31 กรกฎาคม 2554

หัวใจเต้นผิดปกติจากยา Arcoxia หรือไม่

เรียนปรึกษาคุณหมอ เรื่องอาการหัวใจเต้นผิดปกติ จากยา Arcoxia ครับ

เนื่องจากก่อนหน้านี้ วันที่ 23/5/2554 ผมปวดไหล่รุนแรงมาก ไปหาหมอที่ รพ. ... หมอให้ทานยา Arcoxsia 90 mg และยาทานอื่น ๆ คือ omeprazole 20 mg lyrica 25 mg, mydocalm 150 mg, และฉีดยาให้ผม dynastat ครับ บ่ายวันถัดมา ผมเริ่มมีอาการ หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรเหนื่อยเลย ผมอ่านเรื่องของยา arcoxia แล้วไม่สบายใจครับ ผมทานยาตัวนี้ ติดต่อกัน 8 วัน 8 เม็ด (วันละเม็ด) หลังจากนั้น ผมหยุดยา ผมหยุดยามาได้ เกือบเดือนแล้วครับ ปัจจุบัน ผมยังคงมีอาการ หัวใจเต้นเร็วผิดปกติอยู่ ทั้ง ๆ ที่นั่งอยู่เฉย ๆ บางครั้งก็เต้น 130 กว่าครั้งต่อนาที บางครั้งก็เต้น 110 กว่าครั้งต่อนาที ระยะห่างที่เป็น ก็จะเป็นประมาณ สัปดาห์ละครั้งบ้าง สามวันครั้งบ้าง บางวันเป็น 2 - 3 ครั้ง เวลาเป็น ผมจะรู้สึกถึงแรงดัน หน้าร้อนผ่าวบ้าง ถ้าหัวใจเต้นไม่เร็วนัก สัก 110 ก็จะไม่รู้สึกหน้าร้อนผ่าวอะไร อีกอาการหนึ่งคือ ตอนนี้ ผมกลายเป็นมีอาการวิตกกังวล ด้วยครับ ผมไปหาหมอมาหลายรพ.แล้ว แพทย์ ไม่เชื่อว่า เป็นเพราะยา arcoxia ครับ (1) ผมจะพอมีวิธีรักษาอาการเหล่านี้ได้อย่างไรบ้างครับ (2) ผมจะบอกแพทย์ให้รักษาผมด้วยวิธีไหนดี (3) หรือคุณหมอ พอจะมีวิธีรักษาไหมครับ ถ้าสะดวกให้ผมไปพบ ผมจะดีใจมากเลยครับ
ตอนนี้ ผมกลุ้มใจมาก เพราะทำงานไม่ค่อยได้ กังวลว่า มันจะเกิดขึ้น ตลอดเวลา อาการนี้ มันรบกวนชีวิตผมมากเหลือเกินครับ ผมไม่รู้ว่า ต้องรักษาอาการให้หาย หรือปล่อยไว้นาน ๆ มันจะทุเลาไปเอง ผมขอความกรุณาคุณหมอด้วยนะครับ
เพราะไม่รู้จะพึ่งใครแล้ว

……………………………………………….


ตอบครับ

1. ก่อนอื่นมาทำความตกลงเรื่องกฎกติกาก่อนนะ คือวงการแพทย์ทั่วโลกตกลงกันว่าหมอจะไม่พูดชื่อทางการค้าของยา ให้พูดแต่ชื่อสามัญ เพื่อปิดโอกาสไม่ให้หมอทำตัวเป็นยี่ปั๊วของบริษัทยา ซึ่งแน่นอนว่าเป็นกฎกติกาที่ดี และผมก็ชอบกฎนี้ เพราะทำให้ผมปลอดภัยจากของแข็งของบริษัทยาด้วย ดังนั้นต่อไปในบทความนี้ที่คุณเรียกว่ายา Arcoxia ผมจะเรียกว่า etericoxib และยาฉีดที่คุณเรียกว่า Dynastat ผมจะเรียกว่า parecoxib โอเค้..

2. ทั้งยา etericoxib และ parecoxib ต่างเป็นยาในกลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สะเตียรอยด์ (NSAID) ในกลุ่มย่อยที่ออกฤทธิ์ระงับเฉพาะเอ็นไซม์ COX-2 ซึ่งทำให้เกิดการอักเสบ อันเป็นยาที่แตกต่างจากยา NSAID ดั้งเดิมเช่น diclofenac (Voltaren) ที่ออกฤทธิ์รูดมหาราชระงับทั้งเอ็นไซม์ COX-2 และ COX-1 ยาดั้งเดิมนั้นขึ้นชื่อลือชาว่าทำให้เลือดออกในกระเพาะง่ายและทำให้ไตพัง แต่ขณะเดียวกันยากลุ่มใหม่ที่ออกฤทธิ์ระงับเฉพาะ COX-2 ก็เป็นที่ยอมรับกันแล้วว่าทำให้เกิดปัญหาต่อหัวใจมากกว่ายารุ่นพี่เสียอีก ทั้งในแง่ทำให้เกิดหัวใจล้มเหลว และกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน เพียงแต่ว่ายังไม่มีใครแสดงให้เห็นถึงกลไกการออกฤทธิ์ต่อหัวใจที่แน่ชัด เพราะพอข้อมูลของยารุ่นพี่เช่น rofecoxib (VIOXX) จะชัดขึ้นมาว่าทำให้คนมีเป็น heart attack มากขึ้น ยาก็ถูกถอนออกจากตลาดไปก่อน แล้วเข็นเอายารุ่นน้องในคอกเดียวกันตัวอื่นออกมาแทน วงการแพทย์ก็ต้องมานั่งรอเก็บสถิติกันใหม่ไปอีกพักใหญ่ รอจนกว่าจะมีเรื่องแดงขึ้นมามากพอจนมีนัยสำคัญทางสถิติ จึงจะได้รู้กันว่ายานี้มีผลเสียต่อหัวใจแน่ชัดอย่างไร แต่ทุกวันนี้แม้ข้อมูลจะยังไม่ชัด ฉลากของยาเหล่านี้ก็ได้ห้ามใช้ในคนเป็นโรคหัวใจล้มเหลวและหัวใจขาดเลือดไว้แล้วเรียบร้อย

3. ถามว่าฉีดยา parecoxib ไปหนึ่งเข็ม แล้วทานยา etericoxib ไปอีกแปดเม็ด ทำให้เกิดปัญหาขึ้นกับหัวใจ (หัวใจล้มเหลวหรือกล้ามเนื้อหัวใจตาย) จนหัวใจเต้นผิดปกติ (arrhythmia) ใช่ไหม แหะ แหะ คำตอบนั้นอยู่ในสายลม ..The answer, my friend, is blowing in the wind. เพราะว่าข้อมูลที่วงการแพทย์มีอยู่ในปัจจุบันยังน้อยเกินไปไม่พอที่จะตอบคำถามนี้ได้ครับ ตอบได้แต่ว่าความเป็นไปได้นะมี แต่ใช่จริงหรือไม่ ยังไม่รู้ครับ

4. จะมาให้หมอสันต์รักษาให้ได้ไหม ตอบว่าไม่ได้ครับ เพราะตอนนี้ผมทำหน้าที่เป็นหมอป้องกันโรคและส่งเสริมสุขภาพ ไม่ได้หากินทางรักษาโรคแล้ว จึงไม่รับรักษาผู้ป่วยครับ อีกอย่างหนึ่ง กฎของแพทยสภาห้ามหมอโฆษณาหาคนไข้เข้าตัวเอง เพราะฉะนั้นการเขียนบล็อกเพื่อให้ความรู้ผู้คนอย่างนี้ จะแอบกุ๊กกิ๊กชักจูงเอาผู้อ่านมาเป็นคนไข้ของตัวเองไม่ได้เลยครับ ..บาปหนัก

5. จะรักษาตัวเองต่อไปอย่างไรดี ผมแนะนำว่า

5.1 หยุดยาทุกชนิด โดยเฉพาะยา NSAID ทุกตัว

5.2 อยู่เฉยๆไม่ต้องทำอะไรไป 6 เดือน แบบว่า “..รอให้เวลา ช่วยรักษาแผลหัวใจ” ทำนองนั้น ถ้าเป็นผลจากยา มันมีโอกาสหายเองได้อยู่แล้ว เพราะธรรมชาติของร่างกายเยียวยาอวัยวะของตัวเองได้ ในระหว่างนี้ถ้าจิตไม่ว่างก็ไปเดินจงกรมที่วัด

5.3 เมื่อครบหกเดือนแล้ว ถ้าอาการใจเต้นเร็วยังไม่หายไป คราวนี้ต้องไปหาหมอแบบไปตรวจสุขภาพประจำปี ซึ่งในการตรวจสุขภาพประจำปี หมอเขาจะถามว่ามีอาการผิดปกติอะไรบ้างไหม เราก็ตอบว่ามีอาการใจเต้นเร็วและหน้าร้อนผ่าวเป็นพักๆ และอย่าลืมบอกหมอด้วยว่าเราอยากจะประเมินให้ละเอียดด้วยว่าหัวใจมีภาวะหัวใจล้มเหลว (heart failure) และภาวะหัวใจขาดเลือดหรือเปล่า ถ้ากลัวหมอจะไม่เห็นด้วยเรื่องยา COX-2 ก็ไม่ต้องบอกหมอเรื่องยาก็ได้ บอกเพียงแค่ว่าขอมาประเมินหัวใจอย่างละเอียดเพื่อเป็นมาตรการความปลอดภัยก่อนจะเริ่มโปรแกรมออกกำลังกายอย่างจริงจัง หมอเขาก็จะวัดความดัน วัดชีพจร เพราะความดันสูงและชีพจรเร็วในคนอายุน้อยอาจจะเกิดจากมีเนื้องอกคอยปล่อยฮอร์โมนที่ต่อมหมวกไตก็ได้ ถ้าเขาเห็นจำเป็นเขาอาจจะตรวจดูฮอร์โมนของต่อมไทรอยด์ซึ่งเป็นต้นเหตุของอาการใจเต้นเร็วและวูบวาบได้เหมือนกัน ในการประเมินหัวใจหมออาจจะทำการตรวจสมรรถนะด้วยการวิ่งสายพาน (EST) และการตรวจคลื่นเสียงดูการบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจด้วยก็ให้เขาทำไป

5.4 ถ้าตรวจแล้วไม่พบความผิดปกติเลย คราวนี้ต้องไปหาหมอโรคประสาท เอ๊ย.. ไม่ใช่ พูดเล่น คราวนี้ก็สบายใจได้แล้ว ให้หันมาใช้ชีวิตในแนวทางที่ทำให้สุขภาพดีตามปกติแบบเต็มสตีม ออกกำลังกายให้ถึงระดับหนักพอควรคือจนหอบแฮ่กๆร้องเพลงไม่ได้วันละครึ่งชั่วโมงทุกวัน นอนพักให้พอ เลิกสนใจว่าหัวใจจะเต้นร้อยครั้งหรือร้อยสามสิบครั้ง เลิกสนใจด้วยว่าหน้าจะผ่าวหรือไม่ผ่าว เพราะอาการใจเต้นเร็วใจสั่นและผ่าวที่หน้านี้ บางทีแค่ความวิตกกังวลอย่างเดียวก็ทำให้เกิดอาการอย่างนี้ได้เหมือนกัน


นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์


บรรณานุกรม

1. Trelle, S; Reichenbach, S, Wandel, S, Hildebrand, P, Tschannen, B, Villiger, PM, Egger, M, Jüni, P (2011-01-11). "Cardiovascular safety of non-steroidal anti-inflammatory drugs: network meta-analysis.". BMJ 2011; 342:c7086. doi:10.1136/bmj.c7086.