25 มีนาคม 2554

พยาธิตัวตืดขึ้นสมอง


ช่วยบอกทีครับจะทานยาหรือผ่าตัดถึงจะรักษาพยาธิขึ้นสมองได้ครับทานยามาตั้งแต่ปี47 พยาธิยังไม่หายจากสมองเลยครับ ทานยากันชักตลอด ช่วยผมหน่อยครับหมอ ลูกชายตอนนี้อายุ17 ปี
1.ตอนนี้ทานยากันชักเช้า-เย็น ปริมาณค่อนข้างมาก
2.ทานยาฆ่าพยาธิอยู่ 2 ชนิด ทานมาแล้วตั้งแต่ปี47 ทำ MAI ไปเมื่อ ต้นปี 54 ผลยังอยู่ในสมองไม่หายแสดงว่ายา 2 ตัวนี้รักษาไม่หาย ลูกชายแพ้ยา ซัลฟาครับ
3.ผมต้องการรักษาครับไม่ทราบว่าคุณหมอมีแนวทางอะไรบ้างที่จะรักษาลูกชายผมครับ เคยผ่าตัดแล้วนำออกไปประมาณ 2.5 ซ.ม แต่พยาธิยังกระจายอยู่ครับจะรักษาด้วยการทานยาตัวไหนดีครับหรือผ่าตัดด้วย เลเซอร์จะปลอดภัยไหมครับ ทาง ร.พ พญาไทมีเครื่องมือรักษาได้ไหมครับต้องการรักษาครับ

ขอบคุณครับ คุณหมอ

…………………………………………

ตอบครับ

โรคที่ลูกชายคุณเป็นทางหมอเรียกว่า neurocysticercosis หรือโรคตัวอ่อนพยาธิฝังอยู่ในระบบประสาท คำถามของคุณ เป็นเครื่องยืนยันว่าเมืองไทยนี้ อันตรายจากการบริโภคอาหารที่ไม่ปลอดภัยในสองประเด็นสำคัญยังมีอยู่ คือ

(1) การบริโภคเนื้อหมูดิบเช่นลาบ ก้อย น้ำตก หรือสุกๆดิบๆเช่นหมูส้ม หรือแหนม ซึ่งทำให้ตัวอ่อนพยาธิที่ฝั่งอยู่ในเนื้อหมูออกมาแปลงร่างเป็นพยาธิตัวตืด (T solium) ตัวแบนๆยาวๆขาวจั๊วะแบบก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ เข้าไปแขวนหัวห้อยต่องแต่งแต่เหนียวหนับอยู่ในลำไส้ แล้วสร้างปล้องต่อๆกันยาวหลายเมตร บางทีถึงสิบเมตร วนไปวนมาอยู่ในลำไส้ บรื้อว..ว แต่ละปล้องมีไข่ประมาณ 5,000 ฟอง พร้อมที่จะแพร่ไปสู่สิ่งแวดล้อมผ่านทางอุจจาระและทางมือของเจ้าของพยาธิเอง

(2) การมีอุจจาระของคน ปนเปื้อนอยู่ในอาหารที่ผู้คนบริโภคกันอยู่ทั่วไป และอุจจาระนั้นส่วนหนึ่งมีไข่พยาธิตัวตืดอยู่ด้วย ทั้งหมูและคนต่างก็ฮุยเลฮุยกินอึของคนเข้าไป เมื่อคนกินอึคนเข้าไป ไข่พยาธิตัวตืดนับพันก็จะแอ่นแอ๊นเข้าไปในกระแสเลือด เข้าไปฝังเป็นตัวอ่อน (cysticercus) อยู่ได้ทุกที่ที่เลือดไปถึง ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อ ประสาท สมอง และลูกตา ไปได้หมด ไปอยู่ที่ไหนก็ไปก่อเรื่องที่นั่น ในกรณีของลูกชายคุณ ไปอยู่ที่เนื้อสมองก็ไปทำให้เกิดอาการชัก

ที่ผมทวนความจำเรื่องวงจรชีวิตของพยาธิตัวตืดให้ฟังนี้ไม่ใช่เพื่อก่อให้เกิดความขนพองสยองเกล้าเล่นเท่านั้น แต่เพื่อย้ำเตือนให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องตระหนักว่าความสกปรกระดับเอาอึเลี้ยงสัตว์ เอาอึรดผัก และคนกินอึคน ในเมืองไทยนี้ยังมีอยู่ เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของผู้เลี้ยงสุกร ผู้ปลูกผักขาย ผู้ปรุงอาหารขายที่ไม่ใส่ใจล้างมือ ผู้ทำอาหารสำเร็จรูปสูตรสุกๆดิบๆขายเอาใจลูกค้าโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของลูกค้า และผู้บริโภคเองที่มีนิสัยชอบทานเนื้อหมูสุกๆดิบๆแบบแก้อย่างไรก็ไม่หาย จะต้องร่วมกันแก้ไขปัญหานี้เพื่อให้พยาธิตัวตืดหมดไปจากสิ่งแวดล้อมของไทยเสียที

ขอโทษครับ พล่ามไปเสียนาน มาตอบคำถามของคุณดีกว่า

1.ตอนนี้ทานยากันชักเช้า-เย็น ปริมาณค่อนข้างมาก เมื่อไรจะหยุดกินยากันชักได้เสียที อันนี้คำตอบอยู่ในสายลมครับ หมายความว่าไม่มีใครบอกได้ว่าเมื่อไรจะหยุดยากันชักได้ ต้องลุ้นกันเป็นรายๆไป หมอที่รักษาอยู่เขารู้อยู่เต็มอกว่ายาที่เขาให้นี้นานไปมันมีผลอะไรบ้าง และเขาก็พยายามลดละเลิกยาอยู่แล้ว แต่ตัวกำหนดคืออาการชักของคนไข้ เพราะปรัชญาของการใช้ยากันชักในโรคนี้คือเพื่อป้องกันอาการชักลูกเดียวเท่านั้น เราในฐานะคนไข้ก็ได้แต่รอละครับ

2.ทานยาฆ่าพยาธิอยู่ 2 ชนิด ทานมาแล้วตั้งแต่ปี47 ทำ MAI ไปเมื่อ ต้นปี 54 ผลยังอยู่ในสมองไม่หายแสดงว่ายา 2 ตัวนี้รักษาไม่หายใช่ไหม ตอบว่าใช่ครับ เพราะงานวิจัยการใช้ยาฆ่าพยาธิตัวตืดซึ่งในโลกนี้มียาเพียงสองตัว (Praziquantel กับ Albendazole) พบว่ากรณีที่ยารักษาได้ผลจำนวนซีสต์ในเนื้อสมองจะลดลงไปได้ถึง 75% งานวิจัยนี้ทำมายี่สิบกว่าปีแล้ว หลังจากนั้นก็ไม่มีใครทำวิจัยเรื่องนี้อีกเลย อนึ่ง ผมเข้าใจว่าคุณทานยาทั้งสองตัวนี้แล้วและหยุดทานไปแล้วนะครับ เพราะยานี้เขาทานกันอย่างมากไม่เกิน 3 สัปดาห์ คงไม่ใช่ทานยาวจากปี 47 ยันปี 54 นะครับ

3. คุณหมอมีแนวทางอะไรที่จะรักษาลูกชายได้บ้างไหม ตอบว่าตอนนี้ยังไม่มีครับ เพราะ

3.1 ยาฆ่าตัวอ่อนพยาธิตัวตืด นอกจาก Praziquantel กับ Albendazole ซึ่งลูกชายคุณได้ไปแล้วนั้น เป็นยาเพียงสองตัวที่วงการแพทย์มีอยู่สำหรับโรคนี้ ยี่สิบปีที่ผ่านมาไม่มีการคิดยาใหม่ขึ้นมาเลย

3.2 การผ่าตัดโดยใช้เลเซอร์หรือ gamma knife ไม่ใช่วิธีมาตรฐานในการรักษาโรคนี้ เพราะมันเป็นวิธีที่สุ่มเสี่ยงและไม่ปลอดภัย เนื่องจากในบรรดาซีสต์เป็นร้อยที่กระจายอยู่ทั่วสมองอย่างในรูปซี.ที. ที่ผมเอาให้ดูเป็นตัวอย่างนั้น เราไม่รู้ว่าอันไหนทำให้เกิดอาการชัก นั่นประการหนึ่ง และงานวิจัยในอดีตทำให้เราทราบว่าถึงแม้จะฆ่าตัวอ่อนในซีสต์ให้ตายได้ แต่ปลอกของมันซึ่งมีแคลเซียมเกาะแล้ว ก็ยังเป็นสาเหตุให้ชักได้ นั่นอีกประการหนึ่ง

4. โดยสรุป ผมไม่มีคำตอบอะไรที่จะทำให้คุณชื่นใจได้เลย ได้แต่ปลอบว่าการศึกษาวิจัยคลื่นไฟฟ้าสมองของผู้ป่วยที่มีอาการชัก มีความก้าวหน้าค่อนข้างรวดเร็ว เป็นไปได้ในอนาคตไม่ไกลที่เราจะบอกได้อย่างแม่นยำว่าซีสต์ตัวไหนที่บริเวณไหนทำให้ชัก เมื่อบวกกับความก้าวหน้าของการผ่าตัดสมองแบบผ่านกล้องขนาดเล็กกว่าปลายนิ้วก้อย ก็เป็นไปได้ว่าวันหนึ่งเราจะมีเทคโนโลยีที่จะแก้ปัญหาชักให้ลูกชายคุณได้ ตรงนี้เป็นอะไรที่หวังได้ ไม่ใช่ความหวังลมๆแล้งๆ ส่วนพัฒนาการด้านยาฆ่าซีสต์นั้นก็ยังมีความหวังอยู่เหมือนกัน ความเชื่อเดิมที่ว่าโรคที่เป็นโรคของประเทศยากจนที่ฝรั่งเขาไม่เป็นกันอย่างโรคพยาธิตัวตืดนี้ มีโอกาสจะเกิดยาดีๆยาก เดี๋ยวนี้ก็ไม่เป็นจริงแล้ว เพราะมีเศรษฐีใจบุญอย่างบิล เกตส์ ได้ทุ่มเทเงินวิจัยให้กับโครงการกำจัดโรคในประเทศยากจนเป็นจำนวนมาก วันหนึ่ง อาจจะมียาดีที่กำจัดซีสต์ในสมองได้เกลี้ยงก็ได้

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

บรรณานุกรม

1. Sotelo J, Escobedo F, Penagos P. Albendazole vs praziquantel for therapy for neurocysticercosis. A controlled trial. Arch Neurol. May 1988;45(5):532-4.