01 ธันวาคม 2554

บล็อกหลังแล้วปวดหัว เอะอะก็โทษ 30 บาท

คุณหมอค่ะ

รบกวนตอบคำถามของหนูหน่อยนะค่ะ คือหนูผ่าตัดคลอดลูก เมื่อวันที่ 26 พ.ย. ที่ผ่านมาค่ะ แล้วคืนวันที่ 27 พ.ย ช่วงบ่ายโมงหนูเริ่มมีอาการปวดหัวคือถ้าหนูอยู่ในท่านอนไม่เป็นอะไรค่ะ แต่เมื่อไรที่หนูลุกขึ้นนั่ง หนูจะเริ่มมีอาการปวดหัวทันทีเลยค่ะ คือตอนนี้หนูยังปวดหัวไม่หายเลยค่ะ วันนี้ก็วันที่ 1 ธันวา แล้ว หนูกลัวมากเลยค่ะ คุณหมอค่ะ หนูลืมบอกคุณหมอค่ะว่าวันที่ 29 พ.ย หมอทางโรงพยาบาลที่หนูรักษาตัวอยู่ เค้าได้เจาะที่หลังหนู เหมือนตอนทำบล็อกหลังอ่ะค่ะ แล้วหมอเค้าก็เอาเลือดที่ข้อพับหนูไป ประมาณบ้องหนึ่งค่ะ บอกว่าต้องเอาเลือดไปอุด แต่อาการดีขึ้นนะค่ะ พอลุกนั่งได้แต่ก็ปวดหัวเหมืนเดิม ปล. ตอนที่ยังไม่ได้เจาะหลังลุกนั่งไม่ได้เลยค่ะ หรือเป็นเพราะหนูใช้ บัตร 30 บาทค่ะ หนูถึงเป็นแบบนี้ หมอบอกหนูว่าให้ดื่มน้ำเยอะ ๆนอนพักเยอะๆ อาการก็ยังเหมือนเดิมเลยค่ะ คุณหมอค่ะช่วยบอกหนูที่นะค่ะว่าหนูเป็นอะไร
ขอบคุณค่ะ

………………………………………………

ตอบครับ

1. การระงับความรู้สึกด้วยวิธี spinal block หรือที่เรียกแบบชาวบ้านว่า “บล็อกหลัง” นั้น มีภาวะแทรกซ้อนอย่างหนึ่งคืออาการปวดศีรษะแบบสัมพันธ์กับท่าร่าง (postural headache) อาจจะมีอาการคอแข็ง หรือคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วยก็ได้ มักจะเป็นมากในท่าลุกขึ้นนั่งหรือยืน วงการแพทย์เชื่อว่าเป็นเพราะมีน้ำไขสันหลังรั่วออกมาตามรูเข็มทำให้เกิดแรงดึงต่อเยื่อหุ้มสมอง มักเป็นมากกับผู้หญิงวัยสาวโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าบล็อกหลังเพื่อทำหัตถการทางสูติกรรม โอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนชนิดนี้ขึ้นกับเบอร์ของเข็มที่ใช้บล็อกหลังด้วย ถ้าใช้เข็มเบอร์โตเช่นเบอร์ 16 จะมีโอกาสเกิดมากถึง 75% ทีเดียว แต่ถ้าใช้เข็มเบอร์ 25 จะมีโอกาสเกิดเพียง 1-3% อาการปวดหัวแบบนี้มักเป็นอยู่นานประมาณหนึ่งสัปดาห์หรือนานกว่านั้นเล็กน้อยแล้วก็หายไปเองครับ ไม่ต้องไปกังวลอะไรกับมัน หันไปให้เวลากับความตื่นเต้นที่ได้เป็นแม่คนดีกว่า

2. วิธีรักษาด้วยการกระตุ้นให้ดื่มน้ำมากก็เพื่อป้องกันร่างกายขาดน้ำในภาวะน้ำไขสันหลังรั่ว การนอนคว่ำเพื่อให้ความดันในท้องเพิ่มขึ้นก็อาจช่วยได้ บางคนกินยาแก้ปวดพาราเซ็ตตามอลก็หายเลย บางคนดื่มน้ำชา หรือกาแฟ หรือโค้ก ก็หาย เพราะคาเฟอีนช่วยบรรเทาอาการปวดแบบนี้ได้ การฉีดเลือดของเจ้าตัวเอง 15-20 ซีซี.เข้าไปในช่องนอกเยื่อดูรา (epidural space) ในบริเวณนั้น เป็นอีกวิธีหนึ่งที่นิยมทำเมื่ออาการคงอยู่นานเกินไป โดยหวังว่าเลือดที่ฉีดเข้าไปจะไปเกิดเป็นลิ่มเลือดอุดรูรั่วนั้นไว้ได้

3. การเกิดภาวะแทรกซ้อนเมื่อทำหัตถการใดๆในทางการแพทย์ ย่อมต้องมีบ้างเป็นของธรรมดาเนื่องจากเป็นข้อจำกัดของความรู้แพทย์แผนปัจจุบันที่ยังไม่สามารถทำอะไรให้สำเร็จสวยงามแบบ 100% ได้ สมัยผมหากินอยู่เมืองนอก ผมมักบอกคนไข้ฝรั่งว่าอย่าหวังว่าจะปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อน 100% เพราะแม้พระเจ้ามาผ่าตัดให้เองก็มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ ดังนั้นการที่เราในฐานะคนไข้จะเข้ารับการรักษาใดๆที่เป็นการผ่าตัด ฉีดยา หรือทำหัตถการ ต้องถือว่าเรายอมรับโอกาสที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนนั้นแล้ว จึงตัดสินใจยินยอมรับการรักษา ถ้าอยากรู้ว่าการรักษาแบบนั้นจะมีภาวะแทรกซ้อนอะไรได้บ้างเพื่อประกอบการตัดสินใจก็ซักถามหมอเขาก่อนได้ อย่าใช้สไตล์สามล้อแบบคนไทยรุ่นใหม่ที่ตอนจะทำไม่สนอะไรคิดแต่ว่ามันจะออกมาดีทางเดียวแต่พอเกิดภาวะแทรกซ้อนแล้วก็โวยวายด่าว่าหรือขู่หมอฟอดๆ แบบนั้นขอเสียที นอกจากจะไม่เกิดประโยชน์อะไรแล้วยังจะไปทำลายความสัมพันธ์อันดีงามระหว่างหมอกับคนไข้เสียเปล่าๆ ยิ่งเปะปะระรานโทษไปถึงระบบสวัสดิการที่เกื้อหนุนเราเช่นระบบ 30 บาทยิ่งไม่เข้าท่าใหญ่ ภาวะแทรกซ้อนของการรักษา เกิดจากข้อจำกัดของวิชาแพทย์ หรือบางทีก็เกิดจากตัวแพทย์ซึ่งก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง ไม่เกี่ยวอะไรกับระบบ 30 บาทเลยจริงๆ

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์