21 กันยายน 2553

อายุ 49 ขาน่องบวมตึง

คือจะมีอาการขาน่องบวมตึง ในช่วงสายๆ บ่ายๆ โดยระยะแรกไม่มีอาการปวด
แต่ตอนหลังบางวันจะมีอาการปวดร่วมด้วย เคยไป รพ.พยาบาลก็จัดให้เข้าพบ
หมอกล้ามเนื้อและกระดูก ให้ยาต้านการอักเสบมาทาน แต่ก็ไม่ดีขึ้น
ประวัติเคยผ่าตัดมดลูก ยาที่กินประจำคือ ฮอร์โมนเอสโตรเจน
อยากรักษาให้หายขาด ขอคำแนะนำจากคุณหมอด้วยค่ะ ว่าควรทำอย่างไร
แลต้องตรวจอะไรเพิ่มเติมกับคุณหมอท่านใด ปัจจบันอายุ 49 ค่ะ
.............................

ตอบครับ

อาการขาบวมที่ว่ามา เกิดจากเหตุได้หลายอย่าง เช่น

1. การอยู่นิ่งๆในท่ายืนมากหรือนั่งห้อยขามาก ทำให้เลือดและน้ำในร่างกายถูกแรงโน้มถ่วงดึงไปกองอยู่ข้างล่าง ทำให้น่อง หน้าแข้ง และเท้า บวมได้โดยไม่ได้เป็นโรคอะไรเลย วิธีพิสูจน์ว่าเป็นพราะเหตุนี้หรือเปล่าง่ายนิดเดียวถ้าคุณยอมทำ คือให้คุณไปออกกำลังกายเช่นเดินเร็วหรือวิ่งให้เต็มที่ทุกวัน คำว่าเต็มที่หมายถึงออกกำลังกายให้ได้ระดับมาตรฐาน คือเหนื่อยจนหอบร้องเพลงไม่ได้ติดต่อกัน 30 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน ถ้าทำอย่างนี้แล้วอาการบวมหายไปก็ ซ.ต.พ.

2. ฮอร์โมนเอสโตรเจนที่คุณกินทดแทนอยู่ประจำก็ทำให้ขาบวมได้ เรียกว่ามันทำให้เกิดน้ำค้างในตัว (fluid retention) ความจริงคุณอายุจะห้าสิบอยู่แล้ว ถ้าเป็นสมัยยังมีมดลูกอยู่ก็น่าจะเข้าวัยหมดประจำเดือนแล้ว การกินฮอร์โมนทดแทนหลังวัยหมดประจำเดือนโดยหลักทางการแพทย์ถือว่าได้ไม่คุ้มเสีย ผมแนะนำให้กลับไปหาหมอที่สั่งฮอร์โมนให้กิน ถามเขาว่าจะเลิกได้ไหม หรืออย่างน้อยลดปริมาณลงเป็นชนิดฮอร์โมนต่ำก็ยังดี

3. คุณไม่ได้บอกน้ำหนักและส่วนสูงมา ผมจึงไม่ทราบดัชนีมวลกายของคุณ ที่ผมอยากรู้เพราะผู้ป่วยที่คิดว่าตัวเองขาบวมส่วนหนึ่งนั้นเมื่อมาถึงหมอแล้วจึงถึงบางอ้อ ว่าอย่างนี้เขาไม่เรียกบวมหรอก เขาเรียกว่า “อ้วน”

4. ตอนนั้นคุณตัดมดลูกและรังไข่ไปเพราะอะไร ถ้าเป็นเพราะมีเนื้องอกที่รังไข่ อาการขาบวมท้องบวมอาจเป็นสัญญาณร้ายว่ามะเร็งรังไข่เจ้าเก่าอาจจะกลับมา

ยังมีโรคอื่นอีกเยอะแยะแป๊ะตราไก่ที่ทำให้ขาบวม ซึ่งล้วนแล้วแต่ต้องไปหาหมอเพื่อตรวจวินิจฉัย เช่นโรคหัวใจล้มเหลว โรคไตเรื้อรัง โรคขาดอาหาร โรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองแบบต่างๆ เป็นต้น ผมแนะนำว่าให้คุณเริ่มด้วยการออกกำลังกายก่อน ถ้าไม่ดีขึ้นค่อยไปหาหมอ เวลาจะไปหาหมอขอให้ไปหาหมอที่คลินิกอายุรกรรม (internal medicine) หรือคลินิกอายุรกรรมโรคข้อ (rheumatology) เพราะหมอทั้งสองพันธ์นี้จะสืบค้นหาสาเหตุของอาการบวมได้เก่ง

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์