่านนี้ฝรั่งเขาตีทะเบียนเป็นลิขสิทธ์ขายรวยตายไปแล้ว เพราะโรคอ้วนเป็นปัญหาระดับโลก หากใครคิดวิธีแก้ไขแบบง่ายๆขี้เกียจๆแต่ได้ผลจริงละก็อย่าว่าแต่จะได้รางวัลโนเบลเลย จะต้องรวยสะดือปลิ้นด้วยแน่นอน

6. ถามว่าคนที่อ้วนแล้วอย่างคุณนี้ ชีวิตนี้จะกลับไปผอมได้หรือเปล่า ตอบว่า “ได้แน่นอนครับ” คำตอบนี้ใช้ได้กับทุกคน เพราะเท่าที่ข้อมูลวิทยาศาสตร์มีตอนนี้ ยังไม่เคยปรากฏว่ามีโรคอ้วนถาวรชนิดที่รักษายังไงก็ไม่หาย.. ไม่มีแน่นอน ความอ้วนเป็นเพียงการสูญเสียดุลระหว่างแคลอรี่ขาเข้ากับกลไกการเผาผลาญแคลอรี่ขาออก และดุลนี้ถ้าแก้จริงจังต้องแก้ได้เสมอไม่ว่ากลไกพื้นฐานที่ทำให้ดุลเสียไปจะเป็นจากกรรมพันธ์หรือจากนิสัยไม่ดีก็ตาม แต่ที่คนอ้วนเต็มเมืองอยู่ในปัจจุบันนี้เป็นเพราะวิธีแก้ที่วงการแพทย์รู้จัก (ออกกำลังกาย คุมอาหาร) มันสูงเกินบารมีเก่าที่คนอ้วนมี ส่วนวิธีที่เด็ดขาดโดยไม่ต้องพึ่งบารมีเก่า (เช่นเย็บปาก มัดฟัน มัดกระเพาะ) มันก็เป็นวิธีที่โหดเกินไปจนฟังดูไม่เหมาะที่จะเอามาใช้กับคน ดังนั้นสำหรับคนที่เป็นผู้เจริญแล้ว ผมแนะนำว่านอกจากการหาความรู้ ให้คุณพากเพียรสั่งสมบารมีหัดควบคุมตัวเองให้มีสติมีวินัยไปทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน แล้วในที่สุดก็จะลดความอ้วนได้สำเร็จเองครับ

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

บรรณานุกรม

1. Ioannides-Demos LL, Proietto J, McNeil JJ. Pharmacotherapy for obesity. Drugs. 2005;65(10):1391-418.
2. Maggio CA. Obesity Drug Development Summit. 21-22 July, 2005, Arlington, VA, USA. IDrugs. Sep 2005;8(9):701-3.