13 กันยายน 2553

ทำไมต้องกินแคลเซียมด้วย แคลเซียมเสริมมีข้อเสียไหม

ตรวจสุขภาพประจำปีแล้ว หมอบอกว่ากระดูกบาง และให้กินแคลเซียม และกินยา fosomax อยากถามคุณหมอสันต์ว่าจำเป็นต้องกินด้วยหรือ ต้องกินนานเท่าไร แคลเซียมกินไปนานๆมีโทษไหม ยา fosomax กินไปนานๆจะมีมีปัญหาอะไรบ้าง ดิฉันอายุ 39 ปี น้ำหนัก 45 กก. สูง 162 ซม.


ตอบครับ

1. ถามว่า จำเป็นต้องกินแคลเซียมไหม ตอบว่าไม่จำเป็น เดี๋ยว.. พูดผิด พูดใหม่ดีกว่า ว่า..ความรู้ทางการแพทย์ปัจจุบันนี้ยังไม่ทราบว่าหญิงมีประจำเดือนที่มีกระดูกบางอย่างคุณนี้การกินแคลเซี่ยมเสริมจะทำให้มวลกระดูกแน่นขึ้นเมื่อเทียบกับกินยาหลอกหรือไม่ แปลไทยให้เป็นไทยอีกที ว่าก็ในเมื่อยังไม่รู้ว่ามันจะมีประโยชน์หรือไม่ จะไปกินมันทำไมละ

2. ถามว่า จำเป็นต้องกิน Fosamax ไหม ความจริงถ้าจะให้ถูกหลักมารยาทต้องเรียกเขาว่า Alendronate ตอบว่าไม่จำเป็นครับ เพราะงานวิจัยการใช้ยากลุ่ม bisphosphonate (ซึ่งมียา Alendronate เป็นสมาชิก) เป็นการวิจัยการลดโอกาสเกิดกระดูกหักในสิบปีข้างหน้าของหญิงหมดประจำเดือนที่กระดูกพรุน โปรดจับประเด็นให้ครบนะ มีสามประเด็นย่อยนะ

ประเด็นที่ 1. คือลดโอกาสกระดูกหักในสิบปีข้างหน้า อีกสิบปีคุณอายุเท่าไร สี่สิบเก้าเอง คุณคิดว่าอายุขนาดนั้นคุณจะกระดูกหักแล้วเรอะ.. ไม่อย่างแน่นอน

ประเด็นที่ 2. คือเขาทำวิจัยในหญิงหมดประจำเดือน คุณยังไม่หมดประจำเดือน พวกเขาเป็นประชากรคนละกลุ่มกับคุณ คุณจะเหมาว่ากินแล้วจะได้ประโยชน์เหมือนพวกเขาได้อย่างไร

ประเด็นที่ 3. เขาวิจัยในคนเป็นกระดูกพรุน แต่คุณเป็นกระดูกบาง คนละเรื่องเดียวกันเลย วิธีนับว่าเมื่อไรเป็นอะไรนี้เขาใช้คะแนน T score ที่รายงานออกมาจากเครื่องวัดมวลกระดูก ถ้าคะแนนได้ ต่ำกว่า -2.5 เป็นกระดูกพรุน ถ้าได้ระหว่าง -1 ถึง -2.5 เป็นกระดูกบาง ถ้าได้สูงกว่า -1 เป็นปกติ คนทั้งสามกลุ่มนี้ (ปกติ กระดูกบาง และกระดูกพรุน) มีโอกาสกระดูกหักไม่เท่ากัน การจะเอาผลวิจัยว่าลดกระดูกหักในคนกระดูกพรุนมาเหมาว่าจะลดกระดูกหักในคนกระดูกบางด้วยนั้น ในทางวิทยาศาสตร์เรียกว่าเป็นวิธีมั่วนิ่ม (extrapolation) ถือว่าเป็นหลักฐานขั้นต่ำที่ไม่เป็นที่ยอมรับ

3. ถามว่าต้องกินนานเท่าไร อันนี้ผมเดาใจคนที่แนะนำให้คุณกินนะ เขาก็คงจะให้คุณกินไป เจาะดูความแน่นกระดูไป สามเดือนที หกเดือนที ทั้งๆที่ความแน่นของกระดูกมันไม่เปลี่ยนกันง่ายๆในเวลาที่สั้นกว่าสองปีหรอก กินไปดูไป เรื่อยๆๆๆ ตราบใดความแน่นกระดูกของคุณยังผิดปกติ เขาก็คงจะให้คุณกินไปชั่วกัลปาวสาน อันนี้ผมเดาใจเขาเอานะ ผิดถูกอย่าว่ากัน เพราะผมไม่ได้เป็นคนให้คุณกิน.. อย่าลืม

4. ถามว่าแคลเซียมกินไปนานๆมีโทษไหม ตอบว่ามีครับ ตามหลักฐานคือ
(1) งานวิจัยแบบเมตาอานาไลซีส (คือขุดงานวิจัยที่ดีๆทั้งหลายในเรื่องนี้แล้วเอาข้อมูลมารวมกันวิเคราะห์) พบกว่าการกินแคลเซียมเสริม ที่ไม่มีวิตามินดี.อยู่ด้วย มีความสัมพันธ์กับการเป็นโรคหัวใจขาดเลือด (MI) มากขึ้น อันนี้เป็นหลักฐานที่ใหญ่มาก และเป็นหลักฐานระดับเชื่อถือได้เสียด้วย
(2) มีการวิจัยเชิงระบาดวิทยาครั้งใหญ่ที่ติดตามนานถึง 12 ปีพบว่าหญิงที่กินแคลเซียมเสริมเป็นนิ่วในไตมากกว่าหญิงที่ไม่กิน แคลเซียมเสริมนะ หมายถึงแคลเซียมเป็นเม็ดๆ ไม่ใช่แคลเซียมในอาหารธรรมชาติ เพราะงานวิจัยเดียวกันพบว่าคนกินแคลเซียมในอาหารธรรมชาติสูง เป็นนิ่วน้อยกว่าคนกินแคลเซียมในอาหารธรรมชาติต่ำ ซึ่งนักวิจัยเขาอธิบายว่าน่าจะเกิดจากแคลเซียมในอาหารธรรมชาติ ช่วยจับกับออกซาเลทในอาหารกลายเป็นสารประกอบที่ไม่ถูกดูดซึมที่ลำไส้ ทำให้ออกซาเลทไปก่อนิ่วไม่ได้ ขณะที่แคลเซียมเสริมกินแบบโดดๆไม่มีออกซาเลทจากอาหารให้จับ จึงไม่ได้ประโยชน์ในแง่นี้

5. ถามว่ากินยา Fosamax ไปนานๆมีผลเสียอะไรไหม ตอบว่ามีครับ ผลข้างเคียงอันไม่พึงประสงค์ของยานี้ได้แก่ทำให้เป็นหลอดอาหารอักเสบ ตีบ หรือทะลุ เป็นแผลในกระเพาะ ปวดท้อง คลื่นไส้ สำรอกกรด ท้องเสีย ตาอักเสบ ปวดกล้ามเนื้อ เกิดเนื้อตายที่กระดูกกราม เป็นต้น แต่เพื่อความยุติธรรมต้องพูดว่าขึ้นชื่อว่ายาแล้วก็มีผลเสียจาระไนไม่หมดทุกเม็ดนะแหละ ไม่ใช่เฉพาะยานี้ดอก

6. ขอบคุณที่บอกน้ำหนักและส่วนสูงมาด้วย คุณมีดัชนีมวลกาย (BMI) 17.15 ซึ่งต่ำกว่าเส้นต่ำสุดของค่าปกติคือ 18.5 ไปมากโขอยู่ คุณจะต้องกินโปรตีนเนื้อนมไข่และออกกำลังกายทั้งแบบแอโรบิกและเล่นกล้าให้น้ำหนักขึ้นมาเท่ากับ 48.5 กก. ซึ่งจะได้ BMI เท่า 18.5 ถือว่าต่ำสุดเท่าที่จะทำให้สุขภาพดีได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นกระดูกบางกระดูกพรุนกระดูกหัก ซึ่งมีความสัมพันธ์กับการเป็นคนผอมเกินพิกัดอยู่มาก

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

บรรณานุกรม

1. Bolland MJ, Avenell A, Baron JA, Grey A, MacLennan GS, Gamble GD, Reid IR. Effect of calcium supplements on risk of myocardial infarction and cardiovascular events: meta-analysis. BMJ 2010; 341:c3691
2. Curhan GC, Willett WC, Rimm EB, Stampfer MJ. A prospective study of dietary calcium and other nutrients and the risk of symptomatic kidney stones. N Engl J Med. 1993 Mar 25;328(12):833–838.