24 กันยายน 2553

สิบเอ็ดคำถามเรื่อง HPV

ส่งผลการตรวจภายในมาให้ช่วยอธิบาย

ตอบครับ

1. อ่านผลให้ฟังก่อนนะ ซึ่งแบ่งเป็นสองเรื่อง

1.1 ผลตรวจ HPV-HC II ได้ผลบวก แปลว่ามีเชื้อ HPV ชนิดที่เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูกอยู่ในตัว แต่บอกไม่ได้ว่าเป็นตัวไหน เพราะมันมีหลายตัว (16, 18) ถ้าจะให้รู้แน่ว่ามีตัวไหนบ้าง ครั้งหน้าเวลาตรวจภายในให้บอกสะเป๊กไปชัดๆว่าให้ตรวจ HPV แบบ PCR-genotype เสียเงินพอๆกัน แต่ได้ข้อมูลมากว่า คือทำให้เรารู้ว่าเชื้อที่มีอยู่ในตัวนั้นเป็น type ไหนบ้าง ชนิดที่พอจะใช้วัคซีนป้องกันได้ เรามีหมดแล้วหรือยัง ถ้ามีหมดแล้วก็ไม่ต้องไปฉีดวัคซีน เพราะว่า..สายไปเสียแล้ว แต่ถ้าบาง type ที่วัคซีนป้องกันได้ (6, 11, 16, 18)เรายังไม่ได้ติดมา การฉีดวัคซีนป้องกัน HPV ก็มีประโยชน์

1.2 ผลการตรวจ Cytology (เซลมะเร็ง) ได้ผลว่ามีแต่การอักเสบ ไม่มีเซลมะเร็ง ถ้าเทียบระบบอ่านเบเทสด้าก็เรียกว่าเป็น NILM (negative for intraepithelial lesion) แปลไทยเป็นไทยว่าไม่ได้เป็นมะเร็งปากมดลูก ยังไม่ได้ทำท่าว่าจะเป็นด้วย

2. เมื่อผลตรวจออกมาเป็นเช่นนี้แล้วเป็นอันตรายมากไหม ตอบว่ายังไม่อันตรายครับ

3. มีโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลูกมากน้อยเพียงใด ตอบว่าไม่ทราบครับ ทราบแต่ว่ามีโอกาสเป็นมากกว่าคนที่ไม่มี HPV เพราะปัจจุบันนี้ยังไม่มีข้อมูลว่าคนที่ตรวจเซลมะเร็งอยู่ในระดับ NILM แต่ตรวจ HPV ได้ผลบวก จะมีโอกาสเป็นมะเร็งกี่เปอร์เซ็นต์ มีข้อมูลแต่เพียงว่าถ้าตรวจพบเซลมะเร็งอยู่ในระดับอาจเป็นมะเร็ง (ASC-US หรือ atypical squamous cell of undetermined significance) ด้วย ร่วมกับตรวจ HPV ได้ผลบวกด้วย จะมีโอกาสเป็นมะเร็ง 13% แต่นั่นไม่ใช่กรณีของคุณ เพราะคุณเป็นระยะ NILM ไม่ใช่ระยะ ASC-US

4. แล้วในระหว่าที่มีเชื้อ HPV นั้นเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์กับแฟนใช่ไหม ตอบว่า..ใช่ครับ

5. การที่แฟนเคยเที่ยว ญ บริการมาถึงแม้จะสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งก็ติดเชื้อ HPV ได้ใช่ไหม ตอบว่าใช่ครับ เชื้อ HPV ติดต่อจากผิวหนังสู่ผิวหนัง ส่วนที่ไม่ได้ครอบโดยถุงยางก็รับเชื้อมาได้ ถุงยางอนามัยจึงป้องกันได้ประมาณ 70% ไม่ใช่ 100%

6. แฟนไม่ได้เที่ยว ญ บริการมานานกว่า 8 ปีแล้ว ดิฉันยังจะติดเชื้อได้หรือ ตอบว่าเป็นไปได้ เพราะอาจจะติดเชื้อกันมาตั้งแต่หลายปีมาแล้ว แม้ว่า 91% ของผู้ติดเชื้อจะกำจัดเชื้อได้หมดด้วยตนเองได้ในสองปี แต่ก็ยังมีอีกประมาณ 9% ที่ร่างกายไม่สามารถกำจัดเชื้อได้หมด ต้องคงอยู่ในตัวต่อไปได้นาน ไม่รู้จะอีกนานกี่ปี เรียกง่ายๆว่าเชื้อดื้อ หรือกลายเป็นพาหะ

7. เมื่อพบเชื้อ HPV แล้วการดูแลตัวเองควรทำอย่างไร ต้องยกเว้นการมีเพศสัมพันธ์กับแฟนเลยไหม ตอบว่าไม่จำเป็นต้องถึงขั้น No Sex ครับ เพราะไม่มีหลักฐานใดๆบอกว่าการมีเพศสัมพันธ์จะทำให้ร่างกายเคลียร์เชื้อได้ช้าลง ส่วนที่กลัวว่าจะเอาเชื้อไปติดแฟนนั้นไม่ต้องกลัว เขามีเชื้อนี้อยู่แล้ว หรือไม่ก็มีภูมิคุ้มกันแล้ว เพราะเขาเองเป็นคนเอาเชื้อนี้มาปล่อยให้เรา

8. สมมุติว่าตัวเองดูแลตนเองจนไม่มีเชื้อ HPV แล้วนั้นจะทราบได้อย่างไรว่าแฟนยังเป็นพาหะอีก ดิฉันก็จะกลับไปติดเชื้อนั้นอีกจากแฟนได้หรือไม่ ตอบว่าหากร่างกายของเราเคลียร์เชื้อได้จริง แสดงว่าร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันเชื้อนั้นได้แล้ว จะไม่ติดเชื้อนั้นอีกครับ แม้ว่าจะได้รับเชื้อซ้ำก็ตาม

9. สำหรับผู้ชาย มีอันตรายไหม มีวิธีรักษาหรือไม่ ตอบว่า HPV ทำให้ผู้ชายป่วยเป็นหงอนไก่ได้ และยังทำให้เป็นมะเร็งอวัยวะเพศ (penis) และมะเร็งทวารหนักได้เช่นกัน การรักษาจะต้องรอให้เป็นก่อน จึงจะรักษาด้วยวิธีจี้หรือตัดออก

10. มีวิธีตรวจคัดกรอง HPV ในผู้ชายไหม ตอบว่า ปัจจุบันนี้ยังไม่มีวิธีตรวจคัดกรองเชื้อ HPV ในผู้ชาย แต่ที่อเมริกามีการทำ anal Pap test หมายความว่าเอาผู้ชายรักร่วมเพศไปตรวจทวารหนักคล้ายกับการตรวจภายของในผู้หญิง ในบ้านเราเท่าที่ผมทราบยังไม่มีใครทำกัน

11. ฉีดวัคซีนป้องกันให้ผู้ชายได้ไหม ตอบว่า ฉีดได้ครับ FDA เพิ่งอนุมัติให้ฉีดวัคซีน HPV ในผู้ชายได้เมื่อไม่กี่เดือนมานี้เอง ถ้าฉีดอย่างน้อยในเชิงทฤษฏีก็จะมีประโยชน์ในการป้องกันหงอนไก่ แต่ข้อมูลวัคซีนในผู้ชายยังมีน้อยมาก ยังแนะนำอะไรเป็นตุเป็นตะไม่ได้ตอนนี้


นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์