10 ตุลาคม 2554

ผ่าตัดไส้เลื่อนแล้วมีฝีมีหนองเรื้อรัง

สวัสดีค่ะ

ดูรายการที่คุณหมอจัดกับคุณ สัญญา ดีมากเลยค่ะเป็นประโยชน์ดีมาก คุณหมออารมณ์ดี ทำให้รายการน่าดู ไม่เครียด ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับความเจ็บป่วย ที่เขียนมา มีเรื่องปรึกษา ค่ะ คิดอยู่นาน ไม่กล้าเขียนถามแต่ ตอนนี้ สงสารหลานชายมาก ตอนนี้หลานชาย อายุประมาณ 18 เพิ่งเข้า มหาลัยปี 1 เขาเริ่มจากผ่าใส่เลื่อนเมื่อ 2 ปีก่อน หาย จนปลายปี อยู่ ๆ เกิดก้อนเนื้อเหมือนฝีใกล้ขาหนีบ คิดว่าเดี๋ยวคงหาย เขาไปทำกิจกรรมเข้าค่ายที่เขาชนไก่กลับมามีอาการ คล้ายอักเสบ มีหนอง เลยไปโรงพยาบาลใกล้บ้าน กรีดหนองออก แต่กับเจอ ไหมจึงผ่าตัดเอาไหมออก แต่ไม่หมด หมอที่ปทุม ให้กลับไปหาหมอเดิมที่นนทเวชที่ผ่าใส้เลื่อน พอกลับไปนนทเวชหมอ ผ่า และขูดเนื้อ อยู่ 2-3 รอบ ก็ไม่หาย มันมีหนองอีกและ ปัจจุบัน มีก้อนแข็ง ๆ ปวด บวม X-ray หมอบอกเป็นเลือดคั่ง เดี๋ยวก็หาย แต่ตอนนี้ กลับกลายเป็นลามอีกจุดแล้วทั้ง ๆ แผลเก่าก็ไม่หาย ตอนนี้ผ่านไป 7 เดือนแล้ว ตอนนี้เด็กมีอาการ เครียด อยากฆ่าตัวตาย เพราะไม่รู้ว่าตัวเขาเองเป็นอะไร แล้วจะหายหรือเปล่า เพราะดูเหมือนแผลไม่เป็นอะไร แต่ไมมีวี่แววที่จะหาย เลย หมอที่นนทเวชเป็นอาจารย์หมอที่จุฬาค่ะ ท่านกลัวการทำความสะอาดล้างแผลที่โรงพยาบาล ปทุมไม่สะอาด ให้เรามาทำความสะอาดที่นนทเวช แต่สุดท้ายก็ไม่หายเหมือนกัน เลยไม่รู้สาเหตุว่าเป็นเพราะอะไร นั่งร้องไห้กันทั้งบ้าน ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนเอาหนองไปเพาะเชื้อ ฟังผลวันที่ 8 ต.ค. วันนี้ ช่วงบ่ายค่ะ
ช่วยด้วยค่ะ ช่วยแนะนำด้วยว่าควรทำยังไงดี

ด้วยความเคารพอย่างสูง
.....
(ปล. แผลที่ผ่า จะอยู่ตำแหน่งหน้าท้องน้อยใต้ขอบกางเกงชั้นในค่ะ)

……………………………………………….

ตอบครับ

1. หลังผ่าตัดไส้เลื่อนปีกว่า แล้วเป็นฝี มีหนองออกมาที่แผลผ่าตัดเรื้อรัง เรียกว่าเป็นการติดเชื้อแทรกซ้อนระยะนานหลังการผ่าตัด (delayed post operative infection) มีความเป็นไปได้ (differential diagnosis) หลายอย่างดังนี้

แบบที่ 1. เป็นการติดเชื้อของแผลผ่าตัดธรรมดาๆทั่วไป เมื่อได้ระบายหนองเปิดแผลออก แล้วทำความสะอาดไประยะหนึ่งก็หายเป็นปกติ

แบบที่ 2. มีสิ่งแปลกปลอมตกค้างอยู่ในแผล เช่น สมมุติว่ามีผ้าก๊อซค้างอยู่ในแผล สมมุติเฉยๆนะครับ หรือบางทีการผ่าตัดมีการใส่ตะแกรงกันไส้เลื่อน (mesh) ตัวตะแกรงนี่แหละก็อาจทำหน้าที่เป็นสิ่งแปลกปลอมเสียเอง สิ่งแปลกปลอมนี้หากติดเชื้อก็จะกลายเป็นที่ส้องสุมของเชื้อโรค ทำให้ร่างกายกำจัดเชื้อได้ไม่หมดสักที

แบบที่ 3. มีการบาดเจ็บของลำไส้ขณะผ่าตัด ทำให้เกิดเป็นรูเชื่อมต่อระหว่างลำไส้กับผิวหนังภายนอก (ileo cutaneous fistula) ทำให้สิ่งของในลำไส้ เช่นอุจจาระ ไหลออกมาทั้งนั้นอยู่เรื่อยๆจนแผลผ่าตัดไม่ปิดสักที

แบบที่ 4. ผู้ป่วยบังเอิญเป็นสองโรคพร้อมกัน คือเป็นโรคหลุมในลำไส้ (diverticulosis) แล้วอักเสบจนหลุมนั้นแตกทะลุผนังสำไส้ตรงใกล้ๆกับที่ผ่าตัดพอดี ทำให้มีมีสิ่งของในลำไส้ไหลออกมาตรงที่เคยผ่าตัดหรือรอบๆบริเวณนั้น
สาเหตุทุกแบบ ทั้งสี่แบบนี้ล้วนเป็นเรื่องกระจอก แก้ได้ ไม่ซีเรียส ไม่พิการ และไม่ถึงตายครับ

2. แนวทางการแก้ปัญหาคือ

ขั้นที่ 1. ต้องคิดว่ามันเป็นการติดเชื้อธรรมดาแบบที่ 1.ก่อน และลงมือรักษาแบบที่หนึ่งก่อน คือบ่งหนอง เปิดแผล ทำความสะอาดแผล เอาหนองไปเพาะเชื้อดู แล้วให้ยาตามผลเพาะเชื้อ แล้วก็ดูไปสักหนึ่งเดือนสองเดือนสามเดือน ถ้ามันปิดเองก็จบ แต่ถ้ามันไม่ปิดก็ไปขั้นที่ 2

ขั้นที่ 2. คือพิสูจน์ก่อนว่าไม่ได้มีผ้าก๊อซคิดค้างอยู่ในแผล ผ้าก๊อซในห้องผ่าตัดประมาณสิบปีหลังมานี้จะต้องมีเส้นลวดโลหะถักอยู่ในผ้าด้วย จึงเอ็กซเรย์เห็น การพิสูจน์ก็ไม่ยาก เพียงแค่เอ็กซเรย์ดูตรงนั้น ถ้าเห็นเส้นลวดโลหะก็..ใช่เลย แต่ถ้าไม่เห็นมีอะไรก็ไปขั้นที่ 3.

ขั้นที่ 3. คือการพิสูจน์ว่าผู้ป่วยไม่ได้เป็นโรคลำไส้เป็นหลุม (diverticulosis) โดยการทำเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ท้อง (CT abdomen) ถ้าพิสูจน์ได้แน่ชัดแล้วว่าไม่ได้เป็นโรคนี้ ก็ไปขั้นที่ 4.

ขั้นที่ 4. คือการทำผ่าตัดซ้ำสองเพื่อสำรวจ (second look operation) เป้าหมายก็เพื่อพิสูจน์ให้เห็นดำเห็นแดงว่ามีสิ่งแปลกปลอมค้างอยู่ไหม มีรูต่อกับลำไส้หรือเปล่า ถ้ามีก็แก้ไขแบบม้วนเดียวจบ มาถึงขั้นที่สี่นี้แล้ว อย่างไรก็จบได้แน่นอน.. โนพร็อบเบลม

3. แค่แผลผ่าตัดไส้เลื่อนติดเชื้อถึงกับต้องนั่งร้องไห้กันทั้งบ้านแถมไปไกลถึงอยากฆ่าตัวตายเนี่ย โอ้โฮ มันไม่โอเวอร์รีแอ๊คไปหน่อยเหรอครับ ชีวิตคนเรามันต้องเจออะไรที่คาดไม่ถึงในอนาคตอีกแยะ ต้องหัดมองโลกในแง่บวกหน่อย อย่าเอาแต่ตีอกชกหัว มีปัญหาก็แก้ไขกันไปทีละเปลาะๆ เดี๋ยวทุกอย่างก็จบแฮปปี้เอนดิ้งเองครับ

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์