04 เมษายน 2554

ช่วยอ่านผลค่าไทรอยด์ TSH และ FT4

ไปตรวจเลือดเช็คไทรอยด์มาคะ ผลคือ
TSH = 89.31 reference (0.270-4.20)
FT4 = 0.49 (0.932-1.71) T3 = 0.80 (0.846-2.02)

คุณหมอบอกว่าเป็นไทรอยด์ทำงานต่ำ หมอให้ยา Thiroxin มาทานวันละ 1 เม็ดครึ่งก่อนอาหารเช้าคะ กังวลเหมือนกันกลัวจะเป็นไทรอยด์เป็นพิษ ค่า TSH 89.31 ที่ออกมาแบบนี้ถือว่าอันตรายหรือยังคะ แล้วถ้าทานยาแล้วก้อนไทรอยด์ยังไม่ยุบ คุณหมอแนะนำให้ผ่าออก มีวิธีอี่นมั้ยคะ รบกวนสอบถามคะ อาการแบบนี้เป็น ไฮเปอร์ไทรอยด์ใช่มั้ยคะ

...........................................

ตอบครับ

1. การป่วยของคุณเรียกว่าโรคไฮโปไทรอยด์ (hypothyroidism) ครับ ไม่ใช่โรคไฮเปอร์ไทรอยด์ คนละเรื่องกัน คือตรงกันข้ามเลย โรคไฮโปไทรอยด์นี้หมายความว่าต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนไทรอกซิน (FT4) ไม่พอใช้ กลไกของสมองจึงสร้างฮอร์โมนกระตุ้นต่อมไทรอยด์ (thyroid stimulating hormone - TSH) มาเร่งรัดการผลิตให้มากขึ้น ตัว TSH นี้เป็นตัวบอกว่าเมื่อไรภาวะไฮโปไทรอยด์จะหาย ถ้า TSH ยังสูงเท้งเต้งอยู่ ก็แสดงว่ายังไม่หาย แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีอันตรายอะไรจนถึงแก่ชีวิต

2. อาการของไฮโปไทรอยด์ก็คือจะเริ่มอย่างช้าๆ ไม่รู้ตัว แล้วเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ ได้แก่อ่อนเปลี้ย เฉื่อย ขี้หนาว ท้องผูก ผิวแห้งซีด แก้มยุ้ย ( puffy ) เสียงแหบ โคเลสเตอรอลในเลือดสูง น้ำหนักขึ้นโดยไม่ทราบเหตุ ปวดและตึง ( stiff ) กล้ามเนื้อ เอ็น ข้อ กล้ามเนื้อไม่มีแรง เมนส์มามาก เล็บและผมเปราะ ซึมเศร้า ขี้ลืม คิดอะไรช้า

3. โรคไฮโปไทรอยด์มีสาเหตุได้หลายอย่าง เช่นขาดเกลือไอโอดีน (โรคคอหอยพอก) ต่อมไทรอยด์อักเสบ โรคภูมิคุ้มกันทำลายต่อมไทรอยด์ตัวเอง (Hashimoto thyroiditis) เป็นต้น

4. การผ่าตัดไม่ใช่วิธีรักษาไฮโปไทรอยด์ การผ่าตัดจึงจะใช้ในโรคนี้ในสองกรณีเท่านั้น คือ (1) เป็นคอหอยพอกก้อนใหญ่แล้วต้องการเอาออกเพื่อความสวยงาม (2) ตรวจพบว่ามีเนื้องอกอยู่ในต่อมไทรอยด์ จำเป็นต้องผ่าเอาเนื้องอกนั้นออก

5. การรักษาโรคไฮโปไทรอยด์คือการให้ฮอร์โมนไทรอกซิน (thyroxin) กินทดแทนส่วนที่ต่อมไทรอยด์ผลิตได้ไม่พอ ควบคู่ไปการรักษาต้นเหตุ เช่นขาดไอโอดีนก็ใช้ไอโอดีนเสริม เป็นต้น

6. คุณเป็นโรคนี้ ต้องศึกษาทำความเข้าใจกลไกของโรค ชื่อฮอร์โมน ชื่อผลแล็บ และชื่อยาที่เกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้ง เพื่อป้องกันไม่ให้ไปกินยาผิด ในบล็อกนี้มีคนเขียนมาถามเรื่องโรคนี้ซึ่งผมได้ตอบไปแล้วหลายครั้ง คุณลองค้นย้อนหลังหาอ่านเพิ่มเติมได้ครับ

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์