14 มีนาคม 2554

ผมร่วง (จากเมืองจีน)


ปรึกษาเรื่องที่สอง น้องชายค่ะ ปัจจุบันทำงานอยู่ปักกิ่ง อายุ 33 ปี ป่วยเป็นไวรัสตับอักเสบ C ได้รับการรักษาจนหายเป็นปกติแล้ว คำถามถึงหมอคือ
1. หยุดยารักษาตับอักเสบแล้วตั้งแต่ 14/11/2010 ปัจจุบันผมยังไม่หยุดร่วงเลย พบว่ามีผมร่วงมาก บริเวณท้ายทอยและบริเวณหลังหู ใช้มือดึงเบาๆ ก็หลุดออกง่าย ผมร่วงเป็นหย่อมๆ จนไม่มีผมขึ้นใหม่เลย มีรอยผื่นแดงเล็กน้อย ไม่มาก ไม่คันใดๆ สอบถามจากเพื่อนๆ พบว่า บริเวณผมที่ร่วง มีมานานแล้ว เพียงแต่ไม่ได้สังเกต ไม่ได้แพ้ยาสระผม ใช้ยี่ห้อเดิมตลอด ไม่ได้ทำอะไรเลย ไม่ใส่มูท เจท ไม่หวีผมรุนแรง หมอที่นี่บอกว่า คงเพราะผิวหนังอักเสบ ผมบริเวณโดยรอบเส้นเล็กบาง บางเส้นเปลี่ยนสี จางลงเป็นน้ำตาลอ่อน พร้อมจะหลุด กระจาย เรื่อยๆ ตามวงเดิม (ได้แนบรูปถ่ายมาให้ดูด้วยค่ะ)
2. ปัจจุบัน ใช้ยาจีนทาบำรุงรากผม เป็นสมุนไพร ไม่ได้ใช้ ยาแผนปัจจุบันหรือยากินใด ถือว่าเป็นการรักษาที่ถูกทางไหม
หรือ ไม่ควรจะรักษาเนื่องจากการร่วงเป็นหย่อมๆ ก็เป็นปกติ และจะกลับขึ้นเองได้โดยไม่ต้องใช้ยาอะไร
3. ถ้าผมร่วงเป็นหย่อมเกิดจากต่อมไทรอยด์ เป็นไปได้ไหมที่จะกำเริบ ผลเลือดล่าสุดก่อนหยุดฉีดพบว่า
ไทรอยด์ดีขึ้นแล้วและไม่ได้ทานยา ไทรอยด์แล้ว เป็นไปได้ไหมที่จะกลับเป็นอีก แต่ปัจจุบันไม่มีอาการเหนื่อยเพลีย
น้ำหนักลด เหมือนตอนที่เป็นไทรอยด์ระหว่างฉีดยา มีเพียงช่วงก่อนหน้านี้ 3-4 อาทิตย์ เหงื่อออกผิดปกติ ที่มือและเท้า
ตอนนี้ ไม่มีเหงื่อแล้ว ไม่แน่ใจว่าเพราะว่าเป็นหน้าหนาวหรือไม่
4.ขอคำแนะนำในการรักษา เนื่องจากคิดว่าหมอที่นี่อาจจะไม่เชี่ยวชาญ ด้านนี้
***หมอที่นี่พูดจีน no english ลำบากเวลาสื่อสาร แถมจำนวนมีน้อย ไม่เพียงพอ หาหมอครั้งนึง ต้องใช้เวลาเป็นวันๆ แล้วได้หมอที่ไม่เชี่ยวชาญอีก
รบกวนคุณหมอด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ

………………………………..

ตอบครับ

1. ได้รับภาพแล้ว ภาษาหมอเรียกว่าเป็นภาวะผมร่วงเป็นหย่อม หรือ alopecia areata

2. ยาที่ใช้รักษาตับอักเสบซี. ถ้าเป็นยาสูตรมาตรฐานปัจจุบันคือ PEG -interpheron alpha 2b + Ribavirin ต่างก็มีผลข้างเคียงให้ผมร่วงรุนแรงได้ทั้งสองตัว ผลนี้ในบางรายจะคงอยู่ได้นานหลายเดือนแม้ว่าจะหยุดยาไปแล้ว ดังนั้นกรณีของน้องชายคุณ ต้องโทษยาไว้ก่อนครับ

3. ยาสมุนไพรจีนทาบำรุงรากผม เป็นการรักษาที่ถูกทางไหม แหะ.. แหะ ผมไม่มีความรู้เรื่องสมุนไพรจีน ขอเคาะไม่ตอบคำถามนี้นะครับ

4. ผมร่วงเกิดจากไทรอยด์ได้ไหม ตอบว่าได้ครับ ทั้งไฮเปอร์ไทรอยด์ ไฮโปไทรอยด์ ทำให้ผมร่วงได้ทั้งนั้น ยารักษาไฮเปอร์ไทรอยด์เช่น propylthiouracil หรือ PTU ก็ทำให้เกิดผมร่วง ถ้าอาการไทรอยด์หาย ผมร่วงก็หาย คือร่วงแบบไม่ถาวร

5. หมอที่เมืองจีนนี้พูดจีน no english ลำบากเวลาสื่อสาร แถมจำนวนมีน้อย และไม่เชี่ยวชาญ แหะ..แหะ นี่เป็นปัญหาระดับท่านเติ้งเสี่ยวผิงแล้วครับ ไม่เกี่ยวกับผมแล้ว แต่ว่าประสบการณ์ของผมเองซึ่งทำงานในวงการแพทย์ระดับนานาชาติอยู่ช่วงหนึ่ง ผมพบปะกับหมอจีนที่เจ๋งๆหลายคน และบางคนก็ฉลาดปราดเปรื่องชนิดที่ผมเองยอมรับว่าสู้ไม่ได้ คงอยู่ที่คุณเจอใครมากกว่ามังครับ

6. ขอคำแนะนำว่าควรรักษาอย่างไร แหม ผมร่วงเนี่ยปัญหาโลกแตกที่มีสาเหตุได้มากมายนะครับ นับตั้งแต่พิษของยา การบาดเจ็บของหนังศีรษะ ฮอร์โมน การขาดสารอาหาร การติดเชื้อ โรคที่มีผลทั่วร่างกายเช่นโรค SLE ฯลฯแต่สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือผมร่วงแบบไม่ทราบสาเหตุ ขอโทษที่กวนโอ๊ย แนะนำเลยดีกว่า..ว่า

6.1 อย่าไปซีเรียสกับการรักษาผมร่วงมาก ถ้าตัดใจอยู่เฉยๆได้จะดีที่สุด เพราะผมร่วงไม่ใช่โรคร้าย ไม่ทำให้ใครตาย มีอัตราการหายเองสูง อัตรากลับเป็นใหม่ก็สูง ยาทั้งหลายที่คุยโม้ว่ารักษาผมร่วงได้ดีนั้นไม่มีใครพิสูจน์ได้จะจะ เพราะการทำวิจัยจะต้องควบคุมอย่างดีจึงจะเปรียบเทียบกับผมร่วงที่หายเองได้ ซึ่งถึงวันนี้ยังไม่เห็นมีงานวิจัยที่ดีขนาดนั้นเลยสักราย ดังนั้นถ้าเป็นตัวผม ผมจะอยู่เฉยๆไปอีกหลายเดือน หรือหลายปี เผื่อว่ามันจะหายไปเอง

6.2 เนื่องจากความเชื่อในวงการแพทย์ส่วนใหญ่เชื่อว่า alopecia areata เกิดจากภูมิคุ้มกันของตัวเองเข้าตีเนื้อเยื่อรากผมของตัวเอง (autoimmune disease) การรักษาจึงนิยมใช้ยากดภูมิคุ้มกัน เช่นฉีดสะเตียรอยด์ (Kenalog) เฉพาะที่ทุก 4-6 สัปดาห์ เป็นต้น ซึ่งยังไม่มีหลักฐานวิจัยขนาดใหญ่ยืนยันว่าได้ผลจริงหรือเปล่า งานวิจัยขนาดเล็กพบว่าได้ผล 6 คน ใน 10 คนที่ฉีด ยากกดภูมิคุ้มกันที่แรงๆเช่น cyclosporine ก็มีผู้นำมาใช้ ได้ผลบ้าง ไม่ได้ผลบ้าง น้องชายคุณจะลองดูก็ได้ครับ ถ้าพูดกับหมอจีนรู้เรื่อง

6.3 นอกจากยากดภูมิคุ้มกันแล้ว ยายอดนิยมรักษาผมร่วงคือ Minoxidil 1% แต่งานวิจัยในคนผมร่วงเป็นหย่อมที่กินเนื้อที่หนังศีรษะไม่เกิน 40% อย่างน้องชายคุณนี้ พบว่ายา minoxidil 1% ให้ผลไม่แตกต่างจากยาหลอก คือพูดง่ายๆว่าไม่ได้ผล

6.4 การรักษาอื่นๆรวมทั้งสมุนไพรทุกชาติทุกภาษา ยังไม่มีหลักฐานตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์มาตรฐานว่ามีวิธีใดที่ได้ผล

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

บรรณานุกรม

1. Tosti A, De Padova MP, Minghetti G, Veronesi S. Therapies versus placebo in the treatment of patchy alopecia areata. J Am Acad Dermatol. Aug 1986;15(2 Pt 1):209-10.