23 ธันวาคม 2553

โรคโปรตีนรั่วออกมาในปัสสาวะ (Nephrotic syndrome)

คุณหมอสันต์คะ
ผลการตรวจล่าสุด หมอบอกว่าเป็นโรคโปรตีนรั่วในปัสสาวะค่ะ
ตรวจเลือดแล้วก็ตรวจปัสสาวะ พบว่าโปรตีนรั่วในปัสสาวะเยอะมาก 4+
แล้วก็ในเลือดมีคลอเรสเตอรอลไตรกลีเซอไรด์ สูงมาก
จะตอบคำถามที่คุณหมอถามดังนี้นะค่ะ ..
1. ที่ว่าอายุ 17 นั้น น้ำหนักตัวกี่กก. สูงกี่ซม.
คุณหมอจะเอาน้ำหนักตัวก่อนหรือหลังขาบวมน่ะค่ะ
ถ้าก่อนขาบวมหนักประมาณ 52 สูง 164
แต่ถ้าตอนขาบวมแล้วหนักเกือบ 60 ค่ะ ส่วนสูงเท่าเดิม
2. ประจำเดือนมาสม่ำเสมอดีไหม ครั้งสุดท้ายมาเมื่อไร มาแต่ละครั้งนานกี่วัน
ประจำเดือนมาสม่ำเสมอค่ะ ไม่ผิดปกติ มาครั้งสุดท้ายเมื่อตอนต้นเดือนที่ผ่านมา
3. อาการบวมเป็นทุกวัน หรือเป็นเฉพาะใกล้ประจำเดือนมา
บวมทุกวันค่ะ แล้วเหมือนจะบวมมากขึ้นเรื่อยๆด้วย
4. ทุกวันนี้กินยาอะไรอยู่บ้าง นอกจากยาบำรุงเลือดที่หมอให้ ยาคุมกินอยู่หรือเปล่า
ไปหาหมอมาล่าสุดหมอให้ยามา 4 ตัวค่ะ
4.1 Prednisolone 5 mg หมอให้ทานครั้งละ 12 เม็ดหลังอาหารเช้า (ทานเยอะมาก กลัวผลข้างเคียงของยาอยู่ เพราะได้ยินผลข้างเคียงน่ากลัวมาก)
4.2 Imuran 50mg วันละ 2 ครั้ง / เม็ด หลังอาหารเช้าเย็น
4.3 Furetic ทานหลังอาหารเช้า-กลางวัน คลั้งละ 1 เม็ด
4.4 Aldactone 25 mg ครั้งละ 2 เม็ดหลังอาหารเช้า
5. ที่หมอบอกว่าโลหิตจางนั้น จางขนาดไหน ฮีโมโกลบิน (Hb) เท่าไร
ไปตรวจมาล่าสุดฮีโมโกลบินโลวนิดหน่อยค่ะ แต่ตัว อัลบูมิน ต่ำมาก ประมาณ 1.7-1.9 ไม่เกิน 2.00 เลย
ตอนนี้ไม่อยากอะไรมาก อยากให้ขาหายบวมเร็วๆ
เพราะขาบวม เท้าบวม ทำอะไรไม่สะดวกเลย ต้องไปเรียนทั้งในโรงเรียนและเรียนพิเศษ
คุณหมอมีวิธีลดอาการขาบวมไหมค่ะ ขอบคุณล่วงหน้ามากๆค่ะ

………………………………………………………………………..

ตอบครับ

1. ก่อนบวมคุณหนัก 52 กก. สูง 164 ซม. เท่ากับว่ามีดัชนีมวลกาย 19.3 กำลังดี ไม่อ้วนไม่ผอม แสดงว่าไม่ได้บวมเพราะความอ้วน

2. โรคที่คุณเป็น ชื่อเรียกทางการแพทย์คือเนโฟรติกซินโดรม (Nephrotic Syndrome) ไม่ใช่อาการบวมจากประจำเดือน

3. อาการบวมของคุณเกิดจากโปรตีนในเลือดมีน้อย ไม่มีแรงดูด (osmotic pressure) น้ำไว้ในเลือด น้ำจึงรั่วออกมาอยู่นอกหลอดเลือด จึงบวม การจะแก้ปัญหาของคุณต้องแก้ปัญหาโปรตีนในเลือดต่ำก่อน ซึ่งมีอยู่สองขั้นตอน คือ

3.1 การแก้เฉพาะหน้า คืออัดโปรตีนเข้าไป หมายถึงกินโปรตีนให้พอ ซึ่งเป็นเรื่องยาวที่ต้องคุยกันต่อ

3.2 แก้ไขไตไม่ให้รั่ว ซึ่งหมอเขาก็กำลังทำอยู่เต็มที่แล้ว

4. มาพูดถึงเรื่องสำคัญ คือการกินโปรตีนให้พอ คือคนธรรมดาต้องกินโปรตีนวันละ 0.45 – 0.8 กรัมต่อน้ำหนัก 1 กก. แต่คุณไม่ใช่คนธรรมดา คุณเป็นโรคโปรตีนรั่วต้องกินโปรตีนถึงวันละ 1-2 กรัมต่อกก. สมมุติว่าคุณรีบจะให้หายบวม คุณจึงตั้งใจจะกินโปรตีนวันละ 2 กรัมต่อกก. นั่นคือวันหนึ่งคุณต้องกินโปรตีน 52 x 2 = 104 กรัม คุณอาจเข้าใจว่าก็กินไข่หนึ่งฟอง 70 กรัม กับไก่ย่างชิ้นโต 50 กรัมก็เหลือแหล่แล้ว ไม่ใช่นะ ในการคำนวณโปรตีนจากอาหารคุณต้องรู้ว่าอาหารที่ให้โปรตีนชนิดนั้นมีโปรตีนจริงๆอยู่กี่เปอร์เซ็นต์ หลักง่ายๆที่คุณจำไปใช้ได้เลยคือเนื้อสัตว์ทั้งหลาย (วัว หมู ไก่ ปลา) มีโปรตีน 20% ไข่มีโปรตีน 12% นมมีโปรตีน 3% นั่นหมายความว่าถ้าคุณจะเอาโปรตีนจากเนื้อสัตว์อย่างเดียวคุณต้องกินหมูถึงวันละ 520 กรัมหรือครึ่งกิโล แต่ว่าในชีวิตจริงคนเราต้องกินอาหารหลากหลาย สมมุติว่าผมเป็นนักกำหนดอาหารผมจะจัดอาหารให้คุณโดยเอาโปรตีนจากเนื้อบวกนมบวกไข่ ก็เท่ากับว่าวันหนึ่งคุณต้องกินดังนี้

สะเต๊กที่มีเนื้อหมูชิ้นบะเล่งเท่ง ชิ้นละ 150 กรัม รวม 2 ชิ้น
บวกกินไข่ฟองละ 70 กรัม อีก 3 ฟอง
บวกดื่มนมแก้วละ 240 ซีซี. อีก 1 แก้ว
คุณจะได้โปรตีนในวันนั้น = 60+36+6.9 =103.2 กรัม

แล้วลองเทียบกับที่คุณกินจริงในแต่ละวันว่ามันได้สักครึ่งของที่ผมลองจัดให้นี่หรือเปล่า ถ้ามันน้อยกว่านี้ นั่นก็คือคำตอบว่าทำไมคุณจึงไม่หายบวม คือโปรตีนมันยังไม่พอ

5. ถ้าคำนวณและจัดอาหารเองออกมาแล้วพบว่าโอ้โฮ มันต้องกินมากเหลือขนาด จะกินเข้าไปยังไงไหว ก็อาจมีอีกวิธีหนึ่งคือไปซื้อหางนมผง (Whey protein) ที่เขาทำขายให้พวกนักกล้ามมากินเสริม หางนมผงนี้ ราคาไม่แพง มันมีข้อดีตรงที่มันมีปริมาณโปรตีนเป็นเปอร์เซ็นต์สูง บางยี่ห้อสูงถึง 90% ของน้ำหนักผง เพียงแค่กินหางนมผงนี้วันละ 2 ช้อน (ช้อนละ 28 กรัม) คุณก็จะได้โปรตีนตั้ง 50 กรัม ซึ่งหากจะกินไข่ให้ได้โปรตีนเท่านี้ก็ต้องกินถึง 5 ฟอง หรือถ้าจะดื่มนมสดให้ได้โปรตีนเท่านี้ก็ต้องดื่มถึง 1.6 ลิตร ดังนั้นหางนมผงหรือเวย์โปรตีนนี้จึงเป็นวิธีให้โปรตีนทีละมากๆโดยไม่ต้องกินมาก

ลองเอาความรู้ใหม่นี้ไปปรับอาหารให้ได้โปรตีนพอ ทำอยู่สักสามเดือนถ้าไม่หายบวมค่อยเขียนมาอีกทีก็ได้ครับ

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์