31 ตุลาคม 2554

ถามเรื่องวิตามินป้องกันมะเร็ง

เรียน คุณหมอสันต์ ที่เคารพ

หนูขอเรียนปรึกษาเรื่องวิตามินและอาหารเสริมที่ทาน ในอดีต (ก่อนตรวจ tumor markers) หนูแอนตี้ การทานวิตามินต่างๆมาก แม้แต่วิตามินรวมอย่าง centrum หนูยังไม่ทาน ตอนนี้ หลังจากตรวจค่า tumor markers มีแพทย์ทางเลือกซึ่งจบแพทย์ศาสตร์ .......... เหรียญทอง (ที่ต้องเอ่ยชื่อสถาบันและเกียรติคุณ
เพราะหนูก็แปลกใจเหมือนกัน) มาแนะนำให้หนูทานวิตามินตามรายการไฟล์แนบมาให้คุณหมอ วัตถุประสงค์เพื่อเพิ่ม ภูมิต้านทาน และป้องกันมะเร็งใน stage 0 ที่ยังตรวจไม่เจอ หลายตัวหนูทานมาประมาณ 1 เดือนแล้ว กลัวว่าตับไตหนูอาจจะพังได้ จึงอยากเรียนปรึกษาคุณหมอค่ะ ว่าตัวไหนควรทานตัวไหนไม่ควรเสี่ยง เลย (เกือบทุกตัวมี อย.)

สาเหตุที่ยังคิดเรื่อง tumor markers อยู่คือ กังวลว่ามันจะมีเชื้อมะเร็งอยู่แต่ยังตรวจไม่เจออีกทั้งแพทย์แผนปัจจุบันยังไม่มีวิธีการป้องกันแบบ 100% ในขั้นที่มีความเสี่ยงแต่ยังไม่เป็น ทั้งนี้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน
หนูทานผักผลไม้มากๆๆๆ ประมาณพี่ๆวัว (เกิน 5 servings แน่นอนค่ะ) ทานเนื้อสัตว์บ้าง (สัปดาห์ละไม่เกินสามวัน) ออกกำลังกายตามคุณหมอสั่งอย่างเคร่งครัด (เดินเร็ว 35-40 นาที 6 วัน muscle training 2 วัน) ไม่มีความเครียดเรื่องอื่นในชีวิต ยกเว้นเรื่องนี้ (ความเครียดจากงานเยอะ เป็นสิ่งที่หนูบริหารจัดการได้ค่ะ)

อีกข้อที่เป็นคำถามที่อาจจะ stupid นิดนึง คือ ควรทานข้าวขาวหรือข้าวกล้องดี หลายท่านเตือนว่าข้าวกล้องดีจริง แต่ขึ้นราง่ายมาก

ขอบพระคุณค่ะ

ลำดับ ชื่อ ส่วนประกอบต่อเม็ด ปริมาณรับประทานต่อวัน

1 Blackmore's exec B's ๅ เม็ดหลังอาหารเช้า มี
Vitamin C (Ascorbic acid) 180 mg
Vitamin B3 (Nicotinamide) 60 mg
Vitamin B6 (Pyridoxine) 10 mg
Vitamin B2 (Riboflavin) 8.5 mg
Vitamin B1 (Thiamine) 7.5 mg
Biotin 50 mcg
Vitamin B5 (Pantothenic acid) 20 mg
Folic acid 200 mcg
Potassium (from Potassium sulfate) 75 mg
Magnesium (from Magnesium phosphate) 175 mcg
Vitamin B12 (Cyanocobalamin ) 10 mcg
Zinc (from Zinc Sulfate) 15 mg


2 Blackmore's bio C 2 เม็ดหลังอาหารเช้า มี Vitamin C 1000 mcg
(from ascorbic acid 400 mg, sodium ascorbate 350 mg
and calcium ascorbate 400 mg)
Rosehips (Rosa canina extract equiv. dry fruit) 250 mg
bioflavonoids 25 mg
Rutin 50 mg
Hesperidin 50 mg
Acerola (malpighia punicifolia) extract equiv. dry fruit 50 mg

3 Bio Calcium +D3+K 1 เม็ดหลังอาหารเช้า มี calcium 500 mg 1 Vitamin D3 5 mcg Vitamin K 35 mcg

4 TS 6 Probiotics 1 ซองหลังอาหารเช้า มี แลคโตบาซิลลัส ( Lactobacillus )
บิฟิโดแบคทีเรียม ( Bifidobacterium )แลคโตคอคคัส ( Lactococcus )

5 Lynae's CoQ10 CoQ10 29 mg 1 เม็ดหลังอาหารเช้า
6 AHCC Active Hexose Correlated Compound Freeze dry AHCC 600 mg/ 3 ซองหลังอาหาร สามมื้อ (มือ้ละซอง

7 NowFoods 1 เม็ดหลังอาหารเช้า มี Alpha Lipoic Acid 100mg
Vitamin C (as ascorbic acid) 250 mg
Vitamin E (as d-alpha tocopheryl succinate) 30 IU


............................................................

ตอบครับ

1. ประเด็นการทานวิตามินเสริมที่คุณให้ลิสต์มายาวเหยียด ถามว่าตัวไหนควรทานไม่ควรทานอย่างไร ผมขอตอบว่าสำหรับผู้ที่มีโภชนาการดีแล้วอย่างคุณนี้ คำแนะนำที่มีพื้นฐานบนผลวิจัยทางการแพทย์ที่เชื่อถือได้คือไม่ต้องทานวิตามินเป็นเม็ดหรืออาหารเสริมเป็นเม็ดใดๆครับ

2. เรื่องว่าแพทย์จบโรงเรียนไหนมา ได้เหรียญทองหรือเหรียญเงิน อันนั้นถือว่าเป็น credential ติดตัวแพทย์ ซึ่งก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่ในการตัดสินใจเลือกบริโภคสินค้าที่โฆษณาว่าเพื่อสุขภาพนั้น ผมแนะนำว่าเราในฐานะผู้บริโภคควรพิจารณาบนหลักฐานการวิจัยทางการแพทย์ที่เชื่อถือได้ และมีการตีพิมพ์ผลวิจัยนั้นในวารสารการแพทย์สากลเป็นสำคัญดีกว่าครับ

3. ณ ขณะนี้วงการแพทย์ยังไม่มีหลักฐานใดๆว่ามีวิตามินเสริมเป็นเม็ดตัวใดจะป้องกันการเกิดมะเร็ง stage 0 ที่ยังตรวจไม่พบ ไม่มีแม้แต่ตัวเดียว ดังนั้น การทานวิตามินด้วยความกลัวมะเร็ง มันเป็นการจับเรื่องคนละเรื่องมาโยงให้เป็นเรื่องเดียวกัน คุณจะเก็ทหรือไม่เก็ท เชื่อหรือไม่เชื่อผมก็จนใจนะครับ

4. ที่ว่าทานวิตามินหลายตัวจนกลัวตับไตพังนั่นก็เป็นความวิตกจริตที่สุดโต่งไปอีกทางและไม่ได้มีพื้นฐานบนความจริงอีกเหมือนกัน วิตามินที่คุณให้รายชื่อและขนาด (dose) มานั้น ปัจจุบันนี้วงการแพทย์มีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปได้ว่าไม่ได้ทำให้ตับไตพังหรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพแต่อย่างใดครับ

5. ประเด็นการได้ อย. สำหรับอาหารเสริมนั้นใช้เป็นหลักประกันว่าไม่มีสารพิษอยู่ในอาหารนั้นได้ แต่ในกรณีที่ผู้ขายอาหารนั้นเอาไปโฆษณาแต่งเติม เช่นโฆษณาว่า(อาหารที่ได้รับอย.นั้น) เป็นยาป้องกันมะเร็ง อันนี้ไม่ได้หมายความตรา อย. เป็นหลักประกันว่าคำโฆษณานั้นจะเป็นจริงนะครับ คำโฆษณาแบบนั้นอันที่จริงผิดกฎหมาย แต่เมืองไทยนี้เป็นเมืองเสรีทางการโฆษณา จะเที่ยวหลอกใครๆว่าอาหารนี้เป็นยาแก้สาระพัดโรคก็ทำได้ ดังนั้นผู้บริโภคต้องแยกแยะเอาเอง

6. การที่คุณไปตรวจ สารชี้บ่งมะเร็ง (tumor markers) แล้วพบว่าได้ผลสูงกว่าปีก่อน แม้ผลนั้นจะยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ คุณก็ยังไม่วายกังวลว่าจะมีเชื้อมะเร็งอยู่แต่ยังตรวจไม่เจอ ยิ่งแพทย์แผนปัจจุบันบอกว่ายังไม่มีวิธีการป้องกันมะเร็ง 100% คุณก็ยิ่งกังวลหนัก อันนี้ผมไม่โทษคุณ แต่ผมโทษวงการแพทย์ทั่วโลกซึ่งมีผมเป็นสมาชิกอยู่ด้วย วงการแพทย์เอาสารชี้บ่งมะเร็งมาโฆษณาหาสตางค์ว่าเป็นตัวคัดกรองโรคมะเร็งโดยไม่มีการชั่งน้ำหนักระหว่างประโยชน์อันน้อยนิดที่จะได้ในแง่ของการคัดกรองโรค กับความทุกข์อันมากมายที่จะเกิดจากวิธีการคัดกรองแบบงี่เง่า นี่เป็นเรื่องที่น่าอับอายและไม่เข้าท่าอย่างหนึ่งของวงการแพทย์ ผมจึงทำใจได้ที่คุณจะไปยอมรับนับถือพวกเอากาแฟสวนก้นว่าเป็นพวกที่มีความคิดเข้าท่ากว่าพวกเราชาวแพทย์ๆแผนปัจจุบัน

7. ถามว่าควรทานข้าวขาวหรือข้าวกล้องดี ตอบว่าทานข้าวกล้องดีกว่าครับ เพราะข้าวกล้องมีส่วนเคลือบ (bran) ซึ่งให้วิตามิน เกลือแร่ และกากชนิดละลายได้ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย ส่วนประเด็นเชื้อราปนเปื้อนในอาหารนั้น เป็นคนละประเด็นกับชนิดของอาหารที่ควรเลือกทานครับ ประเด็นเชื้อราปนเปื้อนก็ต้องไปว่ากันถึงวิธีเลือกซื้อและวิธีเก็บถนอมอาหาร ขอให้แยกเรื่องอย่าเอามาปะปนกัน

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์