13 กันยายน 2554

ปลูกบ้านน้อยทดแทนคุณ

คุณหมอสันต์ที่เคารพ
คุณแม่ขึ้นอายุเจ็ดสิบแล้ว ขึ้นลงบันไดบ้านลำบาก ชั้นล่างก็ไม่มีห้องให้ท่านนอน ดิฉันจึงกัดฟันปลูกบ้านประเภทหนึ่งห้องนอนหนึ่งห้องน้ำไว้ที่สนามหน้าบ้านเพื่อให้ท่านอยู่ ขอคำแนะนำคุณหมอเรื่องการปลูกบ้านให้ผู้สูงอายุ


………………………….

ตอบครับ

แหม..เรื่องทำบ้านผู้สูงอายุนี่พูดแล้วจะหาว่าคุยนะครับ เป็นเรื่องถนัดของผมทีเดียว เพราะว่าครั้งหนึ่งผมเคยมีแผนส่วนตัวจะไปหากินทางเลี้ยงดูผู้สูงอายุ จึงตระเวนเยี่ยมดูระบบที่พักคนชราไปหลายประเทศทั้งยุโรป อเมริกา นิวซีแลนด์ เก็บข้อมูลไว้แยะ คือแพลน แล้วนิ่ง.. เพราะว่าไม่มีเงิน

ขอเริ่มต้นที่ห้องน้ำก่อนนะครับ เพราะเป็นคนที่ชอบอะไรที่อยู่ข้างหลังบ้านมากกว่าหน้าบ้าน ห้องน้ำสำหรับผู้สูงอายุเนี่ย ท่านว่าต้องมีฮวงจุ้ยเก้าประการคือ

( 1 ) เอาตั้งแต่ลูกบิดประตูก่อนเลย ต้องไม่ใช่ลูกบิดแบบปุ่มกลมๆหมุนๆตามบ้านทั่วไป เพราะผู้สูงอายุกำลังข้อมือไม่ดี ไม่มีแรงบิด ต้องใช้ที่เปิดประตูแบบคันโยก หลักอันเดียวกันนี้ใช้กับก๊อกน้ำด้วย ก๊อกที่หมุนกันสิบรอบแถมต้องขันชะเนาะอีกต่างหากจึงจะปิดน้ำได้นั้นไม่เอา ต้องเอาแบบโยกด้ามไปมา

( 2 ) ประตูห้องน้ำตามบ้านคนทั่วไปที่เวลาเปิดจะเปิดบานประตูเข้าไปในห้องก็ไม่เหมาะ สำหรับผู้สูงอายุต้องเป็นแบบเปิดออกมานอกห้อง เพราะเวลาผู้สูงอายุหกล้มหรือหมดสติขวางปากประตูอยู่ด้านใน ลูกหลานหรือผู้ดูแลจะได้เปิดประตูเข้าไปช่วยได้ หากเป็นประตูแบบเปิดเข้า การผลักประตูเข้าไปอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บแก่ผู้สูงอายุที่นอนกองอยู่ที่หลังประตู (

( 3 ) ความกว้างของห้องน้ำก็เป็นเรื่องสำคัญ ถึงจะร่ำรวยแค่ไหนก็ไม่ควรสร้างห้องน้ำให้กว้างกว่าหนึ่งวา หมายความว่ายืนอยู่กลางห้องน้ำแล้วกางแขนออกสองข้างต้องสามารถแตะผนังห้องน้ำทั้งซ้ายและขวาได้ และต้องติดราวระดับเอวไว้บนผนังทั้งสองข้าง เวลาล้มจะได้คว้าราวข้างใดข้างหนึ่งไว้ได้

(4) พื้นห้องน้ำต้องราบเรียบ ไม่มีขั้น ไม่มีธรณีประตู การระบายน้ำก็อาศัยวิธีให้พื้นเอียงจากส่วนแห้งลงไปหาส่วนเปียก

( 5 ) โถสุขภัณฑ์อย่าใช้ของแพง เพราะโถแพงจะเตี้ย คนสูงอายุนั่งแล้วลุกไม่ขึ้น โถสูงจะถูก ให้ใช้โถที่มีความสูงเท่าหรือสูงน้องๆม้านั่งที่นั่งอยู่ประจำ และต้องทำราวโหนสองข้างโถงทั้งข้างซ้ายข้างขวาเพื่อให้นั่งลุกสะดวก

( 6 ) อ่างล้างหน้าแบบแปะเข้ากับผนังก็ไม่ดี เพราะผู้สูงอายุเข่าสองข้างแข็งแรงไม่เท่ากัน ชอบเท้าอ่างล้างหน้า อ่างแบบแปะผนังมักโครมลงมาง่ายๆ ควรทำอ่างแบบฝังลงไปบนเคาน์เตอร์ดีกว่า

( 7 ) สีของกระเบื้องบุพื้นกับผนังอย่าให้เป็นสีเดียวกัน และอย่าให้ลวดลายมากจนไม่รู้ตรงไหนเป็นพื้น ตรงไหนเป็นผนัง ผู้สูงอายุจึงมักเผลอเดินเอาหัวชนผนังโป๊กยักษ์จุหนึ่งลิตรบ่อยๆเพราะการวางสีกระเบื้องไม่ถูกหลักนี่เอง จะให้ดีควรให้สีพื้นตัดกับสีผนังให้เห็นๆจะๆไปเลย

( 8 ) พื้นห้องน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนเปียก ควรปูแผ่นยางกันลื่นที่ฝรั่งเรียกว่า bath mat แผ่นนี้ช่วยป้องกันการลื่นล้มได้ สมัยก่อนที่โรงพยาบาลของผมนี้ผู้ป่วยลื่นล้มในห้องน้ำบ่อย พอเอาแผ่นยางปูพื้นก็ลดปัญหาได้มาก นอกจากนี้ที่อาบน้ำควรมีม้านั่งเตี้ยที่มีขาสี่ขามั่นคงไม่ไถลง่ายไว้ให้นั่งเวลาอาบน้ำด้วย จะได้ลดความเสี่ยงจากการลื่นล้มขณะยืนอาบน้ำ

( 9 ) ประการสุดท้ายก็คือเครื่องทำน้ำร้อนสำหรับผู้สูงอายุต้องตั้งไว้ให้ตัดไม่ให้น้ำร้อนเกินไป เพราะผู้สูงอายุมีปฏิกิริยาสนองตอบหรือรีเฟล็กซ์ช้ากว่าธรรมดา กว่าจะรู้ว่าน้ำร้อนผิวหนังก็ลอกไปเป็นแถบแล้ว


คราวนี้ก็มาว่าถึงตัวบ้าน ก็มีหลักอยู่เก้าประการอีกเหมือนกัน เพราะว่าผมเป็นคนชอบเลขเก้านะครับ

( 1 ) ก็คือเรื่องทางเดินในบ้าน ต้องทำให้โล่งและเรียบตลอด เอาหีบห่อ สายไฟ แร็คหนังสือพิมพ์ กระถางต้นไม้ ออกไปให้พ้นทางเดิน สองข้างทางเดินควรมีที่เกาะยึด ถ้าเป็นผนังก็ควรมีราวเกาะบนผนัง ถ้าเป็นโต๊ะก็ต้องแข็งแรงมั่นคงให้ยึดเหนี่ยวได้ อย่าเอาเก้าอี้โยกมาไว้ใกล้ทางเดิน เพราะเวลาจะล้มผู้สูงอายุหันไปพึ่งเก้าอี้โยกก็.. เรียบร้อย คือโครมลงไปทั้งคนทั้งเก้าอี้

( 2 ) พรมปูพื้นแบบเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมวางตามห้องรับแขกไม่เหมาะสำหรับบ้านผู้สูงอายุ ควรเอาออกไปเสีย เพราะทำให้สะดุดขอบ หรือย่นไถลจนหกล้มได้ง่าย หากชอบอยากจะใช้พรมต้องเอาเทปสองหน้ายึดกับพื้นให้แน่น

( 3 ) ถ้าเป็นบ้านพื้นไม้กระดาน ต้องหมั่นตรวจตราซ่อมพื้นกระดานที่หลวมหรือกระเดิดขึ้นให้ราบสนิท เพราะผู้สูงอายุเตะแล้วเกิดแผลทีหนึ่ง รักษาแผลกันนานเป็นปี ไม่คุ้มกัน ยิ่งถ้าสะดุดหกล้มยิ่งเป็นเรื่องซีเรียส อย่าดูเบาเป็นอันขาด การลื่นตกหกล้มของผู้สูงอายุบางทีเป็นเรื่องน้ำผึ้งหยดเดียว คือล้มนิดเดียว แต่กระดูกตะโพกหัก ต้องนอนโรงพยาบาลหลายเดือน บางรายติดเชื้อถึงเสียชีวิตก็มี

( 4 ) ต้องมีระบบรักษาพื้นให้แห้งตลอดเวลา น้ำหกต้องเช็ดทันที อย่าอ้างโน่นอ้างนี้ว่าไม้ม็อบอยู่ข้างนอก ยุงแยะ ไว้พรุ่งนี้ก่อนละกัน แบบนี้น้ำที่หกทิ้งบนพื้นจะก่อโศกนาฏกรรมได้

( 5) ถ้าพื้นเป็นกระเบื้อง ควรใช้กระเบื้องแบบไม่ลื่น และถูพื้นด้วยขี้ผึ้งแบบไม่ลื่น

( 6 ) ระบบแสงสว่างในบ้านผู้สูงอายุเป็นเรื่องบิ๊ก บิ๊ก บิ๊ก จริงๆ มีหลักอยู่สองประการคือประการที่หนึ่งแสงต้องมากกว่าธรรมดาเพราะคนสูงอายุเลนซ์ตาขุ่นรับแสงได้น้อยลง จะให้ดีติดไฟบอกทางที่ฝรั่งเรียกว่า night light ไว้ทั่วบ้าน ประการที่สองต้นแสงต้องไม่อยู่ในตำแหน่งที่แยงตา โดยเฉพาะเวลาเดินขึ้นหรือลงบันได ต้องไม่เห็นหลอดไฟ เพราะตาของผู้สูงอายุนี้ม่านตาจะหดขยายเพื่อตอบสนองต่อแสงได้ช้า ถ้าเป็นคนหนุ่มคนสาวเมื่อมองหลอดไฟม่านตาจะหดพรึ่บไม่ให้แสงเข้าไปถึงจอประสาทตามาก พอหันไปมองที่มืดม่านตาก็จะถ่างขยายฟึบเพื่อให้แสงเข้าไปหาจอประสาทตาได้มากที่สุด แต่ม่านตาของผู้สูงอายุไม่ไวเช่นนั้น พอมองหลอดไฟปุ๊บตาจะพร่ามองอะไรไม่เห็นไปอีกหลายวินาที ทำให้เกิดอุบัติเหตุง่าย

( 7 ) บันไดต้องมองเห็นแต่ละขั้นชัด อาจจะคาดเทปสีให้เห็นขอบ ถ้าพื้นบันไดเป็นไม้ลื่นก็ต้องไปซื้อมุมกันลื่นมาติด สองข้างบันไดต้องมีราวให้เกาะทั้งซ้ายมือขวามือ

( 8 ) อุบัติเหตุมักเกิดจากผู้สูงอายุตื่นกลางดึกแล้วคลำหาสวิตช์หรือคลำหาทางไปห้องน้ำ ดังนั้น ห้องนอนต้องมีสวิตช์อยู่ข้างเตียง หรือมีโคมไฟข้างเตียง ให้เปิดไฟได้ก่อนที่จะลุกขึ้น ไฟฉายต้องมีไว้ให้ตลอดเวลา

( 9 ) ต้องศึกษาลักษณะการใช้บ้านว่าเจ้าของมีกิจกรรมอะไรบ้าง แล้วออกแบบให้เหมาะกับท่าร่างการทำกิจกรรมนั้น เรียกว่าหลักเออร์โกโนมิก( ergonomic) หรือเออร์โก้ดีไซน์ อย่างเช่นถ้าชอบทำอาหาร แต่มีครัวแบบมาตรฐานซื้อจากห้างไปติดตั้ง ครัวแบบนี้ที่เก็บจานอยู่สูงเหนือศีรษะ ผู้สูงอายุต้องเอาม้าต่อขาปีนขึ้นไปหยิบจาน ซึ่งไม่ดี จะให้ดีต้องออกแบบให้ที่เก็บจานอยู่ต่ำ หยิบได้โดยไม่ต้องปีน เป็นต้น

ถ้าคุณปลูกบ้านน้อยของคุณได้ดังนี้ก็จัดว่าได้ทำสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อคุณแม่แล้วละครับ


นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์