29 สิงหาคม 2554

Weekend effect เพราะมันเป็นวันหยุด จึงต้องทำใจ

เรียนคุณหมอสันต์ครับ

ไม่รบกวนถามอะไรครับ เพราะอ่านที่คุณหมอตอบคนอื่นก็ครอบคลุมคำถามที่ผมมีอยู่ในใจหมดแล้ว แต่ที่เขียนมารบกวนคุณหมอเพราะหงุดหงิดที่เมื่อเย็นวันศุกร์ที่ผ่านมาผมพาคุณพ่อซึ่งอยู่ดีๆก็เกิดปากเบี้ยวพูดไม่ได้ขึ้นมากะทันหัน ผมทราบได้ทันทีจากที่เคยอ่านของคุณหมอว่าเป็นอัมพาตเฉียบพลัน จึงรีบพาคุณพ่อไปโรงพยาบาล..... แต่ผิดหวังมากที่ไม่ได้รับการดูแลในช่วงนาทีทองที่คุณหมอย้ำความสำคัญนักหนาเลย มีการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจริง ผ่านไปสองชั่วโมงจึงจะได้เอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ และผ่านไปอีกสามชั่วโมงจึงได้รับไว้รักษาในรพ. เมื่อผมถามถึงการฉีดยาละลายลิ่มเลือดก็ได้รับคำตอบจากแพทย์เวรว่าระยะเวลานับจากเกิดอาการมาถึงตอนได้ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญครบถ้วนก็เกินห้าชั่วโมงไปแล้ว ผมจึงเขียนมาระบายกับคุณหมอ ว่าสิ่งดีๆที่คุณหมอแนะนำไว้ แต่ในชีวิตจริงบางทีมันก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้นครับ ตอนนี้คุณพ่อดีขึ้นบ้าง แต่ยังมีปากเบี้ยวค้างอยู่พอควร

.....................

ตอบครับ

แหม เขียนมาตัดพ้อหมอ ตัวผมเองก็เป็นหมอ แล้วจะให้ผมตอบว่าอย่างไรละครับ แหะ..แหะ

เพื่อไม่ให้คุณน้อยใจหมอเขามากเกินไป สิ่งหนึ่งที่เป็นข้อมูลความจริงทั่วโลกก็คือ การมีอันต้องเข้าโรงพยาบาลในวันหยุด คือตั้งแต่เย็นวันศุกร์ไปจนถึงเช้าวันจันทร์ ย่อมมีความเสี่ยงที่จะทำให้ผลการรักษาแย่กว่าธรรมดา นี่เป็นสัจจธรรม เพราะวันหยุดย่อมจะมีหมออยู่ในรพ.น้อย ส่วนใหญ่เป็นหมอเวร และมีเจ้าหน้าที่น้อยกว่าวันธรรมดา มีงานวิจัยผลการรักษาผู้ป่วยอัมพาตในอเมริกาเปรียบเทียบระหว่างคนเข้ารพ.วันธรรมดากับวันหยุด ก็พบว่าคนเข้าวันหยุดจะมีอัตราตายและอัตราการเกิดความทุพลภาพมากกว่า เขาเรียกมันว่าเป็น weekend effect จะมีข้อยกเว้นก็เฉพาะรพ.ขนาดใหญ่ที่มีศูนย์รักษาอัมพาตอย่างเป็นเรื่องเป็นราวเท่านั้น นี่ขนาดรพ.ฝรั่งซึ่งฟ้องหมอกันเป็นว่าเล่นนะครับ ดังนั้นผมแนะนำว่า make your heart ทำใจเสียเถอะ

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

บรรณานุกรม

1. McKinney JS, et al "Comprehensive stroke centers overcome the weekend versus weekday gap in stroke treatment and mortality" Stroke 2011; DOI: 10.1161/STROKEAHA.110.612317.