04 เมษายน 2554

คันทวารหนัก (anogenital pruritus)

อยากปรึกษาคุณหมอค่ะ ดิฉันรู้สึกคันทวารหนักมานานแล้วเป็นปีเลย ซื้อยามาถ่ายพยาธิ ที่กิน สามวัน แต่ก็ไม่หาย ดิฉันชอบกินอาหารทะเลดิบๆเช่น กุ้ง ปูดิบ ปลาดิบ จะเกี่ยวกับพยาธิหรือไม่ แต่กินยาก็ไม่หาย ไม่ทราบว่าต้องทำอย่างไรบ้างคะ กรุณาตอบทางอีเมล์ให้ด้วยนะคะ เป็นคนไข้พญาไทสองอยู่ค่ะ

………………………..

ตอบครับ

จดหมายคุณมันโผล่มาทางเว็บ ผมก็จะตอบทางเว็บนะครับ เพราะไม่เห็นมีเบอร์อีเมล

ก่อนตอบคำถาม ผมขอเทศน์เรื่องการเป็นคนสมัยใหม่แบบชอบกินอาหารสุกๆดิบๆหน่อยนะ ไม่ว่าจะเป็นกุ้ง ปู ปลา หมู คนยุคสมัยคุณแล้วเป็นไปได้อย่างไรที่ยังมีพฤติกรรมเสี่ยงสุขภาพอย่างนี้อยู่ อาหารสุกๆดิบเหล่านี้นำมาซึ่งโรคพยาธิซึ่งหากเข้าไปในบางตำแหน่งเช่นเนื้อสมองแล้วมันจะก่อผลร้ายแบบแย่สุดๆ ไม่นานมานี้มีคุณพ่อของวัยรุ่นคนหนึ่งเขียนมาหาผมเกี่ยวกับลูกชายของท่านเรื่อง” พยาธิขึ้นสมองแล้วผ่าตัดไม่หาย” คุณลองอ่านดูนะครับ อยู่ในเว็บนี้แหละสักสองเดือนมาแล้วเห็นจะได้ จะได้เข้าใจว่าเป็นโรคแบบนี้แล้วมันทุกข์ทรมานหัวใจของคนเป็นและคนรอบข้างเพียงใด และที่น่าเสียดายก็คือมันเป็นโรคที่ป้องกันได้ด้วยการปรับพฤติกรรมการทานอาหารสุกๆดิบๆซึ่งทำได้ง่ายๆ สมัยก่อนสามสิบกว่าปีมาแล้วสมัยผมเป็นนักเรียนแพทย์ เวลาไปออกหน่วยเคลื่อนที่ การจะบอกชาวบ้านซึ่งไม่ค่อยมีการศึกษาให้เลิกทานของสุกๆดิบๆเป็นเรื่องที่ยากมากเพราะเขาไม่เชื่อ ต้องเอาพยาธิตัวตืดม้วนใส่ขวดโหลไป ถึงเวลาก็เอาตะเกียบคีบลากออกมาให้ดูยาวเป็นวา บรื๊อว..ว นั่นมันสมัยก่อนที่คนเรายังโง่อยู่ ต้องทำกันถึงขนาดนั้น แต่พ.ศ.นี้แล้วซึ่งเพียบพร้อมไปด้วยสื่อสุขศึกษาทุกรูปแบบรวมทั้งอินเตอร์เน็ทด้วย ไม่น่าเชื่อว่ายังมีหญิงสาวสมัยใหม่อย่างคุณที่ไม่เก็ทถึงอันตรายของอาหารสุกๆดิบๆเหลืออยู่ในโลก แถมเป็นคนไข้ของพญาไท 2 เสียด้วย.. ผมน่าเขกหัวตัวเองมั้ยเนี่ย

เอาละ จบการเทศน์ คราวนี้มาตอบคำถามของคุณ

1. อาการคันทวารหนัก (anogenital pruritus) เกิดขึ้นได้จากสาเหตุหลายอย่าง เช่นผิวหนังรอบๆทวารหนักแห้ง ( xerosis) หรือมีตัวหิด (scabies) ปลูกบ้านสิ่งสู่อยู่แถวนั้น หรือมีตัวเหา (pediculosis) เดินขบวนอยู่แถวนั้น บางที่ไม่มีหิดไม่มีเหาแต่เป็นเชื้อรา ซึ่งเป็นได้ทั้งกลากเกลื้อน (tinea) และราขาว (candidiasis) บางครั้งก็คันเพราะผิวหนังรอบๆทวารหนักระคายเคืองจากอาหารที่มีรสจัดหรือจากการที่ท้องเสียบ่อยๆ สาเหตุจากพยาธิปัจจุบันพบได้ไม่บ่อย พยาธิที่ก่ออาการคันแถวนั้นมีหลายชนิด บ่อยที่สุดก็คือพยาธิเส้นด้าย (enterobiasis) และมีบ้างเหมือนกันที่เกิดจากพยาธิตัวจี๊ด (gnathostomiasis)

2. การจะทานยาถ่ายพยาธิเส้นด้าย จะต้องทานยาสองรอบ คือทานรอบแรกแล้วเว้นไปสองสัปดาห์แล้วทานรอบสอง เพราะรอบแรกพยาธิตายแต่ไข่ของมันยังอยู่ที่ผิวหนัง ไข่เหล่านั้นก็จะออกลูกออกหลายมาได้อีก นอกจากต้องทานสองรอบแล้ว ต้องทานยากันทั้งบ้านและต้องทำความสะอาดเครื่องนอนด้วยการนำไปต้มแล้วตากแดด เพราะไข่ของพยาธิเส้นด้ายสิงสู่อยู่ตามที่นอนและติดคนที่ร่วมใช้ที่นอน ถึงถ่ายยาแล้วแต่ไม่ทำความสะอาดที่นอน มันก็จะกลับมาได้อีก และถ้าตัวเราทานยา คนนอนด้วยไม่ทานยา มันก็จะกลับมาอีก

3. คุณควรทำอย่างไรต่อไปดี ผมแนะนำว่าวิธีที่ง่ายที่สุดคือไปหาหมอ เพราะคุณคันมาตั้งปีแล้ว ไปหาหมอเลยดีกว่า การไปหาหมอครั้งนี้ต้องเตรียมตัวเตรียมใจให้หมอเขาตรวจดูรอบๆทวารหนักอย่างละเอียดด้วย เพื่อจะได้การวินิจฉัยที่แน่นอน การรักษาจะทำได้ตรงประเด็น และหายเร็ว แต่ถ้าคุณไม่ยอมไปหาหมอ จะลองรักษาตัวเองดูก็ได้ โดยทำเป็นขั้นตอนคือ (1) กำจัดพยาธิเส้นด้ายก่อน โดยไปซื้อยา Mebendazole 100 mg มาทานหนึ่งเม็ดเคี้ยวแล้วกลืน แล้วอีกสองสัปดาห์ทานอีกหนึ่งเม็ด ใครที่นอนด้วยกันก็ให้ทานด้วยกัน ทานกันทั้งบ้านยิ่งดี แล้วเอาเครื่องนอนออกต้มตากแดดด้วย ระหว่างที่ต้มที่นอนตากแดดนี้ก็ถือโอกาสกำจัดสัตว์ใหญ่อย่างหิดและโลนซึ่งอาศัยที่นอนเช่นกันไปด้วยซะเลย วิธีการกำจัดสัตว์ใหญ่ที่ว่านี้ในภาคของตัวคุณเองต้องโกนขนให้เกลี้ยงเกลาทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ซึ่งด้านหลังเนี่ยต้องใช้เทคนิคเล็กน้อย (กระจกเงา) โกนให้เกลี้ยงแล้วเอายาหลอดชื่อ Permethrin 5% ทา ทิ้งให้อยู่สักครึ่งวัน (12 ชั่วโมง) แล้วจึงอาบน้ำล้างออก เมื่ออาบน้ำแล้วก็ถือโอกาสกำจัดเชื้อราเสียด้วยเลยเรียกว่ารักษาครอบจักรวาลแบบโฟร์อินวัน โดยเอายาฆ่าเชื้อราที่ชื่อลงท้ายด้วย azole เช่น ketoconazole ทา วันละ 2 ครั้ง ติดต่อกัน 2 สัปดาห์อย่าให้ขาด ถ้าทำทั้งหมดนี้แล้วยังไม่หายคัน ก็ตัวใครตัวมันแล้วครับ ผมหมายถึงว่าคราวนี้คงหนีไม่พ้นต้องไปให้หมอผิวหนังตรวจดูแล้วละครับ

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์