08 กันยายน 2553

วิธีคุมกำเนิดแบบไหนได้ผล แบบไหนไม่ได้ผล

องค์การอาหารและยาสหรัฐฯได้ทำวิจัยและสรุปผลเปรียบเทียบประสิทธิภาพของวิธีคุมกำเนิดแบบต่างๆ เป็น % ของผู้หญิงที่ใช้วิธีนั้นครบ 1 ปีโดยไม่ตั้งครรภ์ ดังนี้


วิธีคุมกำเนิด = ....% ไม่ท้อง

1. ไม่มีเซ็กซ์เลย = 100%

2. ทำหมันหญิง = >99%(ถาวร)

3. ทำหมันชาย = >99%(ถาวร)

4. ใส่ห่วงคุมกำเนิด (IUD)= >99% (ให้แพทย์ใส่ค่าไว้ในมดลูก เอาออกได้เมื่อต้องการ)

5. แท่งฮอร์โมนคุมกำเนิดฝังใต้ผิวหนัง (Implantable rod) = >99%(ให้แพทย์ฉีดเข้าไปใต้ผิวหนังทีเดียวอยู่ได้ 3 ปี)

6. ฝังขดลวดทำหมันถาวรไว้ที่ปีกมดลูก (Sterilization implant) = >99% (แพทย์ใช้เครื่องมือผ่านเข้าไปทำทางช่องคลอด)

7. ยาฉีดคุมกำเนิด = >99% (ฉีดสามเดือนครั้ง)

8. ยาเม็ดคุมกำเนิด = >95% กินทุกวัน

9. แผ่นแปะผิวหนังคุมกำเนิด (The Patch) = 95% (แปะไว้สามสัปดาห์แล้วเอาออกหนึ่งสัปดาห์)

10. วงแหวนชุบฮอร์โมนใส่ในช่องคลอด (Vaginal contraceptive ring) = 95% (ใส่คาไว้สามสัปดาห์แล้วเอาออกหนึ่งสัปดาห์)

11. ถุงยางอนามัยสำหรับชาย = 84-89 % (ใช้ป้องกันเอดส์ได้ด้วย)

12. แผ่นไดอาแฟรมครอบปากมดลูก ใช้ร่วมกับยาฆ่าอสุจิ = 85% (ถ้าทิ้งคาไว้เกิน 24 ชม. จะเกิดช็อกจากพิษได้ (toxic shock syndrome)

13. ยาคุมฉุกเฉิน = 75-85% (เม็ดแรกกินภายใน 72 ชม.หลังมีเซ็กซ์ เม็ดที่สองกินหล้งเม็ดแรก 12 ชม.)

14. ถุงยางอนามัยสำหรับหญิง = 80% (ป้องกันเอดส์ได้ไม่ดีเท่าถุงยางชาย)

15. ฟองน้ำแช่น้ำยาฆ่าอสุจิ = 68-84% (ถ้าทิ้งคาไว้เกิน 30 ชม. จะเกิดช็อกจากพิษได้ (toxic shock syndrome)

16. ครีมฆ่าอสุจิ = 70%

17. มีเซ็กซ์แต่ไม่คุมเลย = 15%

อนึ่ง ก่อนเลือกวิธีคุมกำเนิด ควรคำนึงถึงประเด็นต่อไปนี้

• สุขภาพทั่วไป บางวิธีทำให้แพ้ง่าย

• มีเซ็กซ์บ่อยแค่ไหน บางวิธีถาวร บางวิธีชั่วคราว

• มีคู่นอนกี่คน วิธีอื่นนอกจากถุงยางอนามัยชาย ป้องกันเอดส์ไม่ได้

• ยังคิดจะมีลูกในอนาคตหรือเปล่า บางวิธีเช่นยาฉีดคุมกำเนิดหากใช้นานไปอาจมีลูกยาก แม้อยากจะมี

• บางวิธีต้องพึ่งหมอทำให้ บางวิธีทำเองได้

• % ที่วิธีนั้นป้องกันการตั้งครรภ์ได้ บางวิธีเช่นยาคุมฉุกเฉินดูเหมือนง่าย แต่ % ป้องกันได้ต่ำ

ต้องบอกหมอเรื่องต่อไปนี้ด้วย

• ถ้าสูบบุหรี่ เพราะวิธีที่ใช้ฮอร์โมนไม่เหมาะกับคนสูบบุหรี่

• ถ้าเป็นโรคตับ เพราะฮอร์โมนเอสโตรเจนไม่เหมาะกับคนเป็นโรคตับ

• ถ้ามีปัญหาเลือดแข็งตัวง่าย เพราะฮอร์โมนเอสโตรเจนมีปัญหากับการแข็งตัวของเลือด

• ถ้าคนในครอบครัวมีปัญหาเลือดแข็งตัวง่าย

• กินยาอย่างอื่นอยู่ เพราะยาหลายชนิดตีกับยาคุมกำเนิดได้

• กินสมุนไพร เช่น ยาสตรี หรือ St. Johns Wort เพราะสมุนไพรหลายตัวให้สาร phytoestrogen และสารอื่นๆซึ่งเสริมฤทธิ์ฮอร์โมนที่ใช้คุมกำเนิดได้


นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์


บรรณานุกรม

1. US Food and Drug Administration Birth Control Guide 2010. Accessed on September 7, 2010 at http://www.fda.gov/ForConsumers/ByAudience/ForWomen/ucm118465.htm