27 กรกฎาคม 2554

ข้ออักเสบรูมาตอยด์ กลัว กลัว กลัว

ดิฉันอายุ 40 ปี มีปัญหาปวดเมื่อยกล้ามเนื้อสะบัก ปวดตามมือตามเท้า อาเจียน แน่นท้อง แสบแน่นหน้าอก รักษามานานเป็นปี ครั้งสุดท้ายหมอเจาะเลือดดู RF ได้ผลบวก 1:160 แล้ววินิจฉัยว่าเป็นข้ออักเสบรูมาตอยด์ และได้ให้ยา Arava, Plaquenil, Methotrixate, Folic acid ตอนนี้ทานยามาแล้ว 2 เดือน หมอตรวจพบว่าเอ็นไซม์ตับ SGPT สูงขึ้นเป็น 90 จึงให้ดิฉันตรวจภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบทั้ง A B C แต่ก็ไม่มีภูมิสักตัว ดิฉันมีความกังวลว่าเป็นโรคนี้ต้องรักษากันจนตาย และต้องใช้ยาแพง อาจจะต้องทุพลภาพ อยากถามคุณหมอว่าการตัดสินว่าเป็นโรคนี้ใช้ RF เป็นหลักเลยใช่ไหม ดิฉันเป็นโรคนี้แน่หรือเปล่า โรคนี้เกิดจากอะไร แล้วโรคนี้มีความสัมพันธ์กับไวรัสตับอักเสบอย่างไร ทำไม่จึงต้องตรวจไวรัสหมด และท้ายที่สุดดิฉันควรรักษาตัวเองอย่างไรจึงจะดี

.........................................................

ตอบครับ

1. การวินิจฉัยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis) ปัจจุบันนี้ใช้เกณฑ์วินิจฉัยของวิทยาลัยข้ออักเสบอเมริกาและยุโรป (ACR/EULAR) ซึ่งเพิ่งแก้ไขกันไปหมาดๆเมื่อปีกลาย (2010) และมีสาระสำคัญว่าจะวินิจฉัยโรคนี้เมื่อได้คะแนน 6 คะแนนขึ้นไปจากคะแนนเต็มสิบคะแนนคือ

A. จำนวนข้อที่มีการอักเสบ ถ้าข้อใหญ่อักเสบ 2-10 ข้อ ได้ 1 คะแนน ถ้าข้อเล็กอักเสบ 1-3 ข้อได้ 2 คะแนน ถ้าข้อเล็กอักเสบ 4-10 ข้อได้ 3 คะแนน ถ้าข้อเล็กอย่างน้อย 1 ข้ออักเสบร่วมกับข้ออื่นๆรวมแล้วเกิน 10 ข้อขึ้นไปได้ 5 คะแนน

B. ผลตรวจเลือดอย่างน้อยต้องได้ผลบวกหนึ่งอย่างคือถ้า RF (rheumatoid factor) หรือ ACPA (anti citrullinated protein antibody) เป็นบวกต่ำๆ ได้ 2 คะแนน ถ้าเป็นบวกมากๆ (เกินสามเท่าของค่าปกติ)ได้ 3 คะแนน

C. สารแสดงปฏิกิริยาการอักเสบ คือ ESR (erythrocidementation rate) หรือ CRP (C-reactive protein) อย่างน้อยต้องได้ผลบวกหนึ่งอย่าง ถ้าบวกก็ได้ 1 คะแนน

D. ความยาวนานของอาการ อาการเป็นมานาน 6 สัปดาห์ขึ้นไป ได้ 1 คะแนน

ในกรณีของคุณ ผมดูชื่อยาที่คุณบอกมาแล้ว ผมเดาเอาได้ว่าคุณกำลังอยู่ในมือของหมอโรคข้อ (rheumatologist) เขาไม่วินิจฉัยคุณผิดหรอกครับ เพราะเป็นอาชีพของเขา เหมือนคนอาชีพทำขนมครก ย่อมไม่ทำขนมครกออกมาเป็นขนมเบื้อง ฉันใดก็ฉันเพล ดังนั้นอย่าวิตกจริตไปเลย

2. ความกังวลที่ว่าเป็นโรคนี้ต้องรักษากันจนตายนั้นเป็นการมองโลกแง่ร้ายแง่เดียว เพราะการพยากรณ์ของโรคนี้ขึ้นอยู่กับดวง คือบางคนก็ไปดี บางคนก็ไปไม่ค่อยดี เอาแน่ไม่ได้ แต่ข้อมูลที่พอทำให้ใจชื้นได้บ้างคือในบางคนโรคนี้หายเองได้

3. ความกังวลว่าจะเสียค่ายาแพงตลอดชีวิตเป็นความกังวลที่ไร้สาระ เพราะโรคนี้ยายิ่งถูกยิ่งได้ผลดี ยาที่ให้ผลดีที่สุดและถูกนำมาจัดเป็นยาแถวแรก (first line drug) ในการรักษาล้วนเป็นยาราคาถูกๆทั้งสิ้น รวมทั้งยา Lefanamide (Arava), Hdrochloroquine (Plaquenil), และ Methotrexate ที่คุณทานอยู่ด้วย ส่วนตัวที่แพงคือยาในกลุ่ม TNF inhibitor (เช่นยา abatacept) ซึ่งเป็นยาฉีดนั้นมันเป็นยาร่วมรักษาที่หมอเขาจะสงวนไว้ใช้ก็เฉพาะรายที่โรคเป็นมากๆจนยาแถวแรกเอาไม่อยู่แล้วเท่านั้น ซึ่งมีโอกาสที่ผู้ป่วยอย่างคุณจะต้องใช้ยาอย่างนั้นน้อยมาก

4. ความกังวลว่าจะทุพลภาพก็ผิดอีก เพราะยาแถวแรกซึ่งเรียกว่ายาในกลุ่ม DMARD อย่างที่คุณทานอยู่นี้มันช่วยได้มาก จนสองในสามของผู้ป่วยโรคนี้มีชีวิตอิสระเสรีอยู่ได้ด้วยตนเองโดยไม่มีความพิการหรือทุพลภาพแต่อย่างใด

5. การคัดกรองโรคไวรัสตับอักเสบ.ซี ก่อนเริ่มให้ยา เป็นมาตรฐานการรักษาโรคนี้ เพราะโรคไวรัสตับอักเสบซี.มีอาการแยกไม่ออกจากโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ หากไม่คัดกรองก่อน เดี๋ยวรักษาผิดโรค

6. การคัดกรองโรคไวรัสตับอักเสบเอ.และบี.นั้นหมอโรคตับเขาทำในผู้ป่วยที่มีเอ็นไซม์ของตับผิดปกติทุกรายไม่ว่าจะผิดปกติจากเหตุใด เพราะหากพบว่ามีโรคตับอักเสบอยู่ ก็แสดงว่ามันอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เอ็นไซม์ของตับสูง หรือถ้าพบว่าไม่เคยติดเชื้อ ก็จะได้ฉีดวัคซีนป้องกัน เพราะตับกำลังเป๋อยู่แล้วควรป้องกันไม่ให้โรคใหม่มาทำให้ตับเป๋หนักยิ่งขึ้น

7. ควรจะรักษาตัวเองอย่างไรนะหรือครับ ข้อแรกก็คือทำตัวเป็นคนไข้ที่ดี ทำตามที่หมอข้อเขาแนะนำ ให้ข้อมูลหมอมากๆ มีอะไรใช่ไม่ใช่บอกหมอไว้ก่อน ข้อสอง ก็คือใช้ชีวิตให้มีคุณภาพเต็มสตีม หมายความว่าขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวให้เต็มที่ สร้างสรรค์สิ่งดีในชีวิตให้เต็มภาคภูมิ อย่าเอาแต่คิดแบบคนอกหักรักคุดว่าเป็นโรคนี้แล้วจะนั่นจะนี่ ไม่นานมานี้ผมไปที่อังกฤษ ได้พบผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นยอดฝีมือด้านร้องเพลงโซปราโน และเธอเป็นโรคเดียวกับคุณด้วย ไม่เห็นเธอตีอกชกหัวแบบคุณเลย (ขอโทษ ผมปากเสียอีกละ)

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

บรรณานุกรม

1. Aaletaha D, Neogi T et al for AHA/EULAR. 2010 Rheumatoid arthritis classification criteria. Arthritis & Rheumatism 2010;62(9):2569-2581. (DOI 10.10020art.27584)