16 พฤศจิกายน 2553

การเลือกผ้าปูที่นอนปลอกหมอนที่ป้องกันไรฝุ่นได้จริง

เป็นหวัดไอจามแพ้บ่อยมาก ตัวเองไม่ชอบไปหาหมอ แต่สามีไปหาหมอตรวจพบว่ามีภูมิต้านทาน mite antigen มีคนแนะนำแยะมากว่าต้องเลือกใช้ผ้ากันไรฝุ่นมาทำผ้าปูที่นอนปลอกหมอน แต่ก็มีหลายชนิดเหลือเกิน ขอคำแนะนำด้วยค่ะ

........................................................








ตอบครับ

งานวิจัยที่ดีที่สุดเรื่องผ้าป้องกันไรฝุ่นคืองานวิจัยของศิริราชเรานี่เอง ซึ่งได้พิสูจน์ว่าครึ่งหนึ่งของผ้าป้องกันไรฝุ่นในตลาดนอกจากจะไม่ได้ผลแล้ว ยังเป็นที่ซุกซ่อนอย่างดีสำหรับไรฝุ่นไปเสียอีก งานวิจัยนี้แบ่งผ้าป้องกันไรฝุ่นในตลาดออกเป็น 5 ชนิด ซึ่งผมขออนุญาตนำรูปประกับในรายงานวิจัยมาลงให้ดูด้วย

A. ผ้ากันไรฝุ่นชนิดทอหลวมเคลือบฟิลม์ ใช้ไม่ได้ผล เพราะตัวไรฝุ่นใช้ซุกซ่อนตัวได้ดังภาพที่ลูกศรชี้
B. ผ้ากันไรฝุ่นชนิดไม่ถักทอ (non woven) ใช้ไม่ได้ผล เพราะตัวไรฝุ่นอาศัยอยู่ได้สบายเช่นกัน
C. ผ้ากันไรฝุ่นชนิดเคลือบสารฆ่าไร ใช้ได้ผลดี เพราะตัวไรฝุ่นจะตายเมื่อสัมผัสกับสารเคมีที่เคลือบผ้า ในภาพจะเห็นไรตายเป็นก้อนดำๆ
D. ผ้ากันไรฝุ่นชนิดไม่ถักทอแบบละเอียด (non woven) ไม่ได้ผล เพราะไรฝุ่นสามารถซ่อนตัวอยู่ได้จำนวนมาก จะเห็นนอนกันอยู่เป็นแถวตามที่ลูกศรชี้
E. ผ้ากันไรฝุ่นชนิดทอแน่น (knitted woven) ใช้ได้ผลดี เพราะไม่มีช่องว่างให้ตัวไรฝุ่นอาศัยหรือเดินทางฝ่าข้ามไปได้ (ภาพสุดท้าย)

สรุปว่าต้องเป็นผ้ากันไรฝุ่นชนิดทอแน่น หรือผ้ากันไรฝุ่นชนิดเคลือบสารฆ่าไร จึงจะใช้ได้ผล
นอกจากการเลือกใช้ผ้าปูที่นอนปลอกหมอนที่ป้องกันไรฝุ่นได้จริงมาคลุ่มที่นอนแล้ว อย่าลืมว่าการป้องกันกำจัดไรฝุ่นยังต้องรวมไปถึง

1. การหมั่นทำความสะอาดเพื่อกำจัดแหล่งอาหารของมัน อันได้แก่โปรตีนจากสะเก็ดผิวหนังที่หลุดลอก น้ำมูกแห้ง ขี้ไคล เชื้อรา บักเตรี ที่ติดอยู่ตามที่นอน ปลอกหมอน ผ้าห่ม พรม ตุ๊กตา

2. การปรับบรรยากาศที่นอนไม่ให้ไรฝุ่นชอบ คือมันชอบที่นอนอับๆ ชื้นๆ มีแสงน้อย เราต้องทำห้องนอนของเราให้เป็นตรงกันข้าม

3. การซักล้างด้วยความร้อน

4. การซักล้างด้วยสารเคมีฆ่าไรฝุ่น

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

บรรณานุกรม

1. Mahakittikun V, Boitano JJ, Tovey E, Bunnag C, Ninsanit P, Matsumoto T, Andre C. Mite penetration of different types of material claimed as mite proof by the Siriraj chamber method. Journal of Allergy and Clinical Immunology. 2006; 118(5):1164-1168