01 กันยายน 2554

งดอาหารเค็มแล้วไม่มีแรง เหมือนจะลงแดงตาย

คุณหมอสันต์ครับ

ผมเพิ่งถูกหมอวินิจฉัยว่าเป็นความดันเลือดสูง (150/90) และหมอยังไม่เริ่มใช้ยาแต่ให้งดอาหารเค็มเด็ดขาด ผมลองดูแล้วเป็นไปไม่ได้เลย เพราะนับตั้งแต่มื้อเช้าของประจำของผมคือคือข้าวต้มกับเกี๊ยมฉ่ายเค็มๆ ถ้าไม่ได้ วันนั้นทั้งวันผมก็ไม่มีแรงทำอะไรแล้ว เหมือนคนจะลงแดงตาย จึงอยากถามคุณหมอว่าถ้าเราลดอาหารเค็มได้ไม่มากอย่างที่หมออยากให้ทำ มีวิธีอื่นไหมที่จะช่วยลดความดันเลือด หรือช่วยไม่ให้เกลือโซเดียมมีผลเสียต่อสุขภาพ

..............................................

ตอบครับ

1. โซเดียม (Na) ทำให้ความดันเลือดสูง นั่นเป็นของแน่ แต่ผลเสียของโซเดียมต่อร่างกายจะถูกต่อต้านหรือบาล้านซ์โดยโปตัสเซียม (K) ตัวโปตัสเซียมนี้มีมากในผักผลไม้ มีงานวิจัยที่ทำกับคนยุโรปซึ่งมีโปตัสเซียมในอาหารมากเนื่องจากทานผักและผลไม้มาก พบว่าโซเดียมไม่มีผลต่ออัตราตาย แต่เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มประชากรในจีนซึ่งมีโปตัสเซียมในอาหารน้อย กลับพบว่าโซเดียมมีผลต่ออัตราตายมากกว่าคนยุโรป ดังนั้นตอบคำถามคุณตรงๆก็คือถ้าลดเกลือแล้วจะลงแดงตายเอา ก็ไม่ต้องตั้งหน้าตั้งตาลดเกลือมากก็ได้ แต่ให้ทานผักและผลไม้แยะๆเป็นการชดเชยที่ทานเกลือมาก คำว่าแยะนี้คือวันหนึ่งต้องมากกว่า 5 เสริฟวิ่ง ทั้งนี้หนึ่งเสริฟวิ่งถ้าเป็นผลไม้ก็มีปริมาณเทียบเท่าแอปเปิลหนึ่งลูก ถ้าเป็นผักก็เทียบเท่าผักสลัดหนึ่งจาน

2. นอกจากการจำกัดเกลือ ยังมีวิธีลดความดันเลือดอย่างอื่นอีกซึ่งมีงานวิจัยสนับสนุนชัดเจนแล้ว คือ

2.1 ถ้าอ้วน ให้ลดน้ำหนักลง หากลดน้ำหนักลงได้ 10 กก. ความดันจะลดลงได้ถึง 20 มม.

2.2 งานวิจัยอาหาร DASH พบว่าการกินอาหารมังสะวิรัตไขมันต่ำและนมไร้ไขมัน ลดความดันเลือดได้ถึง 14 มม.

2.3 การออกกำลังกายให้ถึงระดับมาตรฐาน หมายความว่าออกกำลังกายแบบต่อเนื่องให้หนักพอควร คือจนหอบแฮ่กๆร้องเพลงไม่ได้ นานครั้งละ 30 นาที สัปดาห์ละอย่างน้อย 5 ครั้ง ควบกับการเล่นกล้ามสัปดาห์ละ 2 ครั้ง จะลดความดันเลือดได้ถึง 9 มม.

2.4 คนที่ดื่มแอลกอฮอล์มาก หากลดแอลกอฮอล์เหลือวันละไม่เกิน 2 ดริ๊งค์ จะลดความดันได้ถึง 4 มม.

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

บรรณานุกรม

1. Stolarz-Skrzypek K, Kuznwtsova T, Thijs L, et al; European Project on Genes in Hypertension (EPOGH) Investigators. Fatal and nonfatal outcomes, incidence of hypertension, and BP changes in relation to urinary sodium excretion. JAMA. 2011;305:1777-1785.