22 ธันวาคม 2552

ไม่เข้าใจผลการตรวจโรคไวรัสตับอักเสบ นี่เป็นบวกนั่นเป็นลบ

ดิฉันไม่เข้าใจผลการตรวจโรคไวรัสตับอักเสบบี. ซึ่งมีทั้งการตรวจแอนติเจน แอนติบอดี้ และแอนติบอดี้ก่อมีหลายตัว ทั้งแอนตี้บอดีต่อ surface และต่อ core ของไวรัส นี่เป็นบวก นั่นเป็นลบ ปนเปกันมั่ว ขอให้คุณหมอสันต์ช่วยอธิบายให้เข้าใจด้วยค่ะ
พาริน

ตอบ

ผมอธิบายง่ายๆนะ การต่อสู้กันระหว่างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายกับเชื้อโรคนี้มันมีสองฝ่าย คือฝ่ายภูมิคุ้มกันที่ร่างกายสร้างขึ้น เรียกว่าแอนตี้บอดี้ (Antibody) เขียนย่อว่า Ab กับฝ่ายตัวเชื้อโรคซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวบุกมาล่อเป้า หรือเป็นฝ่ายแอนติเจน (Antigen) เขียนย่อว่า Ag

สำหรับโรคตับอักเสบบีนี้ภาษาหมอ เรียกว่า Hepatitis B เขียนย่อว่า HB ทีนี้ตัวร่างกายของเชื้อไวรัสบีนี้แบ่งออกเป็นสองส่วนใหญ่ๆคือส่วนเปลือก (surface) ของมัน ซึ่งเขียนย่อว่า s กับส่วนแกน (core) ของมัน ซึ่งเขียนย่อว่า c นอกจากนี้ร่างกายของไวรัสอาจมีชิ้นส่วนของยีนส่วนหนึ่งซึ่งเขียนย่อว่า e ซึ่งจะออกมาเฉพาะช่วงที่ไวรัสกำลังแอคทีฟมีการแบ่งตัวมาก
เพื่อความสั้น ทางการแพทย์นิยมเอาคำย่อมาต่อๆกัน จึงสมควรทำความคุ้นเคยกับตัวย่อในเรื่องนี้ก่อน ได้แก่

HBsAg หมายถึงเปลือกของเชื้อไวรัส
HBsAb หมายถึงภูมิคุ้มกันที่ร่างกายสร้างขึ้นต่อต้านเปลือกของเชื้อไวรัสตับอักเสบบี.

จากค่าแล็บทั้งสองค่านี้ก็พอจะใช้ตีความหมายการติดเชื้อโรคนี้ได้แล้ว ซึ่งมักจะเป็นแบบใดแบบหนึ่งในสี่แบบ กล่าวคือ

ถ้า HBsAg ได้ผลลบ และ HBsAb ก็ได้ผลลบ หมายความว่าไม่มีเชื้อไวรัสอยู่ในร่างกาย และไม่มีภูมิคุ้มกันด้วย คือยังบริสุทธิ์ผุดผ่องไม่เคยติดเชื้อ กรณีเช่นนี้ก็ควรจะรีบๆฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี.ป้องกันเสีย เพราะคนไทยตายด้วยมะเร็งเป็นเหตุอันดับหนึ่ง และมะเร็งตับก็เป็นท็อปของมะเร็งคนไทย และ 80% ของมะเร็งตับเกิดจากไวรัสตับอักเสบบี. ดังนั้นป้องกันไว้ดีแน่

ถ้า HBsAg ได้ผลลบ แต่ HBsAb ได้ผลบวก หมายความว่า ณ ขณะนี้ว่าไม่มีเชื้อโรคอยู่ในร่างกายแล้ว แต่เรามีภูมิคุ้มกันโรคนี้อยู่ หมายความว่าอาจได้ภูมิคุ้มกันมาจากที่เคยติดเชื้อมาก่อนในอดีตแล้วร่างกายกำจัดเชื้อไปหมดแล้ว หรือเนื่องจากเคยได้รับการฉีดวัคซีนก็แล้วแต่

ถ้า HBsAg ได้ผลบวก แต่ HBsAb ได้ผลลบ อันนี้ก็คือเรามีเชื้อไวรัสอยู่ในตัว ถ้าไม่มีอาการอะไรก็หมายความว่าร่างกายเรายอมเป็นพาหะให้เชื้อโรคนี้อยู่อาศัยโดยดี เราอาจเอาเชื้อนี้ไปแพร่ให้ใครต่อใครก็ได้ กรณีเช่นนี้ก็ต้องให้คนใกล้ชิดเช่นคู่สมรสและลูกเต้าไปตรวจดูสภาวะภูมิคุ้มกัน ถ้าไม่มีภูมิก็ควรให้พวกเขาฉีดวัคซีนเสียให้หมด ส่วนตัวเราเองก็ควรไปหาหมอโรคตับ เพราะสมัยนี้มียาดีกำจัดเชื้อในคนที่เป็นพาหะได้

ถ้า HBsAg ได้ผลบวก ขณะที่ HBsAb อาจได้ผลบวกหรือลบ โดยที่มีอาการป่วยอยู่ด้วย แสดงว่าเรากำลังติดเชื้อและร่างกายก็กำลังสู้กับเชื้ออยู่ยังไม่ยุติ ก็ต้องรีบไปหาหมอโรคตับเพื่อรักษาโรคตับอักเสบโดยด่วน

นั่นเป็นภาคความรู้ปกติที่ควรรู้นะครับ ภาคพิศดารก็คือของจริงมันยังมีทั้งแอนตี้บอดี้และแอนติเจนชนิดอื่นๆนอกเหนือจาก HBsAg และ HBsAb กล่าวคือ

HBcAg หมายถึงส่วนแกนของตัวเชื้อไวรัส

HBeAg หมายถึงชิ้นส่วนของยีนของไวรัสซึ่งมักตรวจพบในร่างกายในช่วงที่ไวรัสกำลังแบ่งตัว แสดงว่าโรคกำลังเป็นขาขึ้นหรือแอคทีฟอยู่

HBV-DNA หมายถึงตัวดีเอ็นเอ.หรือยีนต้นกำเนิดของไวรัสบี.เลย ซึ่งถ้าตรวจพบก็เป็นตัวบอกที่แน่นอนที่สุดว่าไวรัสกำลังแบ่งตัวอาละวาดอยู่

HBcAb หมายถึงภูมิคุ้มกันที่ร่างกายสร้างขึ้นต่อต้านส่วนแกนของเชื้อไวรัสตับอักเสบบี. ถ้าตรวจพบก็หมายความว่าเราเคยติดเชื้อ คือตัวเชื้อจริงๆมา (ไม่ใช่วัคซีน เพราะวัคซีนคือตัวเปลือกไวรัส) และร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันไว้แล้ว ซึ่งแอนตี้บอดี้ชนิดนี้แบ่งออกได้เป็นสองแบบ (subtype) คือ IgM กับ IgG หากเป็นแบบ IgM จะบ่งบอกถึงการติดเชื้อเฉียบพลัน แต่หากเป็นแบบ IgG จะบ่งบอกถึงการติดเชื้อระยะเรื้อรัง

HBeAb หมายถึงภูมิคุ้มกันต่อชิ้นส่วน e ของยีนไวรัส ซึ่งหากตรวจพบก็บ่งบอกว่าโรคได้ผ่านระยะที่ไวรัสแบ่งตัวไปแล้ว เข้าสู่ระยะกำจัดเชื้อไวรัสได้เด็ดขาดแล้ว

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์
บรรณานุกรม
1. Blumberg BS. Australia antigen and the biology of hepatitis B. Science. Jul 1 1977;197(4298):17-25.
1. Norder H, Courouce AM, Magnius LO. Complete genomes, phylogenetic relatedness, and structural proteins of six strains of the hepatitis B virus, four of which represent two new genotypes. Virology. Feb 1994;198(2):489-503.
2. Keeffe EB, Dieterich DT, Han SH, et al. A treatment algorithm for the management of chronic hepatitis B virus infection in the United States: an update. Clin Gastroenterol Hepatol. Aug 2006;4(8):936-62.
3. Lok AS, McMahon BJ. AASLD Practice Guidelines: Chronic hepatitis B. Hepatology. Feb 2007;45(2):507-39.